1970 Gucci Horsebit Loafers

The Style Guide

GUCCI HORSEBIT LOAFERS โลฟเฟอร์ ‘สำอางคลาสสิค’ ของคนรักสไตล์ แต่ไม่ทิ้งลายแฟชั่น

24 June 2020

บทความโดย กรกฎ อุ่นพาณิชย์, Contributing Editor, W. MINISTRY

แม้ Gucci ทุกวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสีสันและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่า Horsebit ยังคงเป็นตัวแทนแห่งภูมิปัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

หากินกับสไตล์และใช้น้ำหมึกแลกเงินมาหลายปี ผมมีรองเท้าสุดที่รักอยู่แค่สองคู่ เป็น Horsebit Loafers ทั้งคู่

ถ้าถามว่า อะไรทำให้ผมที่นานๆ ซื้อของที ยอมควักเงินซื้อคู่นี้ซ้ำๆ (และดูท่า หากเจอโมเดลที่ถูกใจ จะไม่หยุดซื้อ) นั่นเป็นเพราะนี่คือรองเท้าที่อยู่ใน ‘ทางสายกลาง’ ระหว่างสไตล์และแฟชั่น มันเกือบลุง เกือบเชย แต่เป็น ‘เกือบ’ ที่เปี่ยมรสนิยมจากโลกเก่า ขณะเดียวกัน ก็เฉิดฉายบนรันเวย์ โฉบเฉี่ยวบนปลายเท้าฮอลลีวูดสตาร์ และเอาชนะความฉาบฉวยในอุตสาหกรรมแฟชั่นจนขึ้นหิ้งไอเทมคลาสสิค

และขอพูดจากบริบทชีวิตแบบผม หากมีรองเท้าหนังได้แค่คู่เดียว ไม่ใช่อ็อกซ์ฟอร์ด ไม่ใช่ดาร์บี้ แต่ผมจะเลือกคู่นี้ เพราะรู้ดีว่าชีวิตตอนนี้ งานทางการที่สุดที่ต้องไปร่วม คืองานแต่งเพื่อนสนิท ผมไม่ต้องเข้าประชุมกับคนใหญ่คนโต หรือหากต้อง ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าคนคนนั้นไม่ได้ยึดติดว่าต้องใส่รองเท้าอ็อกซ์ฟอร์ดสีดำเข้าประชุมเท่านั้น เขาจึงจะคุยด้วย ส่วนในวันหยุด ผมใส่แค่เสื้อฮาวาย กางเกงยีนส์ขาว แต่ก็ยังไม่อยากให้ดู ‘ปล่อยตัว’ เกินไป โลฟเฟอร์สีดำทรงสำอาง หัวมนเกือบลุง ตัดกับ buckle สีทองเหลืองเนื้อด้านที่ไม่เงาหลอกตาแบบทองชุบราคาถูก นั่นคือคำตอบของวันหยุดสุดสำอาง ง่ายๆ มันคือรองเท้าที่ใส่ได้โดยไม่ต้องคิดอะไรมาก แค่เสื้อยืด ยีนส์ซีดๆ แล้วจบด้วยคู่นี้ ก็ช่วยปรับลุคสุดมอซอให้ดูเซ็กซี่ขึ้นได้เท่าตัว

Tom Ripley (แสดงโดย Matt Damon) จอมต้มตุ๋นอัจฉริยะในลุค ’50s พร้อม Horsebit Loafers จากภาพยนตร์ The Talented Mr. Ripley (1999)

แล้วทำไมต้องเป็น Gucci

เพราะนี่คือต้นตำรับ เหมือนเวลาได้ยินชื่อ Alden จะนึกถึง shell cordovan เมื่อได้ยิน Air Jordan ภาพ MJ โดดดั๊งกลางอากาศในรองเท้าหุ้มข้อสี Chicago Bulls จะลอยขึ้นมาในหัว เช่นกันกับ Horsebit Loafers นาม Gucci คือชื่อการันตี เพราะแม้ Gucci ทุกวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสีสันและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่า Horsebit ยังคงเป็นตัวแทนแห่งภูมิปัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากใน Gucci Horsebit Loafers นั่นคือ มันเป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาอย่างสุขุม ชาญฉลาด เปรียบง่ายๆ หาก Karl Lagerfeld สามารถบอกได้ทันทีว่านั่นคือสูท Cifonelli หรือไม่ โดยดูที่หัวไหล่ แม้จะเหล่จากระยะไกลเกือบร้อยเมตรก็ตาม ผมก็รู้สึกกับ Gucci Horsebit ในรูปแบบนั้น มันเป็นโลฟเฟอร์มาดขรึม เจียมตัว มันไม่เคยตะโกนตัวหนาว่า GUCCI! เหมือนสูทลายพร้อยหรือเข็มขัด GG ตัวใหญ่ในคอลเลคชั่น แต่เราสามารถรู้ได้ทันทีเพียงเห็น buckle บนโลฟเฟอร์คู่นี้ว่านี่คือ Gucci โดยไม่ต้องมีโลโก้ตัวหราให้รู้สึกเฮ้าเลี่ยน

สำหรับประวัติพอสังเขปของรองเท้าคู่นี้ ต้องย้อนไปในปี 1953 Horsebit Loafers ถูกคิดค้นโดย Aldo Gucci ชายผู้รักการขี่ม้า รักสไตล์ equestrian และเป็นลูกชายคนโตของ Guccio Gucci ผู้ก่อตั้งแบรนด์ จากวันนั้น มันก็พัฒนามาเรื่อยๆ และมีหลายรุ่นมาก แต่ทุกรุ่นจะยังคงเอกลักษณ์คือ buckle และคงแก่นแท้ของความสง่างามเอาไว้จวบจนทุกวันนี้

แน่นอน เป็นเรื่องยากทีเดียวสำหรับคนที่อยากซื้อ Horsebit เป็นคู่แรก

อาจจะฟังดูเอาแต่ใจ แต่หัวเด็ดตีนขาดยังไง ผมขอให้คุณข้ามรุ่นที่เป็นรองเท้าแตะ โมเดลหัวเรียวหนังนิ่ม รุ่นแฟนซีติดขนเฟอร์ และรุ่นโลฟเฟอร์เหยียบส้นไปได้เลย ขอให้คุณกลับไปสู่จุดเริ่มต้น นั่นคือรุ่น 1953 ปีเกิดของมัน โดยเริ่มจากหนังสีดำจับคู่กับ buckle สีทองก่อน นี่คือความคลาสสิคที่ใส่ง่าย ไม่มีวันเชย และยังคงหาซื้อได้ในช็อป เพราะยังเป็นรุ่นที่ทางแบรนด์ผลิตออกมาเสมอ อย่างเดียวที่ไม่รู้ว่าผมรู้สึกไปเองอยู่คนเดียวหรือเปล่า นั่นคือ ‘หนัง’ ของ Gucci รุ่นผลิตใหม่นั้น มันดูเงาและมีเนื้อผิวแปลกๆ เมื่อเทียบกับรุ่นเดียวกันที่เป็นของวินเทจ

และนั่นคือเหตุผลว่าทำไม ผมจึงไม่เคยมี Gucci รุ่น 1953 เลยสักคู่เดียว เพราะหาซื้อรุ่นที่มีหนังที่ถูกใจไม่ได้

ใช่ครับ ผมแนะนำให้คุณซื้อรุ่นนี้ ทั้งที่ตัวเองไม่เคยมี เพราะรู้ว่ามันดีกับคุณจริงๆ

ดังนั้น รุ่นที่ผมมี ล้วนซื้อจากของวินเทจ

ผมรู้จัก Horsebit Loafers ครั้งแรก สมัยทำงานเป็นนักเขียนนิตยสาร Elle Men โดยมีพี่ชายที่เคารพรักคนแรกคือ ‘พี่เครางาม’ เป็นคนแนะนำ “สีดำนะ” เขาย้ำ และผมซื้อคู่แรกจากพี่ชายที่เคารพรักอีกท่าน นั่นคือ ‘พี่บ่าวคาวบอยบูติก’  เขาขายให้ในราคามิตรภาพ Horsebit คู่นั้น ผมพยายามสืบค้นชื่อรุ่นแต่หาไม่เจอ และได้รู้ว่า มันไม่เหมือนคู่ไหนที่ผมเคยเจอมาเลย แม้แต่พี่บ่าวเองคนขายให้ยังบอกว่า “หัวรุ่นนี้ มีความ Alden นะ”

จริงของเขา มันเป็น Gucci Horsebit ที่หัวสั้น เย็บหน้ารองเท้า (apron) แบบ hand-stitch ที่ไม่ใช่ในสไตล์ moccasin ติดหัวเข็มขัดสีทองเหลืองเนื้อด้าน ทรง buckle มันดู ‘คม’ และเรียวมาก มาพร้อมกับหนังสีดำ ตะเข็บเย็บบนหนังก็เส้นเล็กและเนียนแบบงานฝีมือขั้นวิจิตร เท็กซ์เจอร์หนังดู ‘จริง’ และให้เอฟเฟ็คยับสวย แม้หนังจะแตกเพราะมันเก่ามาก แต่ดูก็รู้เลยว่า หนังนี้ดีแค่ไหน มันมีเนื้อเงาแต่เป็นความเงาที่ไม่หลอกตา (และผมไม่เคยเห็น Horsebit คู่ไหนมีหนังดีเท่าคู่นี้อีกเลย)

พูดสั้นๆ มันคือ Horsebit ที่ ‘แรด’ มาก ต้องใช้คำนี้ มันเป็นรองเท้าที่ชวนให้รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้ แรดดีจริงๆ

แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ผมจำใจต้องผละจากรองเท้าคู่นี้เพราะหนังด้านข้างเท้ามันเก่าแทบขาด และที่สำคัญ เมื่อ learning curve คุณสูงขึ้น คุณจะรู้ว่าฟิตติ้งนี้ ยังไม่ใช่ เพราะมันใหญ่เกินไปทั้งความกว้างและความยาว แต่แน่นอนครับ มันคือรองเท้าหนังแบบ proper คู่แรกที่ผมเก็บตังค์ซื้อ มันพาผมไปที่ดีๆ เจอผู้คนดีๆ และมันมีคุณค่าทางใจ มีคนขอซื้อ ผมไม่ขาย แต่ถ้าคนขอซื้อนั่นคือพี่ชายที่เคยขายให้ผม ผมก็ไม่ขาย… แต่จะให้เขาฟรี พร้อมคำขอบคุณจากใจ

คู่ที่สอง ผมสอยใน eBay และคู่นี้ ผมยังใส่จนถึงทุกวันนี้ ถ้าเข้าใจไม่ผิด มันคือ Gucci Horsebit Loafers รุ่น 1970 ทรงคล้ายกับที่ Douglas Fairbanks Jr. ใส่ มาพร้อมป้ายเก่า เอกลักษณ์สำคัญคือส้นที่สูงกว่าทุกรุ่น เมื่อคุณขึ้นส้นนี้ มันจะปรับบุคลิกภาพให้หลังตั้งตรง เปลี่ยนท่าทางการเดินให้สง่า การได้มาซึ่งคู่นี้เหมือนพรหมลิขิต เพราะการหารองเท้าไซส์ 40 ใน eBay มันยากจนแทบท้อใจตั้งแต่ก่อนหา แต่ใครจะเชื่อ ผ่านไปเกือบปี ผมเจอคู่นี้ในสภาพ deadstock แม้หนังจะยับหน่อยเพราะเก่าเก็บ แต่กลิ่นหนังยังใหม่ พลิกใต้ฝ่าเท้าเอานิ้วลูบพื้นนี่นิ้วแทบละลาย เพราะเรียบเนียนพื้นใหม่ไร้รอยขนแมว ก่อนแหย่เท้า ใจเต้นหนัก พอเท้าเข้าไป ใจเต้นรัว พอเริ่มก้าวเดิน ยามที่ส้นของรุ่น 1970 ซึ่งสูงกว่าทุกรุ่นนั้นกระแทกพื้นดัง “ตึ๊บ ตึ๊บ ตึ๊บ” สำหรับผม มันเร้าอารมณ์เหมือนตอนได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงของสตรี (และต้องเป็นส้นเข็ม ไม่ใช่ส้นตึก) ที่กำลังย่างเยื้องเข้ามา ทีละนิด ชิดใกล้ จนลมหายใจรดต้นคอ

วินาทีนั้น เหมือนหัวใจหยุดเต้น เพราะมันแนบชิดและพอดีไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว

ถ้าถามว่า รองเท้าที่สไตล์จัดจ้านขนาดนี้ ควรใส่ยังไง?

คำตอบคือ ผมใส่มันกับทุกอย่าง

ย้ำว่าทุกอย่างที่คุณจะจินตนาการได้

เพราะทรวดทรงของรองเท้าคู่นี้ เป็นได้ทั้งตัวสร้างความกลมกล่อมและความขัดแย้งที่มาช่วยฉุดลุคนี้ให้สำอางอย่างสุขุม

เชิ้ตลินินขาวปล่อยยับเซอร์ สวมอันเดอร์เชิ้ตคอตต้อนคอกลมด้านใน ชนกับยีนส์ขาววินเทจ Levi’s 501 ตัดปลายขารุ่ย ขาวชนขาว (ชนขาว) หากชนไม่ดีมีหวังเหมือนไปไหว้เจ้า การสร้างลุคด้วยสีเดียวกันแบบนี้ จุดเฉือนที่ทำให้ลุคนี้ดูมีมิติคือความต่างของเท็กซ์เจอร์ผ้า เสื้อยืดคอตต้อนนุ่มๆ ชนกับลินินยับๆ สากๆ จบด้วยกางเกงยีนส์คอตต้อนทอลายสอง (twill) เฉียงๆ และที่สำคัญ รองเท้าหนังสีดำ (ขลิบทอง) คู่นี้ช่วยดึงให้ลุคนี้ดูเจ้าชู้ ฉุดจากลุคกินเจ เปลี่ยนอารมณ์เป็นเพลย์บอย

ดำชนน้ำตาล ใครว่าทำไม่ได้ ผมเมื่อก่อนก็เคยคิดครับ กลับพบว่า มันน่าดูทีเดียว กางเกงขายาววินเทจผ้าวูลผสมแคชเมียร์จาก Dormeuil รุ่น Towntex ในโทนน้ำตาลฤดูหนาว ถุงเท้าสีกรมท่า และ Horsebit สีดำขลับ ในวันที่คุณอยากใส่เสื้อฮาวายแต่ไม่อยากดูสบายแบบที่เห็นแล้วอยากเปิดเบียร์จิบริมหาดทันที

และ denim on denim ไม้ตายในวันขี้เกียจ ผมพูดเสมอว่า ทรวดทรงองค์เอวของ Horsebit นั้นช่วยตัดความสมบุกสมบันของยีนส์คราม และเสริมความหรูหราไม่ให้ดูคาวบอยจ๋าจนถึงขนาดอยากเทียบม้าดวลปืน

ไม่ต้องพูดถึงการใส่กับสูททางการ ของมันแน่อยู่แล้ว ขอให้แน่ใจว่าสไตลิ่งส่วนอื่นของสูทนั้น กดให้เรียบๆ เข้าไว้ ไม่งั้น แทนที่จะดูสง่างาม จะกลายเป็นโชว์ออฟอย่างไร้รสนิยมแทน หรือกระทั่งใส่ทักซิโด้ ในบางตำรา ถึงขั้นแนะนำว่าคู่นี้พอหยวนๆ ได้ หากไม่มีสลิปเปอร์กำมะหยี่สีดำหรือกรมท่าจริงๆ ก็ขัดมันให้เงาวับสักหน่อย

แล้วกับกางเกงขาสั้นล่ะ ก็ย่อมได้

คงไม่ต้องบอกนะครับว่า เลือกยังไง ดูยังไง ก็เลือกเอาที่คุณชอบนั่นแหละครับ ไอ้หนังที่ผมบอกว่ามันดูเงาแปลกๆ นั้น เป็นแค่ความเห็นส่วนตัว ถ้าใจคุณบอกว่าใช่ ก็ลุยเลย

ที่สำคัญ รองเท้า ถ้าเป็นไปได้ ควรได้ลองก่อนซื้อ

แต่ถ้าลองไม่ได้จริงๆ ลองทัก seller ขอขนาดของความยาว และความกว้าง โดยให้เขาวัดพื้นด้านในรองเท้า (insole) แล้วเอามาเทียบกับเท้าคุณ โดยคุณต้องยืนสองเท้าบนกระดาษ A4 ใช้ดินสอหรือปากกาวาดรอบเท้า แล้ววัดขนาดทั้งความยาวและความกว้าง จากนั้น ลองเอามาเทียบกัน นั่นคือวิธีที่ผมจัดการกับ Gucci คู่นี้ทาง eBay

จากนั้นกดซื้อ โอนเงิน และสวดมนต์ครับ

ขอฝากไว้ แม้รองเท้านี้ จะเหมาะกับผมจนอยากแนะนำ แต่มันอาจไม่เหมาะกับคุณก็ได้ ถ้ารู้สึกว่าใส่แล้วฝืน ก็ปล่อยมันไปเถอะครับ เพราะใช่ว่าทุกคนจะใส่รองเท้าที่มี buckle สีทองแบบนี้แล้วเอาอยู่ แต่ถ้ามั่นใจ ก็จงใส่ให้สนุก และอย่าให้ความเห็นใครมาขัดขวางคุณ

สุดท้าย เหมือนทุกไอเทม สไตล์ควรเสริมบุคลิก ไม่ใช่นำบุคลิก

ค่านิยมโบราณเคยเปรยไว้ อย่าตกม้าตายที่ปลายเท้า

เห็นด้วยครับ ดูแลความสะอาดของรองเท้าคุณให้ดี และผมขอเสริมอีกนิดครับว่า อย่าปล่อยให้ปลายเท้านำหน้าทัศนคติและหัวใจ

เพราะสไตล์ จะน่านับถือหรือไม่ นั้นอยู่ที่การวางตัวของคนใส่ การปฏิบัติตัวต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยความเข้าอกเข้าใจ หาใช่การบูชาของนอกกาย

Related Stories

Alain Delon as Tom Ripley in Purple Noon
The Buyer’s Guide
วิธีเลือกผ้าตัดสูทให้เหมาะกับโอกาสต่างๆ
ตั้งแต่สูทตัวแรก สูทงานแต่ง ไปจนถึงทักซิโด้สีงาช้างที่ใส่ในคืนหวานช่วงหน้าร้อน
Read More
The Style Guide
STYLE GUIDE FOR A SPECIAL NIGHT OUT: 5 สไตล์การแต่งตัวสำหรับค่ำคืนแสนพิเศษ
เสื้อผ้ากองเต็มตู้ แต่ไม่รู้จะหยิบชิ้นไหนมาใส่ เรามีไอเดียดีๆ มาฝาก
Read More
The Buyer’s Guide
WARDROBE ESSENTIALS: ไอเทมสามัญประจำตู้ของผู้ชายที่รักการแต่งตัวยุคนี้
ไบเบิลรวบรวมเสื้อผ้าชิ้นสำคัญพร้อมเคล็ดลับในการเลือก
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.