Higashino Keigo - Feature

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chavisa Rojratanadumrong , Senior Visual Designer, W. MINISTRY

Books

“ฮิงาชิโนะ เคโงะ” นักเขียนผู้ทำลายขนบดั้งเดิมและสร้างสีสันใหม่ให้โลกนิยายสืบสวน

12 May 2021

ถึงแม้จะรู้ตัวคนร้ายตั้งแต่หน้าแรก แต่ก็ยังอยากติดตามเรื่องราวไปจนถึงบรรทัดสุดท้าย

ด้วยฐานะครอบครัวปานกลางค่อนไปทางล่าง ทำให้กว่าที่คอมพิวเตอร์เครื่องแรกจะเดินทางเข้ามาในบ้านก็เป็นช่วงที่ผมเกือบจะเรียนจบชั้นมัธยมต้นแล้ว ดังนั้นสิ่งที่จะช่วยมอบความบันเทิงให้กับผมในวัยเด็กนอกจากโทรทัศน์เครื่องจิ๋ว การออกไปวิ่งเล่นกับเพื่อน ก็คือ “หนังสือ” 

พ่อของผมเป็นแฟนตัวยงของนวนิยายรหัสคดี หรือที่เรียกติดปากว่าแนวสืบสวนสอบสวน ทั้งบ้านจึงเต็มไปด้วยหนังสือแนวนี้หลายสิบเล่ม ไม่ว่าจะเป็นชุดนักสืบแอร์กูล ปัวโรต์ ผลงานจากปลายปากกาของ “ราชินีนิยายสืบสวน” อากาธา คริสตี้, ชุดนักสืบเชอร์ล็อค โฮมส์ ของ เซอร์อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ หรือแม้กระทั่งจากฝั่งเอเชียอย่างคินดะอิจิยอดนักสืบ ที่ประพันธ์โดย ยโยโคมิโซะ เซชิ ก็มีให้เห็นอยู่บ้างเช่นกัน

ในขณะที่ผมชอบอ่านมังงะญี่ปุ่น โดยเฉพาะเรื่อง “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” แต่การจะเก็บเงินให้ได้ 35 บาทเพื่อไปซื้อมาอ่านสักเล่มไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นวันหนึ่งผมจึงตัดสินใจวางมังงะโคนันที่อ่านวนซ้ำนับสิบรอบลง และเปิดใจหยิบนิยายสืบสวนของพ่อมาอ่าน

“แอร์กูล ปัวโรต์ กับคดีคริสมาสต์ฆาตกรรม” ผมยังจำชื่อและหน้าปกขึ้นใจได้ถึงทุกวันนี้ เพราะนั่นคือครั้งแรกที่ผมอ่านนิยายที่ทั้งเล่มมีแต่ตัวหนังสือ มันคือ “ยาขม” สำหรับเด็กประถมอย่างผม แต่หลังจากใช้ความพยายามกล้ำกลืนมันอยู่สักพัก สุดท้ายผมก็หลุดเข้าไปในโลกที่ อากาธา คริสตี้ สร้างขึ้น

ผมใช้เวลาไม่ถึง 2 ปีในการอ่านนิยายสืบสวนหลายสิบเล่มจนหมดบ้าน ก่อนที่พ่อจะซื้อเล่มใหม่มาให้อ่านอีกเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีผมก็กลายเป็นแฟนตัวยงของนิยายแนวนี้เหมือนพ่อไปเสียแล้ว 

กาลเวลาเคลื่อนผ่านไป จนในที่สุดผมก็สามารถเข้าถึงคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตได้ ความสนใจก็เริ่มเปลี่ยนจากอ่านหนังสือไปติดเกมออนไลน์ตามประสาเด็ก และหลังจากนั้นผมก็แทบไม่ได้หยิบนิยายสืบสวนขึ้นมาอ่านอีกเลย จนกระทั่งเมื่อช่วงปีที่ผ่านมาผมบังเอิญได้ฟังพอดแคสต์ที่เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนักเขียนชาวญี่ปุนชื่อ “ฮิงาชิโนะ เคโงะ” กับลีลาการสร้างสรรค์นิยายสืบสวนที่แตกต่างจากขนบดั้งเดิมโดยสิ้นเชิง

“ฮิงาชิโนะ เคโงะ ได้วางแนวทางใหม่ให้กับนิยายสืบสวน เป็นแบบฉบับตัวเขาเอง” ผู้จัดรายการพอดแคสต์ท่านนั้นกล่าว

ด้วยความที่ผมเป็นแฟนนิยายสืบสวนอยู่แล้ว ประโยคดังกล่าวกระตุกต่อมความสนใจผมเป็นอย่างมาก นิยายสืบสวนของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ เป็นอย่างไร และมันจะแน่สมราคาอวยหรือไม่…ผมสงสัย และไม่รอช้า หาซื้อผลงานของเขามาอ่านทันที

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งเล่มผมก็รู้ตัวว่ากลายเป็นสาวกของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ไปเสียแล้ว ผลงานของเขาทำให้ผมมองนิยายสืบสวนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป


ขนบ “Who Dunnit” แบบดั้งเดิม

The Murders in the Rue Morgue ผลงานของนักประพันธ์ระดับตำนาน เอดการ์ อลัน โพล์ ที่เริ่มตีพิมพ์ในปี 1841 คือหนังสือเล่มแรกของโลกที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นนวนิยายแนวรหัสคดี ทว่ายุคทองของนวนิยายแนวนี้จริงๆ เกิดขึ้นหลังจากนั้นอีกประมาณครึ่งศตวรรษ เมื่อ อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ นักเขียนชาวอังกฤษทำให้โลกรู้จักกับนักสืบจอมสุขุม เข้าสังคมไม่เก่ง แต่ไหวพริบในการไขคดีเป็นเลิศอย่าง เชอร์ล็อค โฮมส์ จากนั้นไม่นาน อากาธา คริสตี้ กับตัวละครนักสืบ “เซลล์สมองสีเทา” แอร์กูล ปัวโรต์ ของเธอยิ่งทำให้รหัสคดีแพร่หลาย ได้รับความนิยมไปทั่วโลก จนถึงทุกวันนี้ยอดขายรวมหนังสือทุกเล่มของ อากาธา คริสตี้ มากกว่า 2 พันล้านเล่มไปแล้ว เป็นรองเพียงแค่คัมภีร์ไบเบิลเท่านั้น

เรียกได้ว่า อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ และ อากาธา คริสตี้ คือ 2 เสาหลักที่ทำให้นวนิยายรหัสคดีมีที่ยืนบนชั้นวางหนังสือในร้านอย่างเต็มภาคภูมิ ก่อนที่หลังจากนั้น ทาน่า เฟรนช์, โดโรธี แอล ซอเยอร์, ปาร์กเกอร์ ไบลัล และอีกมากมายจะช่วยกันรับไม้ต่อได้เป็นอย่างดี

ด้วยความที่รหัสคดีเป็นหนึ่งในประเภทนิยายที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เมื่อกาลเวลาผ่านไปจะมีรูปแบบบางอย่างที่นักเขียนส่วนใหญ่ใช้เพื่อสร้างสรรค์เรื่องราว รูปแบบดังกล่าวถูกเรียกว่า “Who Dunnit”

นิยายรหัสคดีส่วนใหญ่จะมีโครงสร้างเรื่องราวที่คล้ายคลึงกัน โดยนักเขียนแต่ละคนจะสร้างสรรค์ตัวละครนักสืบของตัวเองขึ้นมา ก่อนที่จะใช้พวกเขาเป็นแกนหลักในการดำเนินเรื่องราว

ตัวละครนักสืบจะเข้าไปพัวพันกับบางสถานที่ หรือบางสถานการณ์ ก่อนที่หลังจากนั้นเขาจะได้ทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครอื่นๆ ซึ่งมักถูกเล่าผ่านบทสนทนาที่ดูเผินๆ เหมือนจะธรรมดา ไม่มีใจความสำคัญอะไร แต่แฟนนิยายรหัสคดีทุกคนทราบกันดีว่านี่คือช่วงที่ต้องตั้งใจอ่านเก็บรายละเอียดทุกซอกทุกมุม เพราะในช่วงนี้แหละที่ผู้เขียนจะทิ้งเบาะแสต่างๆ ไว้ให้เก็บรวบรวมปะติดปะต่อ และใช้มันเป็นหมัดฮุคน็อคคนอ่านในช่วงเฉลยท้ายเรื่อง

หลังจากที่นักสืบทำความรู้จักกับตัวละครแวดล้อมครบทุกตัวแล้ว อยู่ๆ ก็จะมีคดีฆาตกรรมหรืออาชญากรรมบางอย่างเกิดขึ้น ตัวละครทุกตัวตกเป็นผู้ต้องสงสัย และก็เป็นหน้าที่ของนักสืบสมองเพชรที่จะหาคำตอบให้กระจ่าง

เขาจะค่อยๆ ย้อนระลึกความทรงจำว่าผู้ต้องสงสัยแต่ละคนมีพยานหลักฐานที่อยู่อย่างไร ในแต่ละช่วงเวลาพวกเขาทำอะไร ปะติดปะต่อเรื่องราว ตัดความเป็นไปได้ออกไปทีละอย่าง ร่วมไขคดีไปพร้อมกับผู้อ่าน

“ถ้าตัดความเป็นไปไม่ได้ออกไป สิ่งที่เหลืออยู่แม้จะไม่น่าเชื่อเพียงใดก็ตาม แต่มันก็คือความจริง”  อาเธอร์ โคนัน ดอยล์ กล่าวเอาไว้ และสิ่งนี้ก็ได้กลายเป็น “แม่บท” ให้เหล่านักเขียนรหัสคดียุคหลังเดินตาม

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายซึ่งเป็นช่วงเฉลยตัวคนร้ายคลี่คลายปมของเรื่อง นักสืบมักจะเรียกผู้ต้องสงสัยทุกคนมารวมกัน ก่อนจะค่อยๆ เล่าเหตุการณ์เป็นฉากๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปิดท้ายด้วยการบอกชื่อคนร้ายที่ทำให้ทุกคนในเรื่องอึ้ง รวมถึงผู้อ่านที่อยู่หลังกำแพงที่ 4 ด้วย เพราะคนร้ายมักจะเป็นคนที่น่าสงสัยน้อยที่สุด หรือในบางเรื่องคู่หูที่คอยช่วยเหลือนักสืบสืบคดีก็หักมุมกลายมาเป็นคนร้ายเสียด้วยซ้ำ

นี่คือขนบแบบ Who Dunnit ที่เหล่านักเขียนนิยายรหัสคดีส่วนใหญ่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานนับศตวรรษ แต่ก็เช่นเดียวกับขนบอื่นๆ ในโลกนี้ที่มีการพัฒนาไปตามกาลเวลา ดังนั้นเราจึงได้เห็นนิยายรหัสคดีในยุคใหม่ที่คดีมีความซับซ้อนซ่อนเงื่อนขึ้น ยากขึ้น โดยเฉพาะคดีฆาตกรรมในห้องปิดตายทั้งหลายที่บางเรื่องจำเป็นต้องมีภาพประกอบในการอธิบายด้วยซ้ำ เพื่อให้ผู้อ่านยังสามารถนึกภาพตามได้อยู่ 

ถึงแม้ความซับซ้อนของคดีจะมากขึ้น แต่โครงสร้างขนบ Who Dunnit ก็ยังคงอยู่ กระทั่งภาพยนตร์เรื่อง Knives Out ในปี 2019 ผลงานการกำกับ ไรอัน จอห์นสัน ที่เห็นได้ชัดว่าพยายามทำให้ Who Dunnit มีความสดใหม่ขึ้น แตกต่างจากที่ผ่านมา แต่ก็ยังคงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายขนบแบบดั้งเดิม

บุคคลที่ผมหยิบยกมากล่าวถึงในบทความนี้อย่าง ฮิงาชิโนะ เคโงะ ก็เช่นเดียวกัน ผลงานบางเรื่องของเขาก็ยังคงมีความเคารพ Who Dunnit แบบดั้งเดิม เพราะถึงแม้จะผ่านกาลเวลามานานเพียงไร แต่มันก็ไม่เคยล้าสมัย และมีฐานผู้อ่านที่เหนียวแน่น ในขณะที่ผลงานบางเรื่องของเขาก็ฉีกขนบดังกล่าวไปโดยสิ้นเชิง

ฮิงาชิโนะ เคโงะ จากวิศวกรไฟฟ้าสู่เจ้าพ่อรหัสคดีแดนญี่ปุ่น

ฮิงาชิโนะ เคโงะ เกิดและเติบโตในจังหวัดโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1958 ท่ามกลางชุมชนชนชั้นแรงงาน ทว่าครอบครัวของ เคโงะ เป็นชนชั้นกลาง ทำให้เขายังพอมีโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่ดีอยู่บ้าง 

หลังจากจบการศึกษาชั้นประถมที่โรงเรียนประถมโคจิ มัธยมต้นที่โรงเรียนมัธยมต้นฮิกาชิอิคุโนะ เคโงะ ก็เข้าสู่ชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมฮันนัน ซึ่ง ณ ที่แห่งนี้ เคโงะ ได้ทำความรู้จักกับนิยายสืบสวนสอบสวนเป็นครั้งแรก

ไม่ว่าจะเป็นงานคลาสสิกจากฝั่งตะวันตกอย่าง เชอร์ล็อค โฮมส์, แอร์กูล ปัวโรต์ หรืองานของนักเขียนญี่ปุ่นรุ่นเก๋าอย่าง เซย์โช มัตสึโมโตะ, เอโดกาวะ แรมโป ก็ล้วนแต่เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ เคโงะ เก็บเกี่ยวเข้าสู่ลิ้นชักสมอง และยิ่งเก็บเข้าไปมากเท่าไร เขาก็ยิ่งอยากระบายมันออกมาเป็นผลงานเขียนของตัวเองบ้าง ดังนั้นงานเขียนชิ้นแรกในชีวิตของ เคโงะ จึงเป็นนิยายสืบสวนที่เขาเขียนใส่สมุดเรียนให้เพื่อนร่วมชั้นที่โรงเรียนมัธยมฮันนันอ่าน

เคโงะ เข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยโอซาก้า ในคณะวิศวกรรมไฟฟ้า ถึงแม้สิ่งที่เขาเรียนจะแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง แต่ความชอบที่มีต่อนิยายลึกลับสืบสวนไม่เคยหายไป 

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรี เคโงะ ก็ได้เข้าทำงานในตำแหน่งวิศวกรบริษัท Nippon Denso Co. และแต่งงานในปี 1981 ทว่าในทุกเย็นหลังเลิกงาน รวมถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ เคโงะ ก็ยังใช้เวลาหมดไปกับการเขียนนิยายสืบสวน 

จนกระทั่งในปี 1983 นิยายของเขาก็เสร็จสมบูรณ์ เคโงะ ส่งผลงานชิ้นดังกล่าวเข้าชิงรางวัล Edogawa Rampo Prize ซึ่งถือเป็นเวทีประกวดนิยายสืบสวนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศญี่ปุ่น แต่เขาก็ต้องผิดหวัง เพราะผลงานที่ใช้เวลาหลายปีเขียนขึ้นมาอย่างตั้งใจกลับตกรอบแรก

เคโงะ ไม่ยอมแพ้ เพราะในปี 1984 เขาก็ส่งผลงานเข้าสู่สังเวียน Edogawa Rampo Prize อีกครั้ง และถึงแม้ครั้งนี้จะไปไกลถึงรอบสุดท้าย แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะเป็นผู้ชนะ

อีกครั้งในปี 1985 ในที่สุด เคโงะ ก็ไปถึงฝั่งฝันกับผลงานเรื่อง After School ที่สามารถคว้ารางวัล Edogawa Rampo Prize มาครองได้สำเร็จ ส่งผลให้ชื่อของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในวงการนิยายสืบสวนแดนอาทิตย์อุทัย ดังนั้นในปี 1986 เคโงะ จึงตัดสินใจทุบหม้อข้าวตัวเอง ลาออกจากบริษัท Nippon Denso Co. ทิ้งหน้าที่การงานอันมั่นคง เงินเดือนสูง มุ่งตรงเข้าสู่ถนนสายนักเขียนเต็มตัว

หลังจากนั้น เคโงะ ก็ผลิตผลงานเขียนออกมาให้นักอ่านได้เสพกันอย่างต่อเนื่อง บางเรื่องก็ขึ้นหิ้งเป็นระดับมาสเตอร์พีซเช่น Secret ที่ได้รับรางวัล Mystery Writers of Japan Award ครั้งที่ 52 ในปี 1998 ก่อนที่ผลงานเรื่องนี้จะถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ทั้งในญี่ปุ่นและฝรั่งเศส, The Devotion of Suspect X ได้รับรางวัล Naoki Prize for Yōgisha Ekkusu no Kenshin ครั้งที่ 134 ในปี 2006 รวมถึง Honkaku Mystery Award ครั้งที่ 6 ด้วย

นี่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น เพราะ ฮิงาชิโนะ เคโงะ เป็นหนึ่งในนักเขียนจอมขยันที่ผลิตผลงานออกมามากมายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่แทบทุกเรื่องของเขายังคงเข้มข้นด้วยคุณภาพ มีความสดใหม่ ยากที่จะคาดเดา ทำลายขนบดั้งเดิมและสร้างสีสันใหม่ให้โลกนิยายสืบสวนได้อย่างงดงาม

ด้วยเหตุนี้ชื่อ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ก็เริ่มเป็นที่ยอมรับในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ โดยเขาได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานสมาคมนักเขียนนิยายลึกลับแห่งประเทศญี่ปุ่น ในระหว่างปี 2009-2013 และไม่ใช่แค่ประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่หลายประเทศในเอเชียเช่น เกาหลีใต้, ไต้หวัน, ฮ่องกง, จีน, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ไทย, หรือแม้กระทั่งโลกตะวันตกอย่างสหรัฐอเมริกาก็ให้การจับตามองนักเขียนนาม ฮิงาชิโนะ เคโงะ เช่นกัน

โลกของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ

“ผมต้องการให้ผู้อ่านรู้สึกประหลาดใจกับไอเดียของผมอย่างต่อเนื่อง” เคโงะ กล่าวถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์งานเขียนของเขา

ถึงแม้ เคโงะ จะมีซีรี่ส์นิยายนักสืบเป็นของตัวเองและดำเนินเรื่องตามขนบ Who Dunnit ดั้งเดิมอยู่บ้างเช่นชุดนักสืบกาลิเลโอ หรือนักสืบคากะ แต่ก็มีอีกหลายเรื่องที่ทำลายขนบเหล่านั้นไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ประสบความสำเร็จและได้รับการจับตามองตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

เช่นในเรื่อง Suspect X ที่ถึงแม้ผู้อ่านจะรู้ตั้งแต่แรกว่าใครคือฆาตกร แต่ เคโงะ ก็ยังทำให้เรื่องราวน่าติดตามไปจนบรรทัดสุดท้ายได้อย่างน่ามหัศจรรย์ เป็นการพลิกแพลงโครงสร้างนิยายสืบสวนที่แปลกใหม่และน่าสนใจ

นอกจากนั้นนิยายสืบสวนของ เคโงะ ยังเข้มข้นเรื่องความสัมพันธ์ของมนุษย์ ความรักหนุ่มสาว ความอิจฉาริษยา เขานำประเด็นเหล่านี้มาผสมรวมเข้ากับปมปริศนาหรือคดีฆาตกรรมได้อย่างกลมกล่อมลงตัว

เช่นในเรื่อง “คดีฆาตกรรมคืนฝนดาวตก” เคโงะ ใช้สายสัมพันธ์ครอบครัวมีผสมผสานเข้ากับการตามสืบไขคดีฆาตกรรม ทำให้ผู้อ่านรู้สึกผูกพันกับตัวละคร ในขณะเดียวกันก็อยากรู้ว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดอะไรขึ้น และเมื่อบทสรุปมาถึง ยิ่งผูกพันกับตัวละครมากเท่าไร ระเบิดอารมณ์ที่พลั่งพลูออกมาก็ยิ่งลูกใหญ่ขึ้นเท่านั้น

“ความรู้สึกภักดี และการกดขี่ในความสัมพันธ์ของมนุษย์เป็นตัวเร่งให้คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นมีมิติที่ลึกซึ้งขึ้น” แอนดรูว์ จอยซ์ นักเขียนแห่ง The Wall Street Journal กล่าว

นอกจากนั้นงานของ เคโงะ ยังลดช่องว่างระหว่างตัวอักษรในหนังสือกับผู้อ่านให้ใกล้ชิดขึ้น เช่นการที่เขามักจะให้ตัวเอกของเรื่องเป็นบุคคลที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไปในสังคม เช่นพนักงานร้านอาหารชุด หรือพนักงานรถไฟ เป็นต้น ไม่ใช่ยอดนักสืบสมองเพชรแบบที่นิยายสืบสวนทั่วไปนิยม 

การทำเช่นนี้ส่งผลให้ผู้อ่านรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับเรื่องราวที่ เคโงะ ถ่ายทอดออกมามากขึ้น เพราะเหตุการณ์ที่ตัวละครประสบ ทุกคนก็มีสิทธิ์พบเจอได้เช่นกัน

“งานของผมเมื่ออ่านแล้วจะเข้าใจกับความรักและความเกลียดชังในจิตใจมนุษย์ชาวญี่ปุ่น” เคโงะ กล่าว

สำหรับตัวผม การได้อ่านผลงานของ เคโงะ เปรียบเสมือนการเดินเข้าไปในดินแดนปริศนาที่มีหมอกลงหนาทึบ ถึงแม้เรื่องย่อที่ปกหลังจะอธิบายคร่าวๆ ว่าหนังสือเล่มดังกล่าวเกี่ยวกับอะไร แต่เชื่อเถอะว่าเมื่ออ่านไปจนถึงบทสรุป ก็อดที่จะรู้สึกทึ่งไม่ได้ว่า เคโงะ นำพาเรื่องราวมาไกลขนาดนี้ได้อย่างไร ในตอนที่เปิดอ่านบทแรกไม่มีทางคาดคิดถึงแน่นอน

5 ผลงานของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ที่อยากแนะนำ

เชื่อว่าอ่านมาถึงตรงนี้ใครที่ยังไม่เคยอ่านผลงานของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ก็คงรู้สึกแบบเดียวกับผมที่ได้ฟังพอดแคสต์เกี่ยวกับนักเขียนคนนี้เป็นครั้งแรก…มันจะแน่สักแค่ไหนกันเชียว 

หากอยากพิสูจน์ด้วยตัวเองแต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจากเล่มไหนดี นี่คือผลงาน 5 เล่มของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ที่ผมอยากแนะนำ เป็น 5 เล่มที่ถึงแม้จะไม่เคยอ่านงานของเขามาก่อนก็สามารถสนุกกับมันได้

จดหมายจากฆาตกร

เรื่องราวของ “ซึโยชิ” เด็กหนุ่มที่เกิดมาในครอบครัวยากจน เขาต้องดิ้นรนทำทุกอย่างเพื่อส่งเสีย “นาโอกิ” น้องชายที่รักเพียงลำพัง แต่โชคชะตาก็เล่นตลกเมื่อสุดท้ายเขาต้องจำใจขโมยของและพลั้งมือฆ่าคนตาย

หลังจากนั้นชีวิตของสองพี่น้องก็พลิกผัน ซึโยชิ ต้องติดคุก และสามารถติดต่อน้องชายผ่านช่องทางเดียวคือ “จดหมาย” ซึ่งส่งมาจากเรือนจำ แต่ทุกครั้งที่ นาโอกิ ได้รับจดหมายมันยิ่งตอกย้ำว่า นี่คือ “จดหมายจากฆาตกร” และเขาคือ “น้องชายของฆาตกร”

เป็นผลงานอีกหนึ่งเรื่องที่ เคโงะ ผสมผสานกลิ่นอายสืบสวนเข้ากับความสัมพันธ์ครอบครัวได้อย่างลงตัว

ฆาตกรรมคืนฝนดาวตก

โคอิจิ, ไทสุเกะ และซึซึนะ 3 พี่น้องที่เคยมีครอบครัวแสนอบอุ่น แต่วันหนึ่งที่พวกเขาหนีออกไปดูฝนดาวตก เมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่าพ่อแม่พวกเขาโดนฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยม 3 พี่น้องจึงต้องระเห็จไปอยู่ในสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้า 

พวกเขาเติบโตมาเป็นนักต้มตุ๋น พร้อมกับปณิธานที่มุ่งมั่นว่าหากวันใดที่เจอตัวฆาตกรฆ่าพ่อแม่ พวกเขานี่แหละจะเป็นคนฆ่ามันด้วยตัวเอง

ท่ามกลางความโหดร้ายของชีวิต สายสัมพันธ์พี่น้องยังคงสว่างไสว อีกทั้งการสืบหาตัวฆาตกรก็น่าติดตามชนิดวางไม่ลง เป็นผลงานมาสเตอร์พีซอีกชิ้นของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ

รักในโลกพิศวง

ทากาชิ หลงรัก มายุโกะ หญิงสาวผู้โดยสารรถไฟสายคู่ขนานกับที่เขาขึ้นเป็นประจำ วันหนึ่งเขามีโอกาสรู้จักกับเธอ แต่ในฐานะคนรักของโทโมฮิโกะ เพื่อนสนิท 

ทว่าวันหนึ่งเมื่อทากาชิลืมตาตื่นขึ้น เขากลับพบว่ามายุโกะคือคนรักของเขา และโทโมฮิโกะหายตัวไปต่างประเทศ บางเสี้ยวของความทรงจำเตือนว่าเกิดเหตุการณ์ผิดปกติขึ้นแล้ว ทากาชิจึงตัดสินใจออกค้นหาความจริง

ผลงานของ เคโงะ เล่มนี้มีกลิ่นอายเหมือนตอนดูภาพยนตร์เรื่อง Inception ของ คริสโตเฟอร์ โนแลนด์ ที่กระตุ้นต่อมความอยากรู้ว่าอะไรคือ “ความจริง” อะไรคือ “ความลวง” ก่อนจะปล่อยหมัดฮุคด้วยบทสรุปที่คาดไม่ถึง

พันธุกรรมอำพราง

หลังจากภรรยาฆ่าตัวตายอย่างปริศนา ฮิดะ ฮิโรมาสะ … อดีตนักสกีชั้นแนวหน้า ได้รู้ความจริงอันน่าตกใจว่า คาซามิ ลูกสาวคนเดียวไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของทั้งเขาและภรรยา จนเธอโตขึ้นเป็นนักสกีที่เก่งกาจ ชีวิตของสองพ่อลูกก็ไม่อาจสงบสุขอีกต่อไป 

ขณะที่เรื่องในอดีตยังคลุมเครือ ก็มีจดหมายลึกลับส่งมาข่มขู่คาซามิ แถมรถคันที่หญิงสาวจะต้องโดยสารก็เกิดระเบิด เป็นอุบัติเหตุหรือมีใครจงใจก่ออาชญากรรม หรือทุกอย่างจะเกี่ยวพันกับความลับที่ฮิดะปกปิดเอาไว้

เสน่ห์ของพันธุกรรมอำพรางคือไม่ว่าคุณจะอ่านนิยายสืบสวนมามากแค่ไหนก็ไม่มีทางเดาบทสรุปของเรื่องได้อย่างแน่นอน

ความลับใต้ทะเลสาบ

ชุนซุเกะ เดินทางมาสมทบกับ มินาโกะ ผู้เป็นภรรยาเพื่อพาลูกชายมาเข้าค่ายติวสอบเข้าชั้นมัธยมที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบฮิเมงามิ โดยมีบรรดาเพื่อนๆ อีกสามครอบครัวพาลูกของตนมาติวเข้มที่นี่เช่นกัน 

ในวันเดียวกัน เอริโกะ ชู้รักของชุนซุเกะได้ตามมาถึงที่นี่โดยอ้างธุระเรื่องงาน ทว่าคืนนั้นเอริโกะก็ไม่ได้กลับออกไปอีกเลย เพราะลมหายใจของเธอจบสิ้นแล้ว ณ ริมทะเลสาบแห่งนี้

มินาโกะรับสารภาพอย่างง่ายดายว่าเธอเป็นคนลงมือฆ่าชู้รักของสามีด้วยความหึงหวง แต่ที่น่าประหลาดคือพ่อแม่ของเด็กคนอื่นๆ ที่อยู่ในบ้านหลังเดียวกันกลับไม่มีใครสักคนที่ยอมแจ้งความ…เกิดอะไรขึ้นที่ทะเลสาบแห่งนี้กันแน่

ความรู้สึกของมนุษย์นั้นยากแท้เกินหยั่งถึง บางครั้งมันอาจมืดมิดและดำดิ่งยิ่งกว่าทะเลสาบยามราตรีเสียอีก ผลงานเรื่องนี้ของ เคโงะ คือการกระเทาะเปลือกให้ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจด้านมืดของมนุษย์อย่างคมคาย

Related Stories

Junji Ito- King of Horror Manga
Books
JUNJI ITO: ลายเส้นที่วาดความหวาดกลัวให้กับเหล่านักอ่านการ์ตูนสยองขวัญ
ตัวตนและวิธีสร้างสรรค์ผลงานของ "ราชาการ์ตูนสยองขวัญ"
Read More
Feature- Alfred Hitchcock and his films
Movies
ALFRED HITCHCOCK: 5 ภาพยนตร์ของราชาหนังระทึกขวัญที่เป็นพิมพ์เขียวแก่หนังระทึกขวัญยุคใหม่
ผู้กำกับที่เชี่ยวชาญในการสร้างบรรยากาศ อึดอัด กระอักกระอ่วน ป่วนประสาท
Read More
หม่อมหลวงต้อย ชุมสาย ณ อยุธยา
Books
THAI PORNOGRAPHY: มองวิวัฒนาการ “หนังสือโป๊ไทย” งานศิลป์ที่มากกว่าแค่เรื่องกามารมณ์
เรื่องราวฉากหลังของความเปลือยเปล่า
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.