Music and Audio

FIRST STEPS INTO THE WORLD OF HI-FI

30 July 2019

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY
ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Visual Designer, W. MINISTRY
กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

ออดิโอไฟล์กูรูของเราแนะนำวิธีฝึกฝนการฟัง สำหรับคนที่กำลังมองหาเครื่องเสียงที่ถูกใจ

Story Advised by Vudhigorn Suriyachantananont
Audiophile Connoisseur
Meet all the W. MINISTRY Aficionados here

การเดินทางไปสู่จุดหมายปลายทางที่ตั้งใจนั้น ต้องมีการเริ่มต้นที่ดี ฉันใดก็ฉันนั้น การได้มาซึ่งเครื่องเสียงที่ตรงใจเรา ก็ต้องเริ่มจากการเรียนรู้และฝึกฝนอย่างถูกวิธี การที่ได้คลุกคลีกับเสียงดนตรี และมีโอกาสฟังเครื่องเสียงที่หลากหลาย เมื่อผ่านไปนานๆ เข้า “Trained ears” หรือ หูที่ได้รับการฝึกฝน จะเริ่มบอกเราได้ว่าเสียงอะไรที่ผิดปกติ มันเป็นผลพวงของการเรียนรู้และประสบการณ์ที่ต้องอาศัยความตั้งใจในการฟัง

เสียงดนตรีคือธรรมชาติอย่างหนึ่ง และสิ่งที่ระบบเครื่องเสียงต้องการที่จะไปให้ถึง ก็คือการมอบเสียงที่สมจริง ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เหมือนกับเราได้รับฟังดนตรีสดๆ เราจึงต้องรู้ว่าเครื่องดนตรีแต่ละชิ้น มีเสียงเป็นอย่างไร ความพอดีอยู่ที่ตรงไหน

ที่เราเกริ่นมาเช่นนี้ก็เพราะการเล่นเครื่องเสียงที่ดีนั้นมีความละเอียดในการฟังเป็นหัวใจ ต้องฝึกฝนด้วยการเปิดรับและฟังเสียงที่หลากหลาย ไม่ผิดหรอกที่คนเราจะซื้อเครื่องเสียงโดยผ่านการชี้แนะจากเพื่อน ผู้รู้ หรือคนขาย แต่สุดท้ายแล้ว การฟังด้วยหูของตัวคุณเองต่างหาก คือคำตอบสุดท้าย เพราะหูของตนเองเท่านั้นที่จะเป็นตัวกำหนดอรรถรสของเสียงที่ถูกขับออกจากลำโพงในห้องฟังเพลงของคุณ หาใช่ข้อความบนปกอัลบั้ม หรือคำโฆษณาชวนเชื่อ

อีกอย่างหนึ่ง การได้รับฟัง “แผ่นทดสอบ” ทั้งหลายที่ได้ชื่อว่าเป็นแผ่นอ้างอิงนั้น ย่อมเป็นประสบการณ์ที่ดีอย่างหนึ่ง แต่คุณต้องถามใจตัวเองว่า สิ่งที่กำลังได้ยินอยู่ขณะนั้น ตรงกับความชอบของคุณจริงหรือ เพราะแผ่นทดสอบเหล่านั้นมีหน้าที่โชว์ศักยภาพของชุดเครื่องเสียง ซึ่งอาจทำให้คุณเคลิ้มตามไปได้ และมันก็อาจจะไม่ได้เป็นแผ่นที่คุณฟังในชีวิตประจำวันด้วยซ้ำ ดังนั้น เราแนะนำให้ทดสอบเครื่องด้วยแนวเพลงที่คุณชอบ หรือจะติดแผ่นส่วนตัวที่ชอบไปด้วยเลย น่าจะเป็นวิธีที่ทำให้คุณพบกับเครื่องที่ตรงกับใจที่สุด

เรามาดู 4 องค์ประกอบที่ใช้ทดสอบศักยภาพของเครื่องเสียงว่ามีอะไรบ้าง

1. รสนิยมแนวเสียง

อันดับแรกเป็นเรื่องของรสนิยมแนวเสียง ถ้าเปรียบเป็นคนก็คือหน้าตาของคน มันคือสไตล์ของเสียงที่ถูกใจเรา เช่น ลำโพงบางคู่ให้เสียงออกมาทุ้ม บางตัวออกมาแหลม นี่เป็นตัวตัดสินด่านแรก เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่าชอบแนวเสียงนั้นหรือไม่ โดยในแต่ละแนวเสียง ก็จะมีลำโพงรุ่นใกล้เคียงกันให้เปรียบเทียบ บางคนบอกว่าชอบเสียงแหลม แต่ในความแหลมนั้นก็ยังมีรายละเอียดที่ต้องฟังให้รู้ว่ามันตรงใจเราหรือไม่ เช่น เสียงแหลมที่ได้จากทวีตเตอร์โดมผ้า กับ โดมโลหะ ก็เปล่งเสียงแหลมออกมาได้แตกต่างกัน

2. รายละเอียดของเสียง

ต่อมาคือรายละเอียดของเสียง ในช่วงความถี่ของเสียงตั้งแต่ต่ำถึงสูง ยกตัวอย่าง หากชอบฟังเสียงร้องของศิลปินที่เป็นผู้หญิง ให้ลองฟังดูว่า เสียงที่ออกมามันกังวาน เปิดโล่งออกมาอย่างไร เสียงริมฝีปากที่เผยอออกของศิลปิน หันมาฟังเสียงกลองว่ามันมีความหนักแน่นสมจริงแค่ไหน หรือมันแค่ทึบๆ ด้านๆ หรือเสียงหัวค้อนในกลไกของเปียโน ไปจนถึงเสียงเบส ว่ามันออกมาห้วนๆ หรือมันลอยออกมา “ดีดดิ้น” ให้เราฟัง รายละเอียดของเสียงร้องและเครื่องดนตรีที่ออกมา จะบอกเราว่าเครื่องเสียงนั้นพาเรามาใกล้ความสมจริงมากน้อยเพียงใด

3. มิติของเสียง

ที่ลึกลงไปกว่ารายละเอียดของเสียงก็คือ มิติของเสียง หมายถึง “ตำแหน่งแห่งที่ของชิ้นดนตรีที่วางอยู่บนเวที” เมื่อได้นั่งตรงจุดนั่งฟังที่ดีที่สุด (Sweet Spot) จะสามารถระบุตำแหน่งของนักร้อง และนักดนตรีได้ทีละชิ้น มิติของเสียงเกิดจากความสมดุลของเสียงที่ออกมาจากลำโพงทั้งสองข้าง ถ้าเสียงหนึ่งเสียงดังออกมาจากลำโพงสองข้างเท่ากัน เราจะได้ยินเสียงนั้นอยู่ตรงกลางพอดี อันนี้เกิดจากการบันทึกเสียงว่าจงใจวางอะไรอยู่ ณ จุดไหน โดยเสียงของชิ้นดนตรีที่เกิดขึ้นจะต้องคงที่นั้นๆ ด้วย เช่น หากว่าคนเป่าแซกโซโฟนยืนเยื้องไปด้านขวาของเวทีตอนที่บันทึก ลำโพงก็ต้องสามารถถ่ายทอดตำแหน่งเสียงเดิมนั้นออกมาได้ด้วยเช่นกัน มือกลองจะต้องนั่งเล่นอยู่ในตำแหน่งเดิม ไม่แกว่ง ไม่ย้ายที่ไปมา นั่นคือความเสถียรของเครื่องยังมีไม่พอ “ในภาษาเครื่องเสียงคือ เครื่องเสียงชุดนั้นไม่สามารถตรึงเวทีเสียงได้อย่างนิ่งสนิท”

4. ความลื่นไหลและจังหวะจะโคนของเสียง

และก็จะมาถึงส่วนที่จับสังเกตยากที่สุด และอาจใช้เวลาฝึกเป็นเวลานานกว่าจะฟังออก มันคือ ความลื่นไหลและจังหวะจะโคนของเสียง ซึ่งจะชัดมากโดยเฉพาะในเสียงร้อง ตั้งแต่การผ่อนลมหายใจ การทอดเสียง ไปจนถึงการเอื้อนเสียง จะเข้าจังหวะและท่วงทำนองมากน้อยขนาดไหนจะเผยให้ได้ยินก็ตรงนี้ ถ้าเครื่องกำลังไม่มีกำลังสำรองที่ดีพอ ก็จะส่งผลต่อเสียงที่ออกมา เช่น ความไม่ราบรื่นของเสียงเอื้อน จังหวะการผ่อนลมหายใจที่ไม่สม่ำเสมอ นึกภาพนักร้องที่มีปอดใหญ่กับปอดเล็ก ว่าใครจะสามารถให้พลังเสียงได้ไพเราะและเข้าถึงอารมณ์มากกว่ากัน

และนี่คือ 4 ข้อควรรู้ขั้นพื้นฐานสำหรับการเริ่มต้นเข้าสู่โลกของออดิโอไฟล์ ยังคงมีเรื่องราวของ เครื่อง และ เสียง อีกมากมายที่ต้องเรียนรู้ เพื่อที่จะได้มาซึ่งเครื่องเสียงที่ถูกใจ ทั้งนี้ก็ต้องอาศัยการฝึกฝน การเปิดรับสิ่งใหม่ๆ และหาโอกาสให้ตัวเองได้ไปฟังการแสดงดนตรีจริง ไม่ว่าจะเป็นคอนเสิร์ต ออร์เคสตรา หรือแม้กระทั่งดนตรีสดตามสถานบันเทิงต่างๆ ล้วนเป็นการเสริมประสบการณ์ที่ดีอีกทางหนึ่ง เพราะคำว่า Hi-Fi ที่จริงก็คือคำว่า Hi-Fidelity ซึ่งมีความสมจริงเป็นจุดหมายปลายทาง อันหาได้จากเครื่องเสียงที่ดีนั่นเอง

ติดตามเรื่องราวของโลกออดิโอไฟล์ได้อีกที่นี่

Related Stories

Music and Audio
THE SOUNDS THAT PLAY FOR THE SOUL
จากความสุขเล็กๆ ของเด็กผู้ชายที่รักเสียงเพลง 
สู่ความหลงใหลที่ท่องไปในโลกของ Audiophile
Read More
Music and Audio
FOUR UNDERPLAYED DISCO ALBUMS WORTH LISTENING
สี่อัลบั้มเพลงดิสโก้ที่ไม่ได้ยินบ่อย แต่น่าลองฟังดูสักครั้ง
Read More
Music and Audio
TURN BACK TIME TO THE 80’s WITH JAPANESE CITY POP PART 2 : YOUTUBE ALGORITHM AND PLASTIC LOVE
เครื่องมือและกลไกจากโลกยุคใหม่ ที่พาบทเพลงจากโลกยุคเก่าข้ามเวลามาโด่งดังอีกครั้ง
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.