Art & Design

HOT SEATS PART 1: HANS J. WEGNER AND HIS ICONIC CHAIRS WE LOVE

12 March 2019

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY
ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Visual Designer, W. MINISTRY

จากช่างทำตู้ไม้ในเมืองเล็กๆ ของเดนมาร์ก สู่ตำนานนักออกแบบเก้าอี้ที่ทั้งโลกยอมรับ

“When form meets function, beautiful things happen.” เชื่อไหมว่าความสวยงามที่เกิดจากการสรรค์สร้างสิ่งใด มันต้องไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะความบังเอิญหรือจับนู่นผสมนี่ แต่คือการ “คิดมาอย่างดีแล้ว” และในบทความนี้คำว่า Beautiful Things หรือสิ่งสวยงามที่เราเลือกมาแชร์คือสิ่งประดิษฐ์ ที่อยู่คู่มนุษยชาติมาเป็นระยะเวลาหลายร้อยปีอย่าง “เก้าอี้” จนกระทั่งถูกขัดเกลาและพัฒนามาเป็นงานออกแบบที่กลมกล่อม

Hot Seats หรือ ที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจสุดร้อนแรง คือซีรีย์บทความใหม่จากเราที่จะนำเสนอผลผลิตจากหลายดีไซเนอร์และหลากผลงานของพวกเขา มาให้ผู้อ่านทุกท่านได้เพลิดเพลินกันกับความมหัศจรรย์ของงานดีไซน์ และในบทความนี้ขอเริ่มต้นที่เรื่องราวของ Hans J. Wegner นักออกแบบสัญชาติเดนิชที่ทรงอิทธิพลกับวงการนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ของโลกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

แล้วเขาคนนี้คือใคร? บอกใบ้ให้คร่าวๆ ก่อนว่า ดีไซน์เก้าอี้ที่เราเห็นๆ กันตามร้านเฟอร์นิเจอร์ใกล้บ้านหรือในห้างใหญ่ ไปจนถึงร้านขายของเก่า คือผลผลิตทางความคิดของเขาเกือบทั้งสิ้น และในบทความนี้เราขอคัดผลงานการออกแบบเก้าอี้ของ Hans J. Wegner ที่น่าสนใจมาให้ชมกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที่ชื่นชอบสะสมสิ่งของดีไซน์แสนคลาสสิก หรือเป็นคนรักเฟอร์นิเจอร์เก่า หรือกำลังมองหาของแต่งบ้านที่ไม่ธรรมดา รับประกันได้ว่าหลังจากอ่านบทความนี้เรื่องราวของเขาและเก้าอี้ที่เราคัดมาจะคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่น้อย

ก่อนอื่นเรามาพูดถึงดีไซเนอร์หัวก้าวหน้าคนนี้สักหน่อย Hans J. Wegner เป็นนักขับเคลื่อนศิลปะการออกแบบ “โลกใหม่” ของประเทศเดนมาร์กเลยก็ว่าได้ หรือหากพูดกันถึงในจักรวาลของนักออกแบบผลิตภัณฑ์แล้วนั้น เขาผู้นี้ถูกยกย่องกันว่าเป็นดั่ง “เจ้าพ่อเฟอร์นิเจอร์” ในยุคศตวรรษที่ 20 อย่างโดดเด่นและยากที่จะมีใครเทียบเทียมได้

สมญานามเจ้าพ่อเฟอร์นิเจอร์ในยุครุ่งเรืองของเดนมาร์กไม่ได้มาเพราะโชคช่วย เพราะจากวัยเด็กใน Tønder เมืองเล็กๆทางตอนใต้ของประเทศเดนมาร์ก เขาได้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ด้วยอายุเพียงแค่ 14 ปี กับผู้ผลิตตู้ไม้ฝีมือดีอย่าง H.F. Stahlberg และได้ตัดสินใจสานต่อความสนใจของตนโดยการเข้าเรียนต่อที่ School of Arts and Crafts ในเมืองหลวงในเวลาต่อมา และเริ่มฉายแววความเป็นมืออาชีพนับแต่นั้น จนได้ร่วมงานกับนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์มากมายและหนึ่งในนั้นคือ Johannes Hansen ยอดฝีมือของเดนิชดีไซน์อีกคนหนึ่งรวมถึงเป็นเจ้าของร้านเฟอร์นิเจอร์ระดับโลก

ไม่นานนัก Wegner ก็ได้ตัดสินใจเปิดศูนย์ดีไซน์และออฟฟิศในนามของเขาเองในปี 1943 และยังเป็นปีเดียวกันที่เขาได้ผลิตเก้าอี้ตัวแรกให้ร้าน Carl Hansen & Søn ในนาม “CH24” หรือ “Wishbone” ที่เราคุ้นตากันดีกับเก้าอี้ไม้พนักพิง ไม่มีที่วางแขน และรูปทรงเป็นมิตรกับสรีระด้านล่าง แถมด้วยเบาะหนังที่สมส่วน ซึ่งงานออกแบบชิ้นนี้ได้กลายเป็นลายเซ็นที่ขึ้นแท่นประสบความสำเร็จของเขานับแต่นั้นเป็นต้นมา

หากพูดถึงความโดดเด่นของ Wegner ที่เรามองเห็นก็ต้องบอกว่าคือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างการคัดเลือกไม้ที่ตรงกับคุณลักษณะ และเทคนิคการปะติดปะต่อข้อไม้ที่สั่งสมมาตั้งแต่เยาว์วัยในแบบฉบับของ Minimalism ซึ่งครั้งหนึ่ง Wegner เคยได้กล่าวไว้หลังมีคำถามมากมายว่าอะไรที่เรียกว่าเดนิชดีไซน์ คำตอบของเขาแสนเรียบง่ายแต่ทรงพลัง “มันคือชิ้นงานที่บริสุทธิ์ ตรงไปตรงมา ที่ประกอบไปด้วยไม้สี่ขา พนักพิง และที่พักแขน” ซึ่งผลงานกว่า 500 ชิ้นบนเส้นทางมือฉมังของนักปั้นเก้าอี้ของเขา ก็ได้มาเติมเต็มความสุขของคนรักดีไซน์มาแล้วทั่วโลก

ร้านเฟอร์นิเจอร์ในหลายๆประเทศรวมถึงในประเทศไทย ได้นำรูปทรงเก้าอี้ CH24 หรือ Wishbone รวมถึงโมเดลอื่นๆของเขาไปเป็นแรงบันดาลใจในการผลิตออกมาขายกันอย่างดาษดื่น แต่ก็อาจจะไม่ได้มีความถูกต้องไปเสียทีเดียวเท่ากับสิ่งที่เรียกว่า “ของแท้” ที่แทบจะพลิกแผ่นดินหาในยุคปัจจุบัน นี่คือที่มาว่าทำไมราคาของเก้าอี้จาก Hans J. Wegner ที่ผลิตโดย Carl Hansen & Søn ถึงมีราคาสูงลิ่ว

หลังจากเกริ่นถึงเรื่องราวจากเจ้าพ่อเดนิชดีไซน์พอหอมปากหอมคอแล้ว คงไม่ใช่เพียง CH24 หรือ Wishbone อันเลื่องชื่อของเขาที่เราจะมาพูดให้เห็นภาพกัน เพราะในวันนี้เรามีโมเดลเก้าอี้จาก Wegner ในช่วงปี 1950s มาให้ชมกันอีก 4 รูปแบบที่รับรองว่าจะต้องถูกใจผู้อ่านไม่มากก็น้อย


High Back Lounge Chair

High Back Lounge Chair ถูกให้กำเนิดขึ้นเมื่อปี 1945 โดย Wegner และ ผลิตโดย Johannes Hansen ซึ่งแม้ต่อมาในปี 1963 จะมีบริษัททำเฟอร์นิเจอร์อย่าง Borge Mogensen ได้ทำขึ้นมาใหม่อีกครั้งด้วยรูปทรงที่ทันสมัยกว่า (ณ ตอนนั้น) แต่ก็ไม่สามารถลบภาพความคลาสสิกของเวอร์ชันที่ออกแบบโดย Wegner ได้

หลายคนน่าจะคุ้นหูคุ้นตากับเก้าอี้พนักพิงสูงตัวนี้เพราะมีให้เห็นกันโดยทั่วไป บ้างปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสรีระคนเอเชีย บ้างก็อาจจะมีขนาดที่ลดทอนลงไปจากโมเดลดั้งเดิม โดยคุณลักษณะพื้นฐานของมันมีจุดเด่นคือทำจากไม้เนื้อแข็งที่หุ้มด้วยผ้าทั้งตัว มีเบาะรองบริเวณศีรษะ และที่วางแขนออกมาเสมือนกำลังห่อหุ้มตัวเราเมื่อได้เข้าไปนั่ง ทำให้รู้สึกอบอุ่นแม้กับในสภาพอากาศหนาวเหน็บของทวีปยุโรป แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาหากใครจะหามาไว้ที่บ้านสักตัวในสภาพอากาศของประเทศไทย ลองจินตนาการดูสิว่าคุณกำลังนั่งอ่านหนังสือดีๆสักเล่ม พร้อมเครื่องดื่มในเวลาก่อนนอนกับเก้าอี้ดีๆ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว


GE290

GE290 คืออาร์มแชร์ที่เราหลงรักมากที่สุด ขนาดที่ว่าเห็นในคาเฟ่ไหนเมื่อไหร่ก็จะต้องพุ่งตรงไปที่เก้าอี้ตัวนี้ก่อนจะสั่งเครื่องดื่มเสียด้วยซ้ำ ด้วยส่วนผสมของโครงเก้าอี้ที่เป็นไม้โอ้ค ไม้บีชที่ผ่านการเกลากลึงออกมาจนไร้เหลี่ยมมุมทั้งตัว ขนาดของเบาะที่นั่งและพนักพิงที่รับกับด้านหลังอย่างสมมาตร ทำให้เมื่อนั่งลงไปแล้วจะรู้สึกผ่อนคลายและไม่รู้สึกเมื่อยล้าแม้จะวางแล็ปท็อปบนตักนั่งทำงานเป็นเวลาหลายชั่วโมง

โดยปกติแล้ว GE290 จะมีให้เห็นทั้งเบาะหุ้มด้วยผ้าและหนัง แต่สำหรับเราแล้วหนังสัตว์ฟอกนิ่มและไม้เป็นอะไรที่ลงตัวพร้อมให้ผิวสัมผัสที่ดีกว่า แต่หากเป็นผ้าก็จะให้อารมณ์ของเฟอร์นิเจอร์ที่อบอุ่นตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียนมากขึ้น ซึ่งก็สุดแล้วแต่ว่าใครจะชอบแบบไหน แต่เป็นเก้าอี้ที่บอกได้เลยว่าควรมีติดบ้านสักตัว


CH88

ส่วนผสมระหว่างเหล็กท่อหล่อเส้นเล็ก ไม้ที่ถูกดัดเป็นรูปทรงโค้งตั้งแต่พนักพิงจนยื่นออกมาเป็นที่วางแขน และ ที่นั่งที่ดัดงอจนโค้งรับการนั่งที่มั่นคงจากทั้งสองฝั่งของเก้าอี้ CH88 เกิดเป็นความเรียบง่ายที่ซ่อนความเป็นเอกลักษณ์แบบ Mid-Century ได้ดีเยี่ยม ซึ่งเก้าอี้ตัวนี้ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในการออกแบบที่ใช้ความเป็นธรรมชาติของไม้แท้ และเหล็กแบบดีไซน์อินดัสเทรียลผสมกันอย่างน่าสนใจมากที่สุดชิ้นหนึ่ง และไม่ว่าจะถูกจับไปวางไว้ส่วนใดของบ้าน หรือเวลาผ่านไปนานสักเท่าใด เก้าอี้ CH88 นี้ก็ยังไม่เคยเก่าและยังได้รับความนิยมอยู่เรื่อยมา


CH28

CH28 หรือ Sawbuck หรือ Sawback เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในเก้าอี้ที่โดดเด่นที่สุดท่ามกลางกว่า 500 แบบเก้าอี้ที่ Wegner ได้คิดค้นออกมาตลอดชีวิตของเขา เพราะโดดเด่นด้วยการใช้ “ไม้สัก” ที่ถูกเหลาจนกลมมน ออกแบบมาเป็นเก้าอี้ที่รับกับสรีระของมนุษย์ได้อย่างดีเยี่ยม ด้านหลังมีช่องว่างเว้นไว้ให้หลังส่วนล่างได้ระดับและตัวที่นั่งที่แหงนขึ้นเล็กน้อยเพื่อทำให้ต้นขาด้านหลังได้ลงน้ำหนักอย่างเต็มที่  ซึ่งเก้าอี้ CH28 นี้ในบางยุคก็ถูกใช้ไม้โอ๊คมาทดแทนบ้างตามแต่สถานการณ์ที่จะหาไม้ได้ ยิ่งในปัจจุบันที่ไม้สักเริ่มหายากและมีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม้เนื้อแข็งชนิดอื่นจึงเข้ามาแทนที่ เราจึงเห็นเก้าอี้ลักษณะคล้ายๆกันนี้ในแบบของไม้ที่หาได้ในประเทศ ไปจนถึงใช้เหล็กเพื่อลดต้นทุนก็มีให้เห็นบ้างในบางครั้ง

เก้าอี้ที่ออกแบบโดย Wegner ในปัจจุบัน หากเป็นตัวที่ผลิตโดย Carl Hansen & Søn ในยุคแรกเริ่มนั้นได้กลายเป็นของสะสมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และในบางครั้งหากได้พบเจอตาม Flea market หรือ ร้านขายเฟอร์นิเจอร์เก่านำเข้า ก็อาจจะพบกับราคาที่สูงจนน่าเหลือเชื่อ แต่ไม่ว่าคุณจะชอบรุ่นไหน โมเดลอะไร เก้าอี้ที่ออกแบบโดย Wegner เหล่านี้ก็ยังเป็นไอเทมสุดคลาสสิกที่น่าสะสม และอาจจะสร้างมูลค่าในอนาคตได้มากทีเดียว

Related Stories

A living room by Interior Designer Jamie Bush
Art & Design
เมื่อต้องแต่งบ้านใหม่ เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใดที่ควรลงทุน
ไกด์การเลือกซื้อฉบับนักออกแบบตกแต่งภายในมืออาชีพ สำหรับการแต่งบ้านครั้งใหม่ของคุณ
Read More
Art & Design
5 เก้าอี้ดีไซน์เนอร์ที่นั่งทำงานได้แบบไม่ทำร้ายสุขภาพหลัง
เจอกันตรงกลางระหว่างหลักสรีระศาสตร์และความ Stylish
Read More
Art & Design
HOT SEATS PART 2: THE FORTUITOUS BEAUTY OF CHARLES EAMES’ CHAIRS
คู่รักนักออกแบบชาวอเมริกันที่มีใจรักในการทดลอง กับตำนานแชร์ดีไซเนอร์ที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุค 40’s
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.