Fast Fashion

The Buyer’s Guide

วิธีลดละเลิกการเสพเสื้อผ้า Fast Fashion แบบไม่หักดิบและแบรนด์ Fast Fashion ที่ดีมีจริงไหม

26 April 2021

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Visual Designer, W. MINISTRY

เราจะอยู่อย่างไรกับโลกแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงใบนี้

หลังจากที่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาในช่วง 2 ปีมานี้ส่งผลอย่างหนักต่อธุรกิจแฟชั่น เพราะ 80 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั้งหมดในอุตสาหกรรมนี้มาจากหน้าร้าน ประกอบกับการเลิกจ้างพนักงานทำให้ปริมาณการผลิตหดลงและร้านต้องปิดตามมาตรการควบคุม ซึ่งอุปสงค์ก็ลดลงตามไป คงไม่มีใครที่อยากจะซื้อเสื้อผ้าเพื่อใส่อยู่บ้านเฉย ๆ สินค้าในสต็อกจึงกลายสถานะเป็นสินค้ารอระบายที่นับวันคุณค่าในตลาดยิ่งลดลง ถึงกระนั้นเอง Fast Fashion ไม่ได้ปัญหามีเพียงมิติเรื่องเศรษฐศาสตร์ ยังสร้างปัญหาลามไปถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนและการทำลายสิ่งแวดล้อม

อุตสาหกรรมแฟชั่นผลิตคาร์บอนฟุตพริ้นท์ประมาณ 1.2 ล้านล้านตันต่อปีและตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดปริมาณมลพิษมากมายขนาดนี้คือวิธีการผลิตแบบ Fast Fashion ความเสียหายจากมลพิษดังกล่าวยังไม่รวมถึงสายน้ำสีน้ำเงินในประเทศจีนที่ไม่ใช่สิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่างใด แต่เกิดขึ้นจากสีและสารเคมีจากการผลิตที่มากเกินควรของมนุษย์ตามที่สารคดี River Blue (2017) ได้สื่อสารออกมา

ถ้าคุณยังรู้สึกว่าปัญหาดังกล่าวเป็นเรื่องไกลตัวอยู่ ผมจะขอเล่าต่อ มีนักโบราณคดีบอกว่าในอนาคตข้างหน้าชุดเดรสของ Zara ในใต้มหาสมุทรอาจจะใช้บอกช่วงเวลาของประวัติสาสตร์ได้ดีกว่าฟอลซิลเสียอีก คุณจะเริ่มคิดถึงเรื่องการหยุดซื้อเสื้อผ้าที่ซื้อมาใส่เพียงครั้งเดียวแล้วโยนเข้าตู้หรือยัง ถ้ายัง ผมขออนุญาตเล่าเรื่องต่อไป ตั้งแต่ปี 2006-2012 ในประเทศบังคลาเทศมีแรงงานอุตสาหกรรม Fast Fashion เสียชีวิตเป็นจำนวนกว่า 500 คนก่อนที่จะเกิดโศกนาฏกรรมน่าสลดในปี 2013 กับการถล่มของตึก Rana Plaza ที่คร่าชีวิตแรงงานทั้งหมด 1,100 คน ที่เกิดจากระบบและโครงสร้างที่ไม่ปลอดภัยรวมถึงการดูแลที่ขาดสำนึกในเรื่องสิทธิมนุษยชน คุณยังมองเสื้อผ้า Fast Fashion เป็นความงดงามอยู่ไหม 

ต้นตอปัญหาที่แท้จริงของ Fast Fashion 

ผมอยากชวนให้คุณมองลึกไปกว่าเดิมถึงความหมายที่แท้จริงของคำว่า Fast Fashion อยากให้ทุกคนลองนึกภาพตามว่าเปรียบ Fast Fashion เป็นเครื่องถ่ายเอกสารที่สแกนเสื้อผ้าบนรันเวย์มาได้ในเพียงชั่วข้ามคืนและวันรุ่งขึ้นก็พร้อมให้คุณช้อปในเว็บเรียบร้อย 

การออกแบบเสื้อผ้า Fast Fashion ทำให้เราเห็นว่าทีมดีไซเนอร์ของพวกเขาขาดเวลาที่จะคิดและทดลองสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างถี่ถ้วน พวกเขาบีบอัดเสื้อผ้าที่นายแบบและนางแบบสวมใส่จากบนรันเวย์เข้าสู่โรงงานเพื่อผลิตออกมาเป็นอะไรบางอย่างที่ดูใหม่และราคาที่เข้าถึงได้ ตามที่ Raf Simons เคยให้สัมภาษณ์กับ Business of Fashion ในปี 2015 เขาให้ความเห็นว่า “ปัญหาของเรื่องนี้ก็คือเมื่อคุณมีทีมออกแบบเพียงหนึ่งทีมแต่ต้องเผชิญหน้ากับงานออกแบบบนโต๊ะถึง 6 คอลเลคชั่น ลืมไปได้เลยว่าคุณจะมีเวลานานพอให้คิด ซึ่งสำหรับเขานั้นจะไม่มีทางเลือกที่จะทำชิ้นงานที่ไม่มีพื้นที่ให้หายใจหายคอแบบนี้แน่ ๆ”

Fast Fashion ที่ดีมีจริงไหม

Fast Fashion ไม่ใช่แค่เสื้อผ้า แต่มันยังมีผลต่อความคิดแนวทางการบริโภคสินค้าในหัวของคุณด้วย ไม่ว่าจะเป็นการซื้อมาเก็บหรือการซื้อมาใส่ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ทั้งหมดมีที่มาจากเรื่องของความเร็วในสายการผลิต ทุก ๆ ครั้งที่มีสินค้าตัวใหม่ขึ้นดิสเพลย์บวกกับราคาที่ดึงดูดใจทำให้คุณเดินเข้าไปในร้าน Zara และ H&M ครั้งแล้วครั้งเล่าโดยไม่รู้สึกผิด โดยคิดแค่เพียงว่าต้องเข้าโปรแกรมอัพเดตเครื่องแต่งกายให้ตัวเอง เริ่มจะเห็นความน่ากลัวของ Fast Fashion ขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ 

มีวีดีโอดีเบตที่น่าสนใจตัวหนึ่งจาก BBC ว่าด้วยในหัวข้อ Fast fashion: Can it ever be ethical and cheap? เป็นการสนทนาระหว่าง Patrick Grant ดีไซเนอร์สายเมนส์แวร์ เป็นตัวแทนฝ่ายที่เชื่อว่าอนาคตของแฟชั่นจะต้องก้าวช้าลง ยั่งยืน และเปี่ยมคุณค่า กับ Jenny Holloway เจ้าของกิจการโรงงานผลิตเสื้อผ้า Fast Fashion ที่เชื่อว่าอนาคตของอุตสาหกรรมนี้ต้องรวดเร็ว ปราดเปรื่อง และเข้าถึงได้ 

มีท่อนหนึ่งที่ Jenny ตอบคำถามถึงปลายทางที่ยั่งยืนของ Fast Fashion จะเกิดขึ้นได้จริงไหม เธอบอกว่า “เวลาที่มีคนดังใส่ชุดนู้นชุดนี้มันยากมากที่ผู้คนจะไม่เรียกร้อง อยากได้ตาม เราเปลี่ยนเรื่องราวตรงนี้ไม่ได้จริง ๆ มันเป็นเรื่องของวัตถุ อารมณ์และต้นทุนทางสังคม  ซึ่งมันจะไม่มีวันเปลี่ยน ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือตระหนักถึงคือการเรียนรู้ถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด” ซึ่งผมก็ยังไม่แน่ใจนักว่าต่อให้อุตสาหกรรม Fast Fashion มีจริยธรรมที่ดีขึ้น ให้ความเป็นธรรมต่อพนักงานและผู้บริโภค แต่สิ่งยังเป็นคำถามคาใจอยู่ก็คือ แล้วกับการผลิตครั้งละมาก ๆ ล่ะที่ต้องใช้ทรัพยากรแหล่งใหญ่ด้วยอัตราเร่งเท่าเดิม สุดท้ายใครจะได้ประโยชน์กันแน่ 

ทุกวันนี้เราจะเห็นแบรนด์ที่จับกระแสโลกทันเริ่มหันมาปรับตัวให้เข้ากับธีมเสื้อผ้าที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน โดยไม่ต้องขึ้นอยู่กับฤดูกาล รับใช้แค่ไลฟ์สไตล์และความชอบของผู้สวมใส่ ที่เราจะเห็นได้จากคอนเซ็ปท์ที่ Uniqlo กำลังบอกเล่าเสื้อผ้าของพวกเขาผ่านแคมเปญ LifeWear (ซึ่ง Uniqlo เองหากเราพิจารณาในเกณฑ์สเกลการผลิตและความเร็วที่ไม่เป็นสองรองใครนั้น พวกเขาก็คือหนึ่งใน Fast Fashion แม้เจ้าตัวจะบอกว่าตัวเองเป็น Fast Retailing ก็ตาม)

เราจะเอาชนะโลกแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงใบนี้ได้อย่างไร

การเริ่มต้นของ Slow Fashion อาจจะยังต้องอาศัยเวลาในการศึกษาและพัฒนา หรือการรื้อห่วงโซ่เดิมแล้วสร้างระบบอุตสาหกรรมใหม่ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดกันต่อไป เพราะผ้าฝ้ายออแกนิคที่มีอยู่ตอนนี้นั้นถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์มีเพียงแค่ 0.4 เปอร์เซ็นต์ของตลาดผ้าฝ้ายทั้งหมด หรือการเรียกร้ององค์กรภาครัฐเข้ามากำกับเรื่องการปล่อยปริมาณมลพิษ สิ่งนี้ผมก็ยังมองว่ายังคงเป็นเรื่องยากพอสมควร

จากอดีตจนถึงปัจจุบันเราจะเห็นว่าแฟชั่นเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกระแสวัฒนธรรมกลุ่มย่อยหรือกระแสหลัก เราทุกคนล้วนต้องการแสดงออกมาในรูปแบบที่แตกต่างอยู่เสมอ แต่เพียงระบบปัจจุบันมันกัดกินวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อมของโลกมากเกินไป

จริงแล้วเรื่องนี้จะง่ายขึ้นมาก ถ้าทุกคนมีความคิดตรงกันที่ว่า ‘เริ่มต้นแค่เราไม่ซื้อ’ ทุกอย่างก็จบ แต่เอาเข้าจริงวลีเมื่อสักครู่ดูเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ยากมากที่สุด เพราะมนุษย์ล้วนมีแรงปรารถนาในการครอบครองสิ่งใหม่เสมอ ๆ แฟชั่นหรือเครื่องแต่งกายก็เป็นแรงพลักดันสำคัญอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิตในโลกสมัยนี้ ตรงนี้ผมเข้าใจดี แต่ว่าเราจะ ‘เลือกอย่างไร’ นี่สิ ผมมองว่าวิธีนี้เริ่มได้และทุกคนสามารถทำตามได้จริง

ผมเข้าใจดีว่าเราทุกคนไม่ได้มีต้นทุนที่เท่ากันและมีกำลังซื้อที่ต่างกัน ดังนั้นจงซื้ออย่างชาญฉลาด ความฉลาดไม่ได้วัดกันที่ราคาบนป้าย แต่วัดที่ของชิ้นนั้นกำลังรับใช้ไลฟ์สไตล์ของคุณได้จริง ๆ รึเปล่าและผมก็ไม่ได้ร้องขอให้คุณต้องนิยมเสื้อผ้าสายคลาสสิคเมนส์แวร์ด้วย เพราะสิ่งที่ผมกำลังคุยอยู่ตอนนี้มันใหญ่กว่าเรื่องของสไตล์มาก มันคือวิถีชีวิตที่เราจะเลือกว่าจะให้มันเป็นอย่างไรในอนาคตอันใกล้ และอีกอย่างผมเชื่อว่าค่านิยมการแต่งตัวและสไตล์เป็นเรื่องส่วนตัวซึ่งไม่ใช่ข้อจำกัดต่อ 4 วิธีที่ผมจะแนะนำต่อไปนี้

เจ็บแต่จบ เพื่อการลงทุนที่คุ้มค่า

สำหรับใครที่ค่อนข้างมีกำลังทรัพย์สูง หากยังไม่รู้ที่จะเริ่มนับหนึ่งกับการเปลี่ยนแปลงตรงไหน เริ่มจากสิ่งใกล้ตัวที่เราใช้บริการบ่อยที่สุด โดยลงทุนอัพเกรดไอเท็มคู่ใจของเราให้มีคุณภาพมากขึ้น ที่เจ็บครั้งเดียวแต่ใช้ได้นาน ไม่ว่าจะเป็นเชิ้ต (สิ่งที่ชายไทยลงทุนและใส่ใจน้อยที่สุด) กางเกงเดรส รองเท้าหนัง ฯลฯ ให้มองการจับจ่ายในแต่ละครั้งของคุณให้เป็นการลงทุนที่มันจะผลิดอกออกผลรับใช้คุณได้เป็นเวลานานตอบรับคอนเซ็ปท์ความยั่งยืน ซึ่งทัศนคติเรื่องการใส่เสื้อผ้าซ้ำก็ไม่ใช่อะไรที่ผิด 

กระแสวินเทจ เทรนด์แห่งอนาคต

สำหรับผมเสื้อผ้าวินเทจเป็นกระแสที่ต่อกรกับ Fast Fashion ได้สมน้ำสมเนื้อที่สุดและเป็นฐานไอเดียสำคัญของดีไซเนอร์หลายคนที่มักนิยมหยิบจับนำไปใช้ อย่างที่ Balenciaca เคยใช้โมเดลยีนส์ลีวายส์รหัส 501ในยุค ‘80s ไปเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบไลน์กางเกงยีนส์ของตัวเอง แม้สภาพเสื้อผ้าเหล่านี้จะมีร่องรอยการใช้งานที่มองเห็นได้ชัด แต่เรื่องของวัสดุและการตัดเย็บการันตีได้เลยว่าจะไม่สามารถหาได้จากไหนแน่นอนในทศวรรษนี้ เราแนะนำให้เข้าไปดูอินสตาแกรม Le Vif Boutique ร้านเสื้อผ้าวินเทจในกรุงปารีส เพื่อค้นหาไอเดียการแต่งตัวที่ฉลาดเลือกในการแมทช์ความวินเทจกับความร่วมสมัย สำหรับในบ้านเราขอแนะนำอีกครั้งกับอินสตาแกรม Jak_Jean มาสเตอร์ผู้เข้าใจคำว่าวินเทจอย่างถ่องแท้ และ Secret service menwear หากสิ่งที่คุณมองหาคือ Military Surplus ที่นี่มีให้คุณครบครันอย่างแน่นอน

เสื้อผ้ามือสอง ขุมทรัพย์ราคาประหยัด

กองเสื้อผ้ามือสองสำหรับเราเป็นเหมือนขุมทรัพย์ที่รอผู้แสวงโชคเข้าไปขุดหาสมบัติได้ในราคาที่ประหยัด นอกเหนือจากนั้นสิ่งที่ได้มาคือความรู้สึกที่ประเมินค่าไม่ได้เหมือนกับการเจอเนื้อคู่อย่างไงอย่างงั้น ปัจจุบันระดับตลาดซื้อขายเสื้อผ้ามือสองมีตั้งแต่แบรนด์ local ไปจนถึงระดับแบรนด์ high-end นอกจากตลาดจตุจักรที่ดินแดนเสื้อผ้ามือสองที่สะสมชื่อเสียงมานมนาน ก็ยังมีโกดัง Shinjuku Outlet คลังเสื้อผ้ามือสองจากญี่ปุ่นที่เดินสนุกไม่แพ้กัน แต่เป็นอันดันหนึ่งในดวงใจก็คือ Ragtag ร้านมือสองสัญชาติญี่ปุ่น สวรรค์ของคนชอบดีไซเนอร์แบรนด์แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันเราไม่สามารถเดินทางไปได้ จึงแนะนำให้ล่าสมบัติในโลกออนไลน์จะดีกว่า โดยลายแทงมีดังนี้ Grailed, Ebay, StyleForum’s Marketplace, Etsy, Vintage Stone Island และ Yahoo Japan Auctions

แบรนด์น้ำดี ราคาน่าคบ

การศึกษาตัวแบรนด์ให้รู้จริงถึงต้นน้ำสายการผลิตเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งจริง ๆ มีแบรนด์มากมายที่ตั้งใจผลิตและใส่ใจเรื่องคุณภาพ และราคาเริ่มต้นสามารถเข้าถึงได้ เช่น Hans, LL Bean, Patagonia, Beams, United Arrows, Kamakura Shirt, Uniqlo (บางคอลเลคชั่น), MHL, Warehouse & Co., Converse, Shoes Like Pottery, Sperry, GH Bass เป็นต้น นอกจากนี้เราขอแนะนำแพล็ตฟอร์มใหม่ของ Lazada ในนาม M-InStyle ที่รวบรวมแบรนด์เมนส์แวร์คุณภาพคับแก้วสัญชาติไทยและขอฝากพื้นที่การช้อปปิ้งจาก W. MINISTRY ที่เราตั้งใจสร้างเป็นปลายทางที่ดีของไลฟ์สไตล์ผู้ชาย

Related Stories

Leonardo Dicaprio as Jordan Belfort biting his fist in a movie still from The Wolf of Wall Street (2013)
The Buyer’s Guide
ฝึกใจให้ ‘อยากได้ จนไม่อยากได้’
เอาชนะความอยากได้ อยากมี สู่วิถีการมองเห็นคุณค่าเหนือภาพลวงตาของป้ายราคาและค่านิยม
Read More
People
JAK JEAN OPENS UP ABOUT VINTAGE CLOTHING
คุยกับ “พี่จักร” พ่อมดแห่งวงการค้าผ้าเก่าที่ประสบการณ์ของเขาคลุกเคล้าเข้ากับความงดงามของเนื้อผ้าจนสุกงอม
Read More
Q&A
HOW TO MASTER SHOPPING ON EBAY
กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.