Levi’s

LEVI’S 501 SHRINK TO FIT: การกลับมาของต้นตำรับยีนส์ผ้าดิบที่ทุกคนรอคอย

Levi’s

LEVI’S 501 SHRINK TO FIT: การกลับมาของต้นตำรับยีนส์ผ้าดิบที่ทุกคนรอคอย

31 May 2015

ช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ยีนส์ผ้าดิบได้กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของการใส่กางเกงยีนส์ พลิกโฉมอุตสาหรรมเดนิมไปอย่างมากหากเทียบกับช่วงทศวรรษก่อนหน้า ยีนส์ผ้าดิบ หรือ Raw Denim คือยีนส์ที่ผลิตจากผ้าในสถานะตั้งต้นที่สุด ปราศจากการสร้างรอยเก่าแบบเทียม ให้อิสระแก่ผู้สวมใส่ในการสร้างเรื่องราวและริ้วรอยบนยีนส์สีเข้มของตัวเองแบบที่ไม่ซ้ำตัวอื่นใดในโลก ยีนส์ผ้าดิบทุกตัวในปัจจุบันมีรากฐานจากยีนส์ต้นแบบที่ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกเมื่อร้อยกว่าปีที่แล้ว

501® แจ้งเกิดในฐานะแม่แบบของกางเกงยีนส์จากการที่ Levi’s® นำเอาเดนิมผ้าดิบซึ่งมีอยู่แล้วในเวลานั้น มาผลิตเป็นเครื่องแบบของคนงานเหมือง (Work Pants) แล้วทำการยึดจุดที่ต้องทนการใช้งานหนักด้วยหมุดตอกหรือ Rivets เข้าไป วันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1873 ที่ประทับอยู่บนป้ายหลังกางเกงยีนส์ Levi’s® ทุกตัวคือวันที่นาย Levi Strauss และนาย Jacob Davis ลงมือจดสิทธิบัตรถือครองนวัตกรรมอมตะนี้ ทั้งสองคิดค้นกางเกงที่มีชื่อเรียกว่า “Waist Overalls” ซึ่งเป็นกางเกงผ้าดิบแข็งมีกระเป๋าหลังข้างเดียวเพื่อสวมสำหรับใช้งานหนัก ถือเป็นบรรพบุรุษของยีนส์ผ้าดิบตัวแรกของโลก ต่อมาจึงค่อยวิวัฒนาการมาเป็น 501® Shrink-to-Fit™ ไอคอนของ Levi’s® ซึ่งมีความดั้งเดิมที่สุด และยังคงเป็นยีนส์ดีไซน์อมตะที่สุดไม่ว่าจะยุคสมัยไหน

Shrink-to-Fit™ เป็นยีนส์ที่ผลิตจากผ้าเดนิมดิบ (Raw/Rigid) ที่ยังไม่ผ่านกระบวนการกำจัดการหดตัวของเส้นใยผ้า (Unsanforized) เป็นยีนส์ที่ตอบสนองต่อการหดตัวของผ้าเดนิมสูง จุดสังเกตง่ายๆคือการย่นของรอยตะเข็บซึ่งเกิดจากการหดตัวของผ้าเดนิมหลังจากโดนน้ำ เกิดเป็นเอฟเฟคที่มีเสน่ห์แบบที่ยีนส์ที่ผ่านกรรมวิธีกำจัดการหดตัว (Pre-Shrunk/Sanforized) หรือกระบวนการฟอกเลียนแบบทำไม่ได้ โดยหลังจากที่ผ้าหดตัว ผ้าจะแน่นมากขึ้น และตามมาด้วยไซส์ที่ขนาดเล็กลง แต่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุดคือฟิตติ้งที่พอดีกับรูปร่างอย่างเหลือเชื่อ

ข่าวดีก็คือล่าสุด Levi’s® ประเทศไทยได้นำ 501® Shrink-to-Fit™ มาให้เราได้สัมผัสกันในที่สุด ผลิตจากเดนิม Cone Mills โรงทอประวัติศาสตร์ที่คอกางเกงยีนส์ทุกคนต้องรู้จัก และคงไว้ซึ่งรายละเอียดสำคัญๆครบถ้วน ในราคาตัวละ 2,290  บาท ถือว่าเป็นตัวเลือกยีนส์ผ้าดิบระดับเริ่มต้นที่สมเหตุสมผลเป็นที่สุดเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้ หลังจากทดลองสวมคลุกคลีกับมันมาเป็นเวลา 2 เดือนกว่า เราได้พูดคุยกับ Product Specialist ของ Levi’s® ประเทศไทยถึงเรื่องผ้าที่ใช้ในการผลิต ตลอดจนวิธีการหดและการสร้างเฟดที่สวยงามให้กับ 501® Shrink-to-Fit™


“ถ้าเทียบชนยีนส์แบรนด์อื่นในช่วงราคาระดับเดียวกัน ถามว่าในแง่มาตรฐานการผลิต โครงสร้างหรือสเป็คของวัตถุดิบที่ใช้ทำให้ใกล้เคียงกันได้ไหม ตอบว่าได้ แต่ความเป็น Original และเรื่องราวที่เป็นปูมหลังไม่ใช่อะไรที่จะคัดเลือกโยนใส่ลงไปในการผลิตได้เหมือนองค์ประกอบอื่นที่กล่าวมา ซึ่ง Levi’s® ก็ยังคงยึดมั่นกับตรงนี้ เราเลือกที่จะใช้ผ้าชนิด Unsanforized ในการผลิตตลอดมา แน่นอนว่าหากเราเลือกใช้ผ้า Sanforized มาผลิตก็คงจะประหยัดต้นทุนกว่านี้มากพอสมควร แต่เรายังคงเลือกใช้ผ้า Unsanforized หรือ Shrink-to-Fit™ กับการผลิต 501® ทุกวันนี้ แม้จะเป็นรุ่นที่ฟอกก็ผลิตจากผ้า Shrink-to-Fit™ เช่นกัน เพราะเราต้องการรักษาความดั้งเดิมและลักษณะเด่นของผ้าในจุดนี้ไว้ ซึ่งเป็นหัวใจของ Levi’s® 501®…”

ลองฟิตติ้งแบบต่างๆด้วยการเลือกไซส์ ไซส์ตามจริงเพื่อคลาสสิคฟิตกระบอกขาตรง ลดไซส์เพื่อฟิตติ้งที่โมเดิร์นขึ้น หรือจะเพิ่มไซส์ได้ฟิตติ้งหลวมขากองสไตล์สเก็ตบอร์ด


หนึ่งในโจทย์คลาสสิคที่ถกเถียงกันมากที่สุดเกี่ยวกับ 501® Shrink-to-Fit™ ก็คือประเด็นเรื่องการหดตัวและการเลือกไซส์ที่ต้องการ เราทดสอบการหดตัวของผ้ากับ 501® Shrink-to-Fit™ ทั้ง 3 ไซส์ สำหรับ 30/32 เราใช้วิธีเดินลงทะเล แช่อยู่ในน้ำสูงมิดขอบเอวเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นแช่ทิ้งไว้ในอ่างน้ำอีก 2 ชม. ตัวที่เป็นไซส์ 31/32 ผ่านการแช่น้ำร้อน 80 องศาเซลเซียสนาน 2 ชม. ส่วนไซส์ 32/34 ถูกแช่ในอ่างน้ำที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 2 ชม.ครึ่ง ผลที่ได้ตามตารางด้านล่าง

 

 VINTAGE FADE VS. MODERN FADE

สำหรับการใส่ 501® Shrink-to-Fit™ ให้เฟดสวยนั้น เราสามารถใส่ให้เฟดได้สวยไม่แพ้ยีนส์ระดับพรีเมียมเลย เพราะด้วยมาตรฐานการคัดผ้าย้อม Indigo ของ Levi’s® ต้องผ่านการทดสอบ 2 ขั้น เพื่อวัดการ “หลุด” และการ “เปลี่ยน” ของสีที่ย้อม ผลลัพท์ที่ได้คือปริมาณการเก็บสี Indigo ของยีนส์ที่ลงตัวที่สุด ขั้นแรกคือ “Crocking” ซึ่งจะเป็นการทดสอบการเกาะของเม็ดสีโดยใช้เครื่องจักรถูไปมาบนเนื้อผ้าประมาณ 5 รอบแล้วบันทึกปริมาณของ Stain ที่หลุดออก ขั้นที่สองคือการทดสอบ “Color Apparance Test” เพื่อสังเกตการเปลี่ยนแปลงของสีเปรียบเทียบก่อนและหลังซัก ซึ่งถ้าไม่ผ่านมาตรฐาน เราก็จะไม่นำเข้าสู่ขั้นตอนการผลิต ดังนั้นความสวยหรือความเร็วในการเฟดนั้นความเป็นจริงจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักออนซ์ของยีนส์ล้วนๆอย่างที่หลายคนคิด สำหรับยีนส์ Medium-weight อย่าง Levi’s® ซึ่งอยู่ที่ 13.5-14 ออนซ์ผ้าจะบางกว่าบรรดายีนส์น้ำหนักมากของญี่ปุ่น และให้รอยเส้นเฟดที่เล็กกว่า ซึ่งถ้านึกถึงการใช้่งานยีนส์จริงๆแล้ว เมื่อสวมใส่ไปเกิดความเหนียวหรือส่งกลิ่นไม่ดีก็เป็นธรรมดาที่จะถึงเวลาซัก เพราะฉะนั้นสีจะหลุดยาก ใช้เวลานานกว่าจะหลุด เพราะชั้นของการเฟดมีมากกว่า ดูเผินๆเหมือนจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของเฟดเลย เฟดไม่ชัด เฟดไม่คมระหว่างสีขาวกับสีน้ำเงิน (เฟดแบบคอนทราสท์ต่ำ) แต่หากมองใกล้ๆจะเห็นการเรียงสี ไล่เป็นเฉดสีไป เฟดประเภทนี้เรียกว่า “วินเทจเฟด” ส่วนพวก Heavy-weight ยีนส์ที่ออนซ์สูงๆนั้นจะให้สิ่งที่ตรงกันข้าม เรียกว่า “โมเดิร์นเฟด” ซึ่งมีลักษณะของเฟดที่คมชัด เห็นการตัดของริ้วรอยอย่างชัดเจน และมักผ่านการซักน้อยครั้งกว่า สรุปได้ว่าเรื่องของการเฟดของยีนส์จึงขึ้นอยู่กับมาตรฐานการย้อมทดสอบสี Indigo และน้ำหนักของยีนส์ รวมไปถึงความถี่ในการซักยีนส์ตัวนั้นๆ

สามารถเป็นเจ้าของ 501® Shrink-to-Fit™ได้ที่ช็อปลีวายส์®ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2558 เป็นต้นไป

 

 

Spread the words

Related Stories

Query & Advice

WHY THE CAMP-COLLAR SHIRT WILL NEVER GO OUT OF STYLE

ว่ากันถึงเสน่ห์อมตะของเชิ้ตแขนสั้นปกเปิดที่สุภาพบุรุษนิยมใส่กันตั้งแต่สมัยคุณปู่ยังหนุ่ม ที่ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นเสื้อตัวโปรดของเราและใครหลายคน

Read

Around Town

EXPLORING THE BEST JAZZ BARS IN BANGKOK

5 แจ๊สบาร์หลากสไตล์ในกรุงเทพฯ ที่จะเติมสีสันให้กับค่ำคืนอันเงียบเหงา

Read

Through the Lens

3 PHOTO BOOKS EVERY PHOTOGRAPHY LOVER SHOULD OWN

โฟโต้บุ๊คส์สามเล่มที่คนรักการถ่ายภาพควรหามาครอบครอง

Read

0Shares
preloader