The Read

DRESSING IN DISTANCE: อยู่ห่างกันไกล จงอย่าให้ใจห่างสไตล์

บทความโดย Nath Suriyachantananont, Editor-In-Chief, W. MINISTRY

The Read

DRESSING IN DISTANCE: อยู่ห่างกันไกล จงอย่าให้ใจห่างสไตล์

26 April 2020

ชั่วโมงไกลผู้คนทำให้เราหันมองอะไรใกล้ๆ และค้นพบความสุขขนาดย่อมที่ก่อนหน้านี้อาจลืมมันไป

 

 

ผมต้อนรับเช้าวันจันทร์ด้วยความรู้สึกตื่นเต้นพอประมาณ ไม่ใช่เพราะมันเป็นต้นสัปดาห์แห่งการทำงาน (ตอนนี้เส้นแบ่งของการออกไปทำงานกับการอยู่ที่บ้านเริ่มจะเลือน) แต่เพราะเสื้อผ้าที่จะเลือกใส่วันนี้ต่างหาก

สูทที่สั่งตัดไปตั้งแต่ช่วงต้นปีในที่สุดก็ฝ่าความเมตตาของด่านศุลกากรมาเป็นสมาชิกใหม่ในตู้เสื้อผ้าเสียที “ซื้อมาทำไมอีก มีสูทตั้งกี่ชุดแล้ว” ฝ่ายค้านในหัวท้วงถามขึ้นมาขณะที่ผมค่อยๆ เลาะตะเข็บที่เย็บปิดกระเป๋าแจ็คเก็ตสูทอย่างระวัง ผมเลือกที่จะไม่ฟังเสียงนั้น จริงๆ มันอาจเป็นเสียงของใครสักคนที่บ้านก็ได้ มันไม่ใช่สูททางการอะไรหรอก เบื้องแรกตั้งใจว่าจะใช้บริการสูทสีครีมตัวนี้ในวันที่อยากใส่สูทมากกว่าต้องใส่สูท แค่ไม่เคยคิดว่าจะ อยากใส่สูท ถึงเพียงนี้

ชายใดที่เชื้อเชิญเมนส์แวร์เข้ามาอยู่ในชีวิตเป็นระยะเวลาหนึ่งจะเข้าถึงความรู้สึกนี้ได้ดี

 

Jack Nicholson as J. J. "Jake" Gittes in Roman Polanski's Chinatown (1974)

 

ตั้งแต่เด็กเราถูกสอนว่า มนุษย์เราเป็นสัตว์สังคมโดยกำเนิด ไม่กี่สัปดาห์ก่อน WHO ตัดสินใจเปลี่ยนคำเรียก การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เป็น การเว้นระยะห่างทางกายภาพ (Physical Distancing) ด้วยความเป็นห่วงว่าสัตว์สังคมทั้งหลายจะสูญพันธุ์ไปก่อนจะโดนไข้หวัดเล่นงาน หารู้ไม่ ที่คนเราต้องการมากกว่าอาจจะเป็น Digital Distancing หรือเปล่า? แต่นั่นเป็นคำถามที่ผมขอเก็บไว้ให้นักสังคมวิทยาหรือผู้เชี่ยวชาญตอบคงจะยุติธรรมกว่า

และในความเป็นมนุษย์นั้นเอง เราให้คุณค่ากับการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น เราเรียนรู้ที่จะวางตัวและนำเสนอตัวตนเท่าที่สังคมและตนเองขีดเส้นไว้ เราจึงใช้อารมณ์ผสมเหตุผลเพื่อวาดภาพจำให้กับตนเอง นี่คงจะเป็นสิ่งหนึ่งที่แยกมนุษย์ออกจากสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ

แต่ในช่วงเวลาที่เราไม่จำเป็นต้องเผยตัวกับสาธารณะ ไม่ต้องปฏิสัมพันธ์โดยตรงกับผู้คนมากไปกว่าผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ ในวันที่ประชากรชาวอินเตอร์เน็ตตาดำๆ นั่งขำรูปผู้ประกาศข่าวในเสื้อสูทกางเกงขาสั้นใส่อยู่บ้าน ขณะเฝ้ารอวันที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ เรายังต้องมานั่งคิดเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่หรือเปล่า อย่าให้ต้องไปถึงประเด็นของปกเสื้อเชิ้ตที่จะใส่ เท็กซ์เจอร์ของเนคไท หรือเนื้อผ้าของกางเกงขายาวที่ทั้งวันไม่มีใครได้เห็นนอกจากตัวเราเอง

 

Toshiro Mifune relaxing at home

 

“บ้าไปแล้ว!” เสียงจอมป่วนแทรกขึ้นมาอีกครั้ง ดูเหมือนมันจะไม่ลดละความพยายามที่จะฉุดผมออกจากอาการหมกมุ่นในเรื่องนี้ ไม่ต่างอะไรกับมารผจญในภาพยนตร์เกรดบีที่ผู้กำกับส่งมาเพ่นพ่านเพียงเพื่อให้ตัวละครเอกเกิดความไขว้เขวแล้วก็หนีไปอย่างไร้ความหมาย

ผมไม่ปล่อยให้เสียงรบกวนไร้สาระนั่นมาขวางทางเจตนารมณ์ที่อยากจะถ่ายทอดให้กับคุณผู้อ่านในวันนี้ เสื้อผ้ามันเป็นเรื่องส่วนบุคคล และเรามีสิทธิ์เต็มที่ที่จะใช้มันสร้างความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะในเวลาที่หลายอย่างดูอึดอัดและคลุมเครือ การหยิบจับเสื้อผ้ามาประดับกายเป็นสิ่งเล็กน้อยที่สุดที่มนุษย์เราจะมอบให้กับตัวเอง เป็นเกราะกำบังที่เราใช้ต่อกรกับความไม่แน่นอนอันเป็นศัตรูตัวฉกาจ (ถ้าผู้ประกาศข่าวรายนั้นถูกเรียกให้ยืนขึ้นหน้ากล้องอย่างกระทันหัน คงจะน่าติดตามไม่น้อย)

เครื่องแต่งกายจึงเป็นเรื่องน้อยนิดมหาศาลที่ผมวางอยู่เหนือค่านิยมผิวเผินใดๆ

ฉะนั้น ก่อนจะสงสัยว่าวันนี้คุณจะแต่งตัวหล่อไปให้ใครประทับใจ ลองถามตัวเองว่าทำไมคุณถึงสนใจเสื้อผ้าตั้งแต่แรก คุณคาดหวังอะไรจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ ถ้าคำตอบคือเพื่อให้ดูดีมีผู้คนนับหน้าถือตาเท่านั้น ก็ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย นี่อาจไม่ใช่บทความที่สลักสำคัญสำหรับคุณ

แต่ถ้าต้องการมองให้ลึกซึ้งไปกว่านั้น การเลือกเสื้อผ้ามาใส่มันให้อานิสงส์ทั้งในแง่จิตใจและการกระทำ

 

On Mentality

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาสอนให้เรารู้จักคุณค่าของความสุขเล็กๆ ที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้นึกถึงมันมากนัก ภารกิจภาคบังคับประจำวันตั้งตนเป็นเจ้านายของเราตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ มารู้สึกตัวอีกทีมันก็เข้ามากำหนดสิ่งที่เราทำ สิ่งที่เราพูด และสิ่งที่เราสวมใส่ (หากจะว่ากันในบริบทนี้)

 

Keir Dullea as Dr. David Bowman in Stanley Kubrick's 2001: A Space Odyssey (1968)

 

ผมมีเพื่อนชาวสิงคโปร์คนหนึ่งที่อาศัยและทำงานในเมืองไทย ทุกเช้า Charles จะโพสต์เรื่องลงในอินสตาแกรมส่วนตัวเกี่ยวกับชุดที่หลายคนอาจเลือกใส่เฉพาะโอกาสสำคัญ เขาคือตัวอย่างหนึ่งของคนที่ให้คุณค่ากับเครื่องแต่งกายแม้ในเวลาที่ไม่ได้มีปัจจัยใดๆ มาบีบบังคับ

ผมมองมันเป็นกิจวัตรประจำวันในการส่งตัวเองออกจากโหมดพักผ่อนไปสู่โหมดทำงาน ไม่ต่างอะไรกับการอาบน้ำ กินวิตามิน หรือการชงกาแฟแก้วแรกของวันในฐานะชาวต่างชาติ เขาจะเลือกสีเสื้อผ้าตามบรรยากาศของวัน เสมือนเป็นการให้เกียรติที่ที่เขาอยู่และผู้คนที่เขาปฏิสัมพันธ์ด้วยเขาบอกว่ามันยังเป็นเครื่องมือหล่อลื่นบทสนทนายามเช้ากับเพื่อนร่วมงานที่ได้ผลดีเยี่ยม

การทำสิ่งที่เหนือความคาดหวังทั่วไปมันบรรจุความใส่ใจอยู่ในนั้น

เหมือนพ่อครัวซูชิที่ปั้นข้าวอย่างบรรจงแม้จะรู้ดีว่าเนื้อปลาคือสิ่งที่ผู้คนถวิลหา เจตนามันโกหกใครไม่เป็น และสำหรับผมมันเป็นสิ่งที่น่าชื่นใจที่ในวันนี้ยังมีคนที่ให้เวลาและความสนใจกับเรื่องเล็กน้อยแบบนี้

เราทุกคนต่างทุ่มเทเวลาให้กับการพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด เพราะเรารู้ดีว่ามันส่งผลกับความรู้สึกนึกคิดของเราอย่างไร แล้วเราจะมาโยนความตั้งใจทั้งหมดนั้นทิ้งไปเพียงเพราะวันนี้เราได้รับโอกาสให้นั่งทำงานที่บ้านได้เท่านั้นเองหรือเขาทิ้งคำถามนี้ไว้ให้ผมและคุณผู้อ่านได้กลับไปขบคิดระหว่างที่เรานั่งรอซีซั่นใหม่ของซีรีส์เรื่องโปรด

On Productivity

ครั้งหนึ่งใครบางคนเคยปรารภไว้บนหน้ากระดาษจงแต่งตัวเพื่อหน้าที่การงานที่อยากได้ ไม่ใช่ที่ทำอยู่ฟังดูโก้หรูและทะเยอทะยานราวกับถอดมาจากตำราทุนนิยมสักเล่ม แต่จะเชื่อหรือไม่ก็ตาม เสื้อผ้าที่เราใส่เชื่อมโยงกับผลลัพธ์ในการประกอบกิจวัตรต่างๆ ของวันโดยที่เราไม่ทันสังเกต ผมจะไม่บังอาจเสียเวลาคุณผู้อ่านด้วยสารพัดผลงานวิจัยเรื่อง เสื้อผ้ากับประสิทธิภาพการทำงาน ที่หลายสำนักเคยศึกษาหานัยสำคัญของสองปัจจัยนี้

หากคุณไม่ใช่นักกีฬาเทนนิสมืออาชีพ หรือเทนนิสไม่ใช่สิ่งที่คุณถนัด คุณจะเลือกใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นตัวเก่าเพราะมัน ง่าย ทั้งๆ ที่คุณมีชุดกีฬาแขวนทิ้งไว้อยู่จริงๆ หรือ

ให้เครื่องแต่งกายช่วยทำในสิ่งที่บางครั้งเราเนรมิตมันขึ้นมาเองไม่ได้ อย่างเช่นเรื่องความมั่นใจ

 

Gene Hackman as Harry Caul in Francis Ford Coppola's The Conversation (1974)

 

เวลาที่เราแต่งตัวในชุดทำงาน มันเป็นเหมือนการส่งสัญญาณสั่งการสมองว่าเรามีหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำ มีกำหนดส่งที่ต้องตรงเวลา และมีทั้งคนรู้จักและคนแปลกหน้าที่ต้องพบปะ มันเป็นเรื่องปลีกย่อยที่รวมกันแล้วทำให้คุณเอาการเอางานมากขึ้นอย่างเหลือเชื่อ และในเวลาที่เราอยู่ในชุดทำงาน เราจะสร้างภูมิคุ้มกันต่อสิ่งล่อใจอย่างโซฟา ตู้เย็น หรือเตียง ซึ่งในขณะนี้อาจอยู่ห่างจากคุณไม่เกิน 3 เมตร Charles แชร์ประสบการณ์ที่เราทุกคนต่างเข้าใจ

ผมแนะนำให้คุณลองทำความรู้จักกับชนิดผ้าและคุณสมบัติของมัน กางเกงผ้าวูลฟลันเนิลเนื้อนุ่มสักตัวไม่ได้ใส่สบายน้อยไปกว่ากางเกงสเว็ตที่คอยรับใช้คุณเวลาไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสเลย แถมยังน้ำหนักเบากว่า พริ้วสบายกว่า และคงไม่ต้องบอกว่าตัวเลือกไหนเหมาะกับการติดต่อธุระงานมากกว่ากัน

 

Gregory Peck Reading a Book

 

On Appreciating Smaller Things

ผมหวังว่าคุณผู้อ่านจะค้นพบสุนทรียภาพที่ซ่อนอยู่ แม้มันจะเป็นอะไรที่เล็กน้อยที่สุดอย่างการรอคอยสลิปเปอร์กำมะหยี่จากร้านโปรดที่กำลังเดินทางมาถึง หรือผสมเครื่องดื่มยามบ่ายไว้ประโลมความรู้สึก

ในชั่วโมงที่เข็มนาฬิกาดูจะเดินช้ากว่าปกติ การได้หวนสู่ความสุขขนาดเล็กรู้สึกเหมือนการค้นเจอกล่องของเล่นจากวัยเด็กที่ถูกกล่องแห่งความเป็นผู้ใหญ่วางทับถมมานานหลายปี

 

เจ้าเสียงรบกวนที่คอยจ้องถากถางตอนนี้ดูเหมือนจะสงบลงไปแล้ว เป็นได้ว่ามันอาจไปเจอกล่องของมันเองโดยบังเอิญ ตอนนี้เลยเข้าใจผมมากขึ้น

 

ในชั่วโมงที่เข็มนาฬิกาดูจะเดินช้ากว่าปกติ เราจะค้นพบความสุขขนาดย่อมที่ก่อนหน้านี้อาจลืมมันไป…

หยิบรองเท้าหนังคู่งามที่เคลือบฝุ่นและคราบสกปรกมาขัดทำความสะอาด

ใส่กางเกงยีนส์ผ้าดิบเนื้อกระด้างจนกระทั่งเกิดร่องรอยแห่งการใช้งาน

ไว้ผมยาวหรือหนวดเคราให้ครึ้มดังที่เคยอยากลองมานาน

สอนเพื่อนสนิทหรือน้องชายผูกปม Four-In-Hand จนคล่องมือ

อ่านหนังสือที่คุณซื้อไว้ปีก่อนเพียงเพราะว่าปกมันสวย

ดื่มเหล้าที่ตั้งใจถนอมไว้สำหรับโอกาสสำคัญ

เรียนรู้ตำราอาหารจากคุณแม่หรือญาติผู้ใหญ่ที่นับถือ

โทรหาเพื่อนเก่าที่เคยห่างหายกันไปเพราะต่างคนต่างออกไปใช้ชีวิต

ดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้พร้อมสำหรับชีวิตที่จะกลับมามีสีสันอีกครั้ง

 

ขอให้ทุกคนปลอดภัย

Related Stories

Silver Screens

AMERICAN PSYCHO: ภาพยนตร์ตลกร้ายกระแทกแนวคิดทุนนิยมของวัฒนธรรม Yuppie

"ดูสีขาว off-white ที่ล้ำลึกนั่นสิ...ความหนาของมันช่างเหมาะเจาะ โอพระเจ้า...มันมีลายน้ำด้วย"

Read

The Read

SUMMER AT HOME: ปัดฝุ่นกิจกรรมที่ไม่เคยมีเวลาทำในช่วงที่ต้องใช้ชีวิตอยู่แต่ในบ้าน

เคยคิดอยากทำอะไรแต่ไม่เคยได้ทำ ฤดูร้อนนี้อาจเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นที่เหมาะสม

Read

The Buyer’s Guide

WARDROBE ESSENTIALS: ไอเทมสามัญประจำตู้ของผู้ชายยุคนี้

ไบเบิลรวบรวมเสื้อผ้าชิ้นสำคัญพร้อมเคล็ดลับในการเลือก

Read

0Shares
preloader