Understanding the implications of COVID-19 on business

Food & Drinks

กลยุทธ์ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ที่คาดไม่ถึงของ 4 ผู้ประกอบการรายย่อย

22 March 2021

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

 

การปรับตัวในสถานการณ์เฉพาะหน้าที่ให้ทั้งประสบการณ์และสร้างเซอร์ไพร์ส

ไม่ใช่การ “พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส” และบทความนี้ไม่ใช่การ Romanticize วิกฤติการแพร่ระบาดของ Covid-19 แต่เราอยากจะมาเล่าถึงการดิ้นรนเอาตัวรอด รับมือกับสิ่งที่ต้องเผชิญของผู้ประกอบการรายย่อยในวิกฤติครั้งนี้

ในเวลาที่มนุษย์ต้องประสบกับความยากลำบาก สัญชาตญาณจะกระตุ้นให้พวกเราทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอดให้ได้ ผู้ประกอบการรายย่อยทั้ง 4 ที่เราได้พูดคุยมาในบทความนี้ก็เช่นกัน พวกเขาจำเป็นต้องทำในสิ่งที่ไม่เคยทำและไม่คิดจะทำมาก่อน เพื่อฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไป

ถึงแม้ผลลัพธ์ของแต่ละคนจะแตกต่างกันออกไป อาจจะต้องลุ้มลุกคลุกคลาน มีบาดเแผลมากมาย ทว่าสุดท้ายมันคือประสบการณ์ที่ควรค่าแก่การถ่ายทอดออกมาเป็นเรื่องราวให้ผู้อ่านทุกคนได้ตกตะกอนแง่คิด และนำไปปรับใช้กับชีวิตได้ไม่มุมใดก็มุมหนึ่ง


ปาล์ม – ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ Bar Manager แห่ง Vesper Cocktail Bar

จากบาร์ระดับเอเชียสู่คาเฟ่อาหารรสเลิศ

Vesper Cocktail Bar

สำหรับเหล่าค็อกเทลเลิฟเวอร์ Vesper น่าจะเป็นหนึ่งในบาร์ที่ชื่อคุ้นหูที่สุด เพราะนี่คือบาร์เจ้าของรางวัล ‘Asia’s 50 Best Bars ในปี 2020 แน่นอนค็อกเทลคือจุดแข็งของที่นี่ แต่เมื่อประสบกับวิกฤติโควิดและโดนห้ามขายแอลกอฮอล์ พวกเขาได้เปลี่ยนร้านจากค็อกเทลบาร์เป็นคาเฟ่ที่มีอาหารรสชาติอร่อยพร้อมเสิร์ฟ ความเซอร์ไพร์สคือถึงแม้ประเภทของอาหารและเครื่องดื่มจะต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่พวกเขาก็ยังคงรักษามาตรฐานไว้ได้เป็นอย่างดี

ในช่วงแรกที่รู้ว่ารัฐห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทาง Vesper รับมือกับมันอย่างไรครับ?

“ในช่วงแรกมันค่อนข้างยากเพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่ามันคืออะไร เป็นโรคระบาดที่เราไม่เคยรู้จัก ทำให้หลังจากที่เริ่มล็อคดาวน์ เราก็ต้องมาดูว่าเราจะทำยังไงกับทรัพยาการที่มีอยู่ในมือ จะบริหารจัดการยังไง”

“มันยากเพราะธุรกิจของเราคือบาร์ แต่สิ่งที่ยากกว่าคือการับมือเรื่องคน เพราะเมื่อเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับแอลกอฮอล์ก็จะโดนเพ่งเล็ง เราไม่รู้ว่าจะต้องปิดไปถึงเมื่อไร ตอนนั้นก็ยังอยากดึงน้องๆ ทุกคนที่ร้านเอาไว้ บางคนอาจจะกลับต่างจังหวัด แต่เราก็ยังจ้างอยู่ รอบแรกมันจะหนักหน่อยในเรื่องการปรับตัว เพราะเรายังไม่รู้”

“รอบที่ 2 คือหลังปีใหม่ เราเห็นแววแล้วว่าน่าจะต้องปิดแน่ เพราะเคสมันเยอะกว่าครั้งก่อนอีก แต่สุดท้ายสิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่ล็อคดาวน์  จริงๆ มันเป็นการล็อคดาวน์ที่ไม่ล็อคดาวน์ ในความหมายของเราคือเขาห้ามขายเหล้า ร้านอาหารเปิดได้ แต่ห้ามขายเหล้าและต้องปิดเร็ว มันหนักกว่าเดิมเยอะ เพราะเขาไม่ซัพพอร์ตเราเลย ปล่อยให้เราเคว้งคว้าง”

“มันมีความย้อนแย้ง เหมือนว่าเขาไม่เข้าใจรูปแบบธุรกิจ ยากกว่านั้นคือไม่มีการช่วยเหลือเลยด้วย เหมือนผลักให้เราไปยืนขอบเหว เค้าใช้กฎข้อเดียวกับทุกประเภท ไม่ว่าร้านอาหาร บาร์ หรือโรงแรม ทั้งๆ ที่มันควรจะแบ่งแต่ละประเภท เพราะทุกอย่างมีรูปแบบบริการที่ต่างกัน”

“ Vesper Bar เราขายค็อกเทล มันคือความแข็งแกร่งของเรา แต่เขาไม่ให้ขายเหล้า แล้วให้เราทำอะไรดี”

จากค็อกเทลบาร์ยามค่ำคืนสู่คาเฟ่ช่วงกลางวัน

“รอบแรกเราไม่ทำอะไร เพราะมันต้องล็อคดาวน์ แต่รอบสองด้วยความที่มันก้ำกึ่ง ว่าเปิดได้นะแต่ห้ามขายเหล้า เราก็ต้องดำเนินธุรกิจเพื่อหาเงินเข้าร้าน มาช่วยหล่อเลี้ยงพนักงาน ไม่ได้หวังกำไรเลย คิดแค่ว่าจะทำยังไงให้ขาดทุนน้อยที่สุด”

“เราเลยคิดถึงเรื่องคาเฟ่ขึ้นมา เราจะเปลี่ยนร้านเราจากค็อกเทลบาร์เป็นร้านกาแฟ ขายเครื่องดื่ม Non-Alcohol ทำม็อกเทล คิดเมนูขึ้นมาใหม่ ส่วนอาหารเราจะมีแซนวิช คัตสึ สลัด ให้มันเป็นอาหาร เหมาะกับช่วงเวลากลางวันมากขึ้น”

“สาเหตุที่เลือกมาเป็นคาเฟ่ เพราะว่าในเครือเรามีร้านอาหารอยู่แล้ว มีต้นทุนที่สามารถทำได้ ผมเป็นคนวางเมนูว่าอยากได้ประมาณนี้ จากนั้นก็ให้เชฟช่วยคิด”

Vesper Cocktail Bar

การเริ่มต้นสิ่งใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย

“ผลตอบรับก็ดี โอเค แต่มันก็แค่โอเค มีเงินเลี้ยงน้องๆ ได้ ไม่คาดหวังว่าจะมีกำไรเลยครับ”

“ถ้าถามว่ายากไหม มันก็ยากครับ เพราะว่าปัจจัยการทำมันเยอะ เช่นในเวลาสั้นๆ เราต้องทำเมนูออกมาให้ได้ ผมกับเชฟคุยกัน 4-5 วัน เพื่อทำเมนูออกมาให้ได้ 20 เมนู  และพร้อมขาย ถ้าคนที่ทำร้านอาหารจะรู้ว่ามันยากมาก แต่โชคดีที่เชฟช่วยไว้ได้เยอะครับ”

“อาหารเราทำออกมาได้ดี อร่อย อยู่ในมาตรฐาน แต่ความยากคือลูกค้าเขามาแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีก เพราะอย่างที่บอกว่ามันมีความก้ำกึ่งว่าเปิดหรือปิด ทำให้คนไม่กล้าออกมาทานอาหารนอกบ้าน เราต้องดึงลูกค้าให้กลับมาเหมือนเดิมให้ได้”

“ตอนนี้กลับมาขายแอลกอฮอล์ได้แล้ว แต่คาเฟ่ก็ยังทำอยู่ครับ มันต้องทำครับ เพราะเราไม่รู้จริงๆ ว่าวันดีคืนดี จะโดนสั่งปิดอีกหรือเปล่า มันคาดเดาอะไรไม่ได้ ตอนนี้เปิดหมดทั้งเช้ากลางวันเย็น เอาให้รอดครับ”

บทเรียนที่ได้รับและความเซอร์ไพร์สที่คาดไม่ถึง

“ส่วนมากลูกค้าที่มาจะเป็นลูกค้าประจำของร้านเรา ซึ่งเขาก็เซอร์ไพร์สที่เรามาทำธุรกิจแบบคาเฟ่ เราสามารถทำเมนูออกมาในอีกทิศทางหนึ่งเลย แต่สิ่งที่เรานำเสนอไปก็ยังคงอยู่ในมาตรฐานที่ดี ซึ่งมันไม่น่าเชื่อเพราะนี่คือการเล่นนอกบทบาทของเรา เขาก็ประทับใจที่ร้านเราทำออกมาแบบนี้ได้”

ทักษะเพื่อการเอาตัวรอดในวิกฤติ

“การปรับตัว ความหยืดยุ่นคือสิ่งที่เราต้องมี อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญมากคือความคิดสร้างสรรค์ เพราะตอนที่เขาห้ามขายเหล้า เราก็ต้องคิดแล้วว่าเราจะขายอะไรดีเพื่อเอาตัวรอด ระหว่างที่รอให้กลับมาขายเหล้าได้ เราต้องตั้งคำถาม มันอาจจะฟังดูโง่ แต่ถ้าเราไม่ตั้งคำถามเลย มันจะโง่กว่าเดิม”

“อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญคือการสื่อสาร ต้องทำยังไงให้คนในทีมเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไร และเราต้องทำยังไง ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่คือเราศึกษาไม่ดีพอ เกิดความไม่เข้าใจกัน มันก็ยิ่งร้าวยิ่งแตกไปเรื่อยๆ ซึ่งผมว่าตรงนี้ทีมเราทำได้ดี”

“สุดท้ายคือความเข้าใจกัน เห็นใจกัน  เจ้าของต้องมีความเห็นใจต่อลูกจ้าง ลูกจ้างก็ต้องมีความเห็นใจเจ้าของเหมือนกัน ต้องมีความเห็นใจระหว่างกัน ตรงนี้ถ้าเราสามารถผสมรวมกันได้ เราก็สามารถเอาตัวรอดขึ้นมาได้นิดหนึ่งครับ”

หากเกิดวิกฤติขึ้นอีกครั้ง

“ก็อาจจะต้องเน้นที่คาเฟ่เป็นหลัก มีการเดลิเวอร์รี่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันต้องดูบริบทในอนาคตด้วยว่าแบบไหนมันเหมาะสมที่สุด เพราะบางครั้งต้องทำใจว่าถ้าเราหยุดไปก่อนเลย ไม่ทำอะไรเลย อาจจะดีกว่าก็ได้”

Vesper Cocktail Bar

กำลังใจจากผู้ประกอบการถึงผู้ประกอบการ

“ถ้าฝากถึงเขาก็เหมือนฝากถึงตัวเองครับ (หัวเราะ) ถ้าเป็นคนทำธุรกิจผมว่าก็น่าจะพอรู้วิธีการรับมือ แต่ผมว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพราะสิ่งเหล่านี้มันจะหล่อเลี้ยงให้เราไปต่อได้ หรือถ้าเราไม่สามารถทำสิ่งนี้ได้แล้ว มันก็อาจจะมีสิ่งอื่นที่เราทำได้อีก สถานการณ์มันคงเค้นความสามารถเราออกมา ดีไม่ดีค่อยว่ากัน ทุกคนมีความสามารถในการเอาตัวรอดอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือการเห็นใจกัน เข้าใจกัน ประคับประคองกัน”

ปัจจุบัน Vesper กลับมาเปิดบริการทุกวันในช่วงเวลา 17:00 – 23:00 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเสิร์ฟทั้ง ค็อกเทลและอาหารจาก Vesper Caffe สามารถไปลิ้มรสชาติความอร่อยได้ด้วยตัวเอง


เชฟโบ – ดวงพร ทรงวิศวะ เจ้าของร้าน Bo.lan

จากร้านอาหารที่ผลักดันวัตถุดิบไทยไปไกลระดับเอเชียสู่การทำปิ่นโตส่งตามบ้าน

Bo.Lan

หากพูดถึงร้านอาหารไทยคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ชื่อของร้าน Bo.lan มักจะอยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ เสมอ เพราะนี่คือร้านอาหารดีกรีติดหนึ่งใน 50 สุดยอดร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียจากการจัดอันดับของ The World’s 50 Best Restaurants Academy ก่อตั้งโดย เชฟโบ ดวงพร ทรงวิศวะ และเชฟดีแลน โจนส์ สองสามีภรรยาที่มีความเชื่อในความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรไทยและเลือกที่จะสนับสนุนการใช้ผลผลิตจากเกษตรกรไทยมาใช้ปรุงอาหารเป็นหลัก ถึงแม้จะประสบกับวิกฤติการแพร่ระบาดโควิด แต่พวกเขาก็ยังคงมีความเชื่อมั่นในเรื่องนี้อย่างแรงกล้า และใช้มันเป็นกลุยุทธ์เพื่อผ่านพ้นวิกฤติไปได้

การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า

“ตอนที่เกิดวิกฤติ วิธีรับมือเบื้องต้นของเราคือเปลี่ยนมาขายปิ่นโตและ CSA Box (Community-supported agriculture) จากนั้นเราก็จัดการเรื่องคน เพราะว่าพนักงานเรามีค่อนข้างเยอะ”

“การขายปิ่นโตที่ว่าคือเป็ปิ่นโตเดลิเวอรรี่ถึงบ้าน จะมีในวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์ ซึ่งอาหารในแต่ละวันจะไม่เหมือนกัน ขายเป็นเซ็ต โดยจะบอกเลยว่าแต่ละวันทำเมนูอะไร แล้วก็พยายามจะผูกปิ่นโตกับลูกค้าให้ได้”

“ส่วนตอนวิฤติรอบที่ 2 เราก็ออกนิทรรศการอาหารในโครงการอาหารศึกษา เพื่อพูดในสิ่งที่เราอยากจะพูดผ่านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง สังคม ระบบอาหาร ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เราคิดว่าโครงสร้างที่เราเคยบริการลูกค้าอาจะไม่เหมาะกับลูกค้าในปัจจุบัน เขาอาจจะอยากได้อะไรเข้าใจง่าย และมื้อไม่ใหญ่มากนัก ผลลัพธ์เลยออกมาเป็นนิทรรศการเริ่มแรกระเริงรส ชั่วนิจนิรันดร์”

“จริงๆ Bo.Lan มีธุรกิจอีกอย่างคือโกรสเซอร์ ซึ่งจะเป็นร้านชำ จริงๆ มันมีตั้งนานแล้ว แต่ไม่เคยถูกโปรโมตเพราะที่ผ่านมาเรายุ่งมาก จนกระทั่งมี COVID-19 เราก็กลับมาคิดว่าลูกค้าน่าจะต้องทำอาหารที่บ้านมากขึ้น เราก็เลยจะหาวัตถุดิบดีๆ เช่นเกลือ น้ำปลาดี น้ำตาลดีๆ ให้ลูกค้ากลับไปทำอาหารที่บ้านได้”

“ส่วน Community-supported agriculture (CSA) หมายความว่าเมื่อมันล็อคดาวน์และขายอาหารไม่ได้ แต่เรามีดีลกับเกษตรกรไว้ทุกอาทิตย์ ซึ่งเขาก็จะขายไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นเราก็เอาวัตถุดิบเหล่านี้ลงกล่อง เขียนเมนู เขียนวิธีการทำ แล้วก็ให้คนเอากลับไปทำที่บ้านได้ เป็นการระบายของไปในตัว”

Bo.Lan

ทักษะที่ต้องเรียนรู้เพื่อความอยู่รอด

“ลูกน้องหรือพนักงานในร้านเรา จากที่เขาเคยทำได้ประมาณหนึ่ง เขาก็ต้องทำได้มากขึ้น ต้องมีทักษะมากขึ้น ส่วนสำหรับเราจากที่เราไม่เคยคิดเรื่อง Digital Marketing เลย ก็ต้องมาคิดมากขึ้นเหมือนกัน จะสื่อสารอะไร อย่างไรให้ถึงลูกค้า”

“ถ้าถามว่ารอดไหม มันก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่มันก็ยังคลอบคลุมค่าใช้ข่ายอื่นๆ เช่นค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่า ได้อยู่ เราไม่ได้หาเงินมาทำกำไร แต่เราหาเงินมาประคองธุรกิจ”

กำลังใจจากผู้ประกอบการถึงผู้ประกอบการ

“การทำธุรกิจก็มีขึ้นมีลง ต้องทำใจยอมรับขาลง แต่ว่าในช่วงนี้ที่เราไม่ได้ยุ่งมาก เราก็อาจจะทำอะไรที่เราพอทำได้ เช่นปรับโครงสร้างทรัพยาการบุคคล”

“ถ้าหากบวกลบคูณหารกันแล้วว่าจะต้องหยุด การหยุดก็อาจจะเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉลาด คือบางคนเขาอาจจะบอกว่าต้องสู้สิ แต่เขาไม่ได้มาสู้กับเราไง คือบางทีเราสู้แล้ว แต่มันไม่ได้แล้วก็ต้องหยุด เพื่อไม่ให้เลือดมันออกมากว่านี้ การตัดสินใจหยุดด้วยเหตุผลนี้ไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่แย่ มันไม่ใช่การยอมแพ้”

Bo.lan


โต้ง-ประวิทย์ พันธุ์สว่าง เจ้าของร้าน Zombie Books

จากร้านหนังสือสู่ธุรกิจพิซซ่าที่ขายดีจนผลิตไม่ทัน

Zombie Books

Zombie Books คือร้านหนังสือที่ตั้งใจอยู่ในย่าน RCA เป็นอาณาจักรเล็กๆ อันอบอุ่นที่เหล่าหนอนหนังสือรู้จักกันเป็นอย่างดี นอกจากนั้นภายในร้านยังมีการแบ่งโซนออกเป็นบาร์ขนาดย่อมๆ ในชื่อ 1970s Bar ยิ่งทำให้ร้านแห่งนี้โดดเด่นมีสไตล์ขึ้นไปอีก ทว่าเมื่อต้องประสบการวิกฤติโควิด พวกเขากลับลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างการเปิดร้านพิซซ่า Pizza Hour RCA ที่ถึงแม้จะแตกต่างจากธุรกิจเดิม แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับถูกอกถูกใจลูกค้า จนในตอนนี้มีออเดอร์มากกว่าวันละ 100 ถาด!

เมื่อต้องเผิชญหน้ากับวิกฤติ

“ก่อนที่จะมี COVID-19 ร้านผมก็ขาดทุนอยู่แล้วครับ คือมันอยู่ในจุดเกือบคุ้มทุนแต่ก็ไม่ได้กำไร พอมีเรื่องโรคระบาดเข้ามาผมจึงได้ถือโอกาสมาดูแลร้านเองอีกครั้ง”

“ผมก็คิดว่าร้านเรามันไม่มีอาหารขาย ลูกค้ามานั่งบาร์ หรือมานั่ง Co-Working Space มานั่งทีเขาก็นั่งไม่ได้นาน ต้องออกไปกินข้าว มันเป็นปัญหาเรื่องเซอร์วิส”

“จังหวะพอดีกับแฟนผมเขาอยากทำพิซซ่า ตอนแรกผมคิดว่ามันไปไม่รอด ว่าใครจะมากินวะ แต่แฟนผมบอกว่าทำร้านพิซซ่าใช้งบประมาณแสนเดียวเอง ทำไปทำมามารู้ทีหลังนี่ใช้ไป 4-5 แสนละ (หัวเราะ)”

เพิ่มเติมในสิ่งที่ขาด

“ช่วงที่เกิดวิกฤติก็เป็นช่วงที่นักดนตรีแย่อยู่เหมือนกัน ผมก็คิดว่าไหนๆ ก็มีร้านพิซซ่าแล้ว ก็ให้พวกเขามาเล่นดนตรีช่วงกลางวันละกัน”

“สิ่งที่ร้าน Zombie Books ไม่มีคือความมีชีวิตชีวาในตอนกลางวัน พอร้านมันอยู่ชั้น 2 ก็จะขาดอะไรจากชั้นล่างไป ผมก็ไปเอาทีวีมาจัดรายการสดเปิดเพลง เรียกว่า Zombie Radio ถ่ายทอดให้เห็นทุกชั้นเลยครับ มันจะไม่รู้สึกว่าถูกตัดขาดจากคนข้างล่าง”

“พอร้านพิซซ่าเริ่มมีคน Zombie Radio มันก็เริ่มมา ตอนนี้ทุกอย่างมันก็กลับมาดี ใช้คำว่าเริ่มดีละกันครับ ตอนนี้พิซซ่ามีออเดอร์เกิน 100 ถาดต่อวัน กำลังการผลิตไม่พอแล้วครับ”

ใช้ใจในการทำงานและสู้จนถึงที่สุด

“ผมทำเรื่องนี้เป็นงานอดิเรก คือถ้าจะมีอะไรตอบแทนกลับมาก็เพราะความตั้งใจของผม มีคนเห็นในสิ่งที่ผมทำ ลูกค้าบางคนเค้าไม่เอาส่วนลด เพราะเขาอยากช่วยร้าน”

“ผมทำ Zombie Radio ขึ้นมาก็คิดแค่ว่าให้งานนักดนตรีน้องๆ มันทำ ดีกว่าให้มันมาขอยืมเงิน ทำในสิ่งที่พวกเขาชอบ แล้วก็ได้เงิน”

“ถ้าวิกฤติมาอีกรอบ ผมก็สู้เหมือนเดิม นอกจากผมจะล้มละลายนั่นแหละ (หัวเราะ) เพราะหนังสือก็ขายออนไลน์ พิซซ่าก็ขายออนไลน์ได้ บาร์ก็อาจจะต้องปิด แต่ตัวบาร์เองก็ไม่เคยมีกำไรอยู่แล้ว (หัวเราะ)”

“ผมคิดว่าอะไรที่มันไม่ทำเงินไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีคุณค่านะ แต่มันอาจมีคุณค่าอีกอย่าง เช่นผมเวลาทุกข์ใจ เพื่อนก็มานั่งดื่มกับผม เขาอาจจะมีรายรับไม่เท่าผม เราก็จ่ายเงิน แต่เขาก็จ่ายเหมือนกัน แต่จ่ายเวลาที่มานั่งอยู่กับเรา ธุรกิจหนังสือก็เหมือนกัน มันคือที่พึ่งทางใจผม ผมชอบอ่านหนังสือ ผมมองร้านหนังสือแล้วผมมีกำลังใจ มันไม่ได้ตอบแทนเงินให้ผม แต่มันให้กำลังใจผม”

กำลังใจจากผู้ประกอบการถึงผู้ประกอบการ

“เราต้องมีความเชื่อในสิ่งที่เราทำก่อน ว่าสิ่งที่เราทำมันดี ถ้าเราได้ทำสิ่งที่เราทำแล้วมันมีความสุข เราอาจจะเจ๊ง แต่มันก็มีความสุขที่เราได้ทำ เรามอบความสุขให้กับลูกค้า ถ้าเราทำเต็มที่เขาก็จะต้องเห็นครับ เพราะฉะนั้นจริงใจในสิ่งที่เราทำ และก็อดทนอยู่ให้ถึงวันที่เราจะประสบความสำเร็จ”

Zombie Books 3

ณิกษ์ อนุมานราชธน เจ้าของบาร์ Teens of Thailand

จากค็อกเทลบาร์สู่การขายขนมจีบ อาหารเหนือ และกาแฟ

Teens of Thailand, Asia Today Bar, Tax

หลายคนอาจจะเคยรู้จักจินบาร์คาแรคเตอร์จัดย่านนานา (ที่ไม่ใช่ถนนสุขุมวิท) อย่าง Teens of Thailand ในภาพของความก๋ากั่นในการสร้างคอนเทนท์ให้ความบันเทิง ไปจนถึงเมนูแอลกอฮอล์ ค็อกเทลที่มีส่วนผสมเฉพาะตัวอย่างน้ำผึ้ง แต่ในช่วงการระบาดของ Covid-19 ระลอกสองที่ผ่านมา เข้ามาอีกทีก็มีแต่คอนเทนท์ขายขนมจีบ ลาบคั่ว กาแฟสกัดเย็น จนทำให้แฟนๆ อย่างเราเป็นต้องแปลกใจ…

สถานการณ์อันยากลำบากและการดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอด

“คือปีที่แล้วเขาห้ามขายสุราเลย เราขายสุราเป็นขวดก็โดนจับเพราะผิดกฎหมายโฆษณามาตรา 32 ก็เลยไม่ได้ทำต่อพอเกิดวิกฤติขึ้นอีกเราก็เดาทางแล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง เพราะถ้าอยู่ในประเทศนี้อะไรที่มันเกี่ยวข้องกับสุราก็อันตรายหมด”

“รอบนี้เราเลยไม่ทำอะไรเกี่ยวกับสุรา แล้วก็ย้ายมาทำขนมจีบ อาหารเหนือ กับกาแฟแทน”

ความเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“ผมว่าทุกคนมันต้องดิ้นครับ ผมมีคนทำอาหารเหนืออยู่ในทีม แล้วก็มีคนทำกาแฟอยู่ในทีมด้วย  เราก็เลยทำตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เราเองก็อยากให้ทีมงานมีรายได้ ผมเองก็มีทางเลือกไม่มากครับ”

“เมล็ดกาแฟที่ใช้มาจาก Left Hand Roaster ที่ผมเป็นหุ้นส่วนอยู่ด้วย โรงคั่วเราใช่เมล็ดกาแฟไทย เพื่อช่วยพัฒนาและเป็นปากเสียงให้แก่ชาวไร่ที่ปลูกกาแฟ”

Teens of Thailand, Asia Today Bar, Tax

เพื่อความอยู่รอด

“มันก็มีได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้เยอะครับ คือยังไงมันก็เข้าเนื้อ มีแค่เข้ามากกับเข้าน้อย แต่ถ้าเรายังมีแรงมันก็ต้องทำ”

“ไม่มีมาตรการในการเยียวยาผู้ประกอบการเลยครับ ผมก็เลยทำยังไงก็ได้ให้มีเงินจ่ายค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟต่อ ทุกอย่างมันต้องจ่ายต่อ ก็เริ่มเข้าใจครับว่าเราอยู่ในประเทศที่รัฐไม่มีการคิดถึงผลกระทบจากคำสั่งที่ออกมาแบบชุ่ยๆ”

“ทุกคนก็พูดง่ายว่าเปลี่ยนไปทำนู่นสิ นี่สิ แต่ทุกคนมันไม่ได้มีเงินมากที่จะไปลงทุนอีกรอบ ทั้งอาหารเหนือ ทั้งขนมจีบ เราก็ลงทุนไปกับอุปกรณ์ทุกอย่าง คุ้มไหม มันก็ยังไม่คุ้มหรอกครับ เราก็ดิ้นไปตามสภาพที่เราจะดิ้นได้ครับ”

“คือผมไม่ได้ดูถูกอาชีพการขายขนมจีบนะครับ แต่ผมไม่สามารถดูแลทีมงานจากการที่ผมแค่ขายขนมจีบได้ มันไม่พออยู่แล้ว กำลังใจมันก็มีแหละครับ มีลูกค้าเก่า ลูกค้าใหม่ มีคนที่ไม่เคยมาร้านเราสั่ง แต่มันไม่ใช่อาชีพที่เราทำครับ”

บทเรียนที่ได้รับ

“ผมว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ฟังอะไรเลย บ่นไปก็ไม่มีประโยชน์ ผมว่ามีทักษะก็ยังอาจจะไม่พอ ผมไม่มีคำตอบให้จริงๆ ครับ ถึงจะมีทักษะแต่มันอยู่ในสภาวะที่คุณทำอะไรไม่ได้”

“ถ้ามันเป็นความฝัน ก็ขอให้สู้ต่อไป แต่อยากให้เข้าใจว่าเราอยู่ในประเทศที่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สนับสนุนและไม่เข้าใจธุรกิจแอลกอฮอล์เลย อยากให้มองหาตัวช่วย หรือธุรกิจอื่นที่จะมาช่วยธุรกิจหลัก”

“สุดท้ายธุรกิจของผมเป็นร้านค็อกเทลที่ทำจากวัตถุดิบในประเทศ มีทั้งหมด 3 ที่ด้วยกัน อยู่ในย่านเมืองเก่า ใกล้กับเยาวราช Teens of Thailand, Asia Today เป็นบาร์ที่เน้นในเรื่องของน้ำผึ้ง น้ำผึ้งป่าพื้นเมือง ส่วน Tax จะเน้นใช้น้ำส้มสายชูมาทำค็อกเทล 3 ร้านนี้ก็อยู่ในซอยนานาครับ”

Teens of Thailand, Asia Today Bar, Tax

Related Stories

One and Only Portonovi in the Bay of Kotor
Travel
บรรทัดฐานที่ไม่เคยหยุดนิ่งของโรงแรม 5 ดาว กับสารพัดสิ่งที่นักเดินทางและเจ้าของโรงแรมต้องรู้
5 ดาววันนี้อาจจะเป็น 4 ดาวในวันหน้า ตอบทุกคำถามเกี่ยวกับการประดับดาว พร้อมเรื่องราวของการโรงแรมในอนาคต
Read More
How Can Small Businesses Survive The Outbreak
Books
มองขาด 4 ประเด็นสร้างธุรกิจที่พูดง่ายแต่ทำยากผ่านกิจการคุกกี้โฮมเมด
“ไม่มีหรอกคำว่า New Normal มีแต่ Never Normal”
Read More
Work From home
Books
WORK FROM HOME: โอกาสดีที่องค์กรขนาดเล็กจะได้ทำความรู้จักสมาชิกอีกครั้ง
พูดคุยเรื่องการทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศผ่านมุมมอง Managing Director ของเรา
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.