Illustration of the digital world

บทความโดย Garn Suriyachantananont, Content Director, W. MINISTRY
ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Illustrator, W. MINISTRY
กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

Etiquette & Culture

DIGITAL DATING ETIQUETTE: สิ่งที่พึงทำเมื่อคุณตัดสินใจลงสนามเดทออนไลน์

20 May 2020

“เสือ Tinder” ฤจะสู้ “สุภาพบุรุษ Tinder”

Congratulations! You have a new match!

อย่ามัวแต่ดีใจจนปล่อยร่างสองออกมาเพ่นพ่านล่ะ เพราะเราต่างก็รู้ดีว่ามันง่ายแค่ไหนที่จะพ่ายแพ้ต่อกิเลสตัณหาในยุคที่เขาว่ากันว่า “Romance is dead!”

เมื่อความโรแมนติกมันได้ล้มหายตายจากไปเสียหมดเพราะความง่ายที่ได้มาอย่างรวดเร็วทันใจจากแอพพลิเคชั่นหาคู่เทคโนโลยีสูง จนทำให้เหล่าสุภาพบุรุษกลายร่างเป็น “เสือ” คอยจดจ้องแต่จะล่าเหยื่ออย่างไม่คิดหน้าคิดหลัง

ด้วยเหตุนี้เอง เราจึงยกหูโทรศัพท์ไปหา คุณปืน สธน ตันตราภรณ์ ที่ปรึกษาด้านภาพลักษณ์ หนึ่งในบุคคลผู้เชี่ยวชาญจากทำเนียบ Aficionados ของเรา ที่ได้อธิบายให้เราได้กระจ่างกันในวันนี้ว่าเพราะเหตุใด ‘มารยาททางสังคม’ เล็กๆ น้อยๆ ที่บางครั้งเราอาจจะมองข้าม จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่าจะในยุคสมัยใด หรือจะอยู่บนแพล็ตฟอร์มไหน ก็ไม่ควรละเลย

Story advised by Ston Tantraporn, Image Consultant and Managing Editor at Vogue Thailand Meet all the W. MINISTRY Aficionados here

Profile Set-Up

ในปี 2020 ที่เราทุกคนต่างก็เริ่มคุ้นเคย (หรือสำหรับบางคนอาจต้องใช้คำว่า “ช่ำชอง”) กับวิธีการนำเสนอภาพลักษณ์ของตัวเองในสื่อโซเชียล ไม่แปลกที่การบริหารจัดการหน้าโปรไฟล์ในแอพหาคู่ให้ “ดูดีมีชาติตระกูล” นั้นจะเป็นเรื่องแรกๆ ที่เราพึงพินิจ ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา หน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งรสนิยมส่วนตัวที่เราพยายามทั้งเหลาทั้งฝนมันให้ออกมาดูสมบูรณ์แบบ จนลืมไปว่า “เพอร์เฟคดีไซน์” นั้นไม่ได้แปลว่ามันคือดีไซน์ที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะบ่อยครั้งสิ่งที่เรามองหาในตัวบุคคลมันคือความเป็นธรรมชาติกับคาแรคเตอร์เฉพาะตัวที่ไม่มีการปั้นประดิษฐ์ใดลอกเลียนแบบได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าคุณจะต้องแบไพ่ให้ฝ่ายตรงข้ามเห็นหมดทุกใบตั้งแต่วันแรก (เก็บภาพโชว์กล้ามเปลือยท่อนบนที่ฟิตเนสไว้ดูเองก่อนดีไหม) คุณปืนกล่าวถึงประเด็นนี้ว่า “ถึงแม้มนุษย์เรามักจะตัดสินหนังสือจากหน้าปกก่อน แต่นั่นไม่ได้แปลว่าเราจะหยิบมันขึ้นมาแล้วเปิดข้ามไปอ่านตอนจบเลย เพราะอย่างไรมันก็ต้องอ่านตั้งแต่ต้น จะอ่านข้ามบทไปมาก็ไม่มีทางเข้าใจ เราไม่ได้ต้องการรู้ตอนจบก่อน แต่ต้องการที่จะค่อยๆ สืบและสนุกกับการสืบไปเรื่อยๆ จนถึงจุดที่ตัวเองคิดว่าได้รับข้อมูลที่เพียงพอแล้ว จึงจะตัดสินใจ”

ฉะนั้นศาสตร์ของการนำเสนอภาพลักษณ์ที่ดีในเกมส์นี้จึงไม่ใช่การแบไต๋ให้เขาเห็นทั้งหมด แต่คือการกลั่นกรองข้อมูลอย่างมีระบบโดย “เคลือบน้ำตาล เคลือบเสาวรส” เข้าไปสักหน่อยเพื่อสร้างชั้นเชิง แล้วค่อยๆ ละลายมันไปตามขั้นตอนในบริบทที่ไม่ได้เป็นการโกหกหลอกลวงใคร

Navigating the Conversation

ไม่มีใครชอบถูกถามคำถามเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เป็นยังไงบ้างครับ” ไม่ใช่คำถามที่คุณจะคาดหวังอะไรได้มากกับคนที่ไม่ได้สนิทชิดเชื้อกัน คุณก็รู้อยู่แก่ใจว่าสิ่งที่หวังลึกๆ เมื่อถามคำถามทื่อๆ นี้ออกไปหาใช่คำตอบ แต่เป็นการตอบสนองจากคนที่คุณสนใจต่างหาก แต่ประทานโทษ หมัดนี้ที่คุณคิดว่ามันเข้าเป้าอย่างง่ายๆ สุดท้ายก็ได้แค่ชกลม รอวันที่จะกลายเป็นแค่คำทักทายหมดอายุที่เขาลืม คุณปืนกล่าวว่า “ลองคิดดูว่าพอเราถูกแมทช์กับฝ่ายตรงข้ามเป็นร้อยคน แล้วเราเจอข้อความทักทายเหมือนกันมาร้อยข้อความ ถ้าทุกคนได้คะแนนการทักทายเท่ากันหมด เราก็จะต้องกลับมาตัดสินคะแนนกันที่รูปร่างหน้าตาเหมือนเดิม แทนที่จะได้แข่งกันในโจทย์อื่น”

ในเมื่อคุณทั้งสองคนยังคงเป็นคนแปลกหน้ากันอยู่ คำถามพวกนี้ขอให้ลืมมันไปก่อน เก็บคำถามที่เรียบง่ายที่สุดไว้ในวันที่ความสัมพันธ์ของคุณขยับไปอีกขั้น เพราะในวันนั้นคุณจะได้คำตอบจริงๆ จากเขา ส่วนในวันนี้สิ่งที่คุณทำได้คือการสร้างบทสนทนาด้วยเรื่องที่เบาสบาย แต่เฉพาะเจาะจงโดยไม่ละลาบละล้วง เพื่อเป็นการบอกว่าเขาคือคนที่คุณสนใจ เพราะไม่ว่าจะยุคดิจิทัลหรือไม่ สิ่งที่ตายตัวก็คือความรู้สึกของการที่ได้รู้ว่าเราเป็นที่ชื่นชอบ ซึ่งไม่ว่าเขาคนนั้นจะ “คูล” ขนาดไหนก็เชื่อว่าไม่สามารถปฏิเสธความรู้สึกนี้ได้ลง

สิ่งที่ทำให้บทสนทนาเบื้องต้นในยุคดิจิทัลเป็นเรื่องท้าทายกว่าเวลาที่อยู่ต่อหน้ากันก็คือการที่คุณไม่สามารถแสดงออกได้อย่างเต็มที่ ไม่มีอีโมจิไหนที่จะช่วยโฆษณาว่าคุณเป็นผู้ฟังที่ดี (ที่แน่ๆ ไม่ใช่อีโมจิมะเขือยาว) ฉะนั้นอย่าเพียงแต่โยนหินถามทาง (เก็บคำถามเหล่านั้นไว้ให้ Siri เถอะ) แต่ให้ต่อยอดบทสนทนาจากสิ่งที่คุณได้ถามไปตอนแรกในบริบทที่ลึกขึ้น เพื่อยกระดับบทสนทนาไปอีกขั้นหนึ่ง ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้แปลว่าจะต้องคุยกันถึงเรื่องที่ชวนให้หนักหัว แต่มันคือการทำให้เขาจดจำว่าคุณคือคนที่เขาอยากคุยต่อได้เรื่อยๆ เพราะสุดท้ายสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าเนื้อหาของบทสนทนาก็คือความประทับใจที่ได้จากมัน

Moving Out of Dating Apps

เป็นที่รู้กันว่าการจะเชิญชวนอีกฝ่ายย้ายค่ายไปสานสัมพันธ์ต่อในแอพส่วนตัวหรือแม้กระทั่งทางโทรศัพท์นั้นเสมือนเป็นการแง้มประตูสู่ความสัมพันธ์อีกหนึ่งขั้นเพื่อแสดงความจริงจังกับเขา ส่วนใหญ่เมื่อเริ่มคุยกันถูกคอ ก็ย่อมมองหาสิ่งแวดล้อมหรือบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวมากขึ้น การย้ายจากแอพหาคู่ไปยังแพล็ตฟอร์มที่เราเลือกเอง ถ้าให้เปรียบเทียบก็คล้ายๆ กับการโยกย้ายบทสนทนาภายในล็อบบี้ของโรงแรมที่มีคนคอยจัดการรับรองคุณไปยังห้องนั่งเล่นที่บ้านที่มีบรรยากาศสบายๆ ไม่มีใครมานั่งมอนิเตอร์ หายใจรดคอ มันเหมือนเป็นการได้คุยกันในขอบเขตและกฏเกณฑ์ที่คุณสองคนกำหนดเอง

“จริงๆ แล้วมันก็คือรูปแบบหนึ่งของการประทับตราว่าเราเอ็กซ์คลูซีฟ เพราะวันนี้ความสัมพันธ์มีหลายรูปแบบมาก ทั้งพหุรัก ความสัมพันธ์แบบเปิด และอื่นๆ เต็มไปหมด บางครั้งเราจึงต้องการรู้สถานะสักนิดหนึ่งเพื่อความมั่นใจ” คุณปืนกล่าว “แต่การที่คนคนหนึ่งเชิญคนอีกคนหนึ่งไปอีกแพล็ตฟอร์มไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายจะต้องตามไป เพราะการตกลงไปคือการคอนเฟิร์มสถานะว่าเรากำลังจะไปอีกระดับหนึ่งแล้ว”

ฉะนั้น ก่อนที่คุณจะเดินหมากข้ามตา กลับมาทบทวนให้ดีว่าทั้งคุณและเขาพร้อมที่จะเดินไปจุดนั้นด้วยกันหรือยัง หากยัง ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะรอเวลาจนกว่าจะเหมาะสม เพราะหากเคลื่อนทัพไปโดยที่ยังไม่พร้อม ไม่ว่าจะทั้งคู่หรือแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็อาจจะเกิดการเข้าใจผิดคิดไปเองกันในภายหลัง คุณปืนแนะว่า “การจะเดินไปอีกจุดหนึ่งมันต้องมีขั้นตอนจังหวะของมัน ไม่ใช่คิดถึงแต่ตัวเราคนเดียว มันคือการคำนวณว่าตอนไหนที่เหมาะ ใครที่คำนวณได้เก่ง คนนั้นมีสิทธิ์ชนะในเกมส์นี้”

Ending Things with a Good Attitude

แอพหาคู่ทุกวันนี้คือแม่สื่อ (และพ่อสื่อ) ไซเบอร์ที่เราฝากความหวังและความลับไว้กับพวกมันแบบที่ไม่เคยทำกับมนุษย์ตัวเป็นๆ แอพเหล่านี้มีหน้าที่ป้อนตัวเลือกนับร้อยนับพันให้ผู้ใช้งานหัวใจโดดเดี่ยวตามแต่ตัวคัดกรองที่เจ้าของกำหนดไว้ สะดวกทันใจแต่ใครเลยจะเอาชนะกฎเกณฑ์ของสถิติไปได้ ร้อยทั้งร้อยมักลงท้ายด้วยความผิดหวังอันเกิดจากความไม่สบกันทางลักษณะนิสัยหรือไม่ก็ความสนใจ (ไหนคุณระบุในโปรไฟล์ว่าชอบ The Smiths ไง ทำไมร้องไม่ได้สักเพลง) ภาวะการไม่ “Match” หลัง “Match” มันช่างน่าเจ็บใจ เหมือนเจอเสื้อเชิ้ตที่ถูกใจแต่ไซส์กลับไม่มี

แต่อย่าลืมว่าการสิ้นสุดนั้นสำคัญไม่น้อยไปกว่าการเริ่มต้น ผู้อ่านคงจะเคยได้ยินศัพท์ดิจิทัลอย่าง “โกสติ้ง (Ghosting)” หรือการตัดความสัมพันธ์กับใครสักคนอย่างไม่ใยดี กลายร่างเป็น “ผี” โดยที่ไม่ได้มีสัญญาณใดๆ บ่งบอกให้อีกฝ่ายรู้ตัวก่อน การกระทำแสนโหดร้ายที่แฝงไปด้วยความมักง่ายดังกล่าวเป็นเหตุผลให้ผู้เล่นในสนามเดทออนไลน์หลายๆ คนต้องเจ็บช้ำน้ำใจกันมานักต่อนัก แน่ล่ะ การใช้การกระทำเป็นคำใบ้เนียนๆ มันย่อมง่ายกว่าการต้องร่ายเป็นคำพูดอยู่แล้ว แม้จะเพียงผ่านตัวหนังสือในกล่องข้อความก็ตาม

ไม่มีใครชอบเจอผี จงทบทวนให้ดีว่าหากเป็นคุณที่โดนกระทำจะรู้สึกอย่างไร ปรับแนวคิดให้สมเป็นชายชาตรี หากไม่ประทับใจฝ่ายตรงข้ามก็โปรดยุติความสัมพันธ์อย่างสุภาพบุรุษ มันเป็นการให้เกียรติตัวเองไม่น้อยไปกว่าให้เกียรติฝ่ายตรงข้าม วันหนึ่งข้างหน้ามองย้อนกลับมาจะพบว่ามันเป็นประสบการณ์แทนที่จะเป็นความอัปยศของชายคนหนึ่ง

“การจะทำร้ายจิตใจใครนั้นไม่มีโอกาส ไม่ต้องรอให้เป็นวันที่ดีของเขา และไม่ต้องรอให้เป็นวันที่แย่ของเขา เพราะการที่เขาถูกล็อตเตอรี่กับการที่เขาถูกเราบอกเลิกมันไม่ได้ชดเชยกันแล้วเกิดเป็นจุดสมดุลตรงกลาง” คุณปืนแนะ

เราอาจจะไม่เคยนึกถึง แต่คำพูดเรียบๆ อย่างคำว่า “โชคดีนะครับ” มันมีพลังช่วยเยียวยาหัวใจที่ห่อเหี่ยวของคนที่โดนบอกเลิกได้มากกว่าที่เราคิด “เราในฐานะของคนพูดกำลังบอกว่า ‘ความสัมพันธ์ของเธอกับฉันอาจจะไม่ได้ประสบความสำเร็จ แต่ฉันไม่ได้บอกว่าเธอไม่ควรที่จะประสบความสำเร็จ’” คุณปืนกล่าว “มันเป็นการบอกเขาเป็นนัยๆ ว่าเราอาจจะไม่แมทช์กันในเกมส์นี้ แต่เกมส์ของเขายังคงดำเนินต่อ”

Happy Dating, folks…

Related Stories

Health & Fitness
RELATIONSHIPS DURING SOCIAL DISTANCING: รักษาความสัมพันธ์อย่างไรดีเมื่อต้องห่างกัน
บททดสอบชั้นดีที่จะทำให้คุณกลับมาใส่ใจเรื่องเล็กๆ ของคนรอบข้างแม้ยามไม่ได้พบหน้า
Read More
Illustration of man and woman in a long distance relationship
Books
LONG-DISTANCE RELATIONSHIP: ดีใจหายกับเศร้าดำดิ่งเพราะดันมีรักระยะไกล
คำสารภาพจากประสบการณ์จริงของมนุษย์ Long-Distance
Read More
Lifestyle
SOCIAL MEDIA IN MODERATION
Social Media หรือสังคมเสมือนจริง ความสะดวกสบายหรือกับดักของความทันสมัย
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.