The Big Kitchen

COFFEE BREAK: 4 เมนูเครื่องดื่มคาเฟอีนรสเยี่ยม ฉบับ WORK FROM HOME

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

The Big Kitchen

COFFEE BREAK: 4 เมนูเครื่องดื่มคาเฟอีนรสเยี่ยม ฉบับ WORK FROM HOME

25 May 2020

สำเร็จเคล็ดลับวิชาสร้างสรรค์กาแฟและชาจากการอยู่บ้านตลอดช่วงล็อคดาวน์ที่ผ่านมา

 

ความสุขของใครหลายคนเริ่มต้นได้จากเครื่องดื่มแก้วแรกของวัน ราวกับเป็นพิธีกรรมก่อนลงมือทำกิจกรรมต่อไป มีหลายวิธีมากมายที่จะทำให้เราได้เข้าถึงความเบิกบานของเช้าวันใหม่ และมันช่างง่ายดายที่เราจะปลุกตัวเองด้วยกาแฟดำสักแก้วในตอนเช้า ซึ่งการทำ ‘กาแฟ’ ของแต่ละคนก็มีวิธีแตกต่างกันไปตามความชอบของลิ้น โดยบางคนอาจจะแค่หยอดแคปซูลเข้าไปในเครื่องชงและยืนรอประมาณ 3-4 นาที เลื่อนอ่านฟีดบนมือถือก็เป็นอันได้ดื่ม หรือบางคนที่ชอบรสชาติของความสะอาด ไม่แน่นจนเกินไป ก็คงเลือกที่จะไว้วางใจหน้าที่การชงกาแฟกับเครื่องดริปเปอร์ไฟฟ้า แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเลยที่นิยมวิธีที่ง่ายกว่าสองวิธีแรก เพราะเพียงแค่ตักผงกาแฟสำเร็ปรูปจากขวดโหลเพียงหนึ่งหรือสองช้อน เติมน้ำร้อน ก็ได้รับเสียงเรียกดังราวกับมีนาฬิกาปลุกอยู่ในหัว

สำหรับเรื่องรสนิยมและวัฒนธรรมการดื่มกาแฟนั้น เป็นเรื่องของความพึงพอใจส่วนบุคคลที่เราไม่ขอไปก้าวก่าย แต่ในบทความนี้เราเพียงแค่อยากชวนคอกาแฟที่เดินผ่านมาทางนี้แวะดูลูกเล่นอะไรดีๆ สักนิด กับ 4 เมนูที่ทำง่ายอร่อยด้วยที่เราสามารถหาวัตถุดิบต่างๆ นานาที่เราจะใช้กันตามร้านสะดวกซื้อและซุปเปอร์ใกล้บ้านได้อีกด้วย ซึ่งผู้เขียนได้ลองทำจริงจังในช่วงเวลาแห่งการล็อคดาวน์ก่อนหน้านี้ ที่บรรดาร้านรวงสุดฮิปต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดให้เราเลือกสรรเครื่องดื่มสร้างจินตนาการเหล่านั้นได้ ภาระหน้าที่จึงมาตกที่มนุษย์ผู้เสพติดคาเฟอีนอย่างตัวผู้เขียนเองที่ต้องงัดความสามารถที่มีอยู่มาจรรโลงใจและสร้างความบันเทิงให้กับตัวเองช่วง Work From Home แต่นั่นก็อย่าได้คาดหวังว่ามันจะเป็นเครื่องดื่มสุดแสนจะวิลิศมาหรา แต่ให้รู้จักพวกมันในฐานะทางเลือกที่จะเติมเต็มการดื่มด่ำของคุณในหนึ่งวัน

 

Morning Savor

 

 

ต้นตอของเมนูนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะความเบื่อหน่ายของตัวผู้เขียนเองที่ใช้กาแฟดำหรืออเมริกาโน่ที่ชงโดยการ pour-over (กาแฟดริป) เป็นปุ่มเปิดสวิตซ์ให้ร่างกายตัวเอง หวยจึงมาตกที่ Dalgona Coffee กาแฟสไตล์เกาหลีที่เป็นกระแสแรงมาก โดยด้านบนเป็นฟองโฟมกาแฟและด้านล่างเป็นนม สาเหตุที่เลือกเมนูนี้มาเพราะเราอยากเริ่มมองหาอะไรที่ง่ายขึ้น สามารถใช้กาแฟสำเร็จรูปแทนกาแฟสดได้ และอยากสร้างประสบการณ์ที่ดีในการดื่มกาแฟใส่นมให้กับตัวเอง (ปกติผู้เขียนไม่ดื่มกาแฟใส่นม) แต่ก็ยังไม่พ้นความมีพิธีรีตรองในส่วนของการทำโฟมกาแฟ เพราะการได้หยิบจับนู่นนั่นนี่มันเป็นความสุขในรูปแบบหนึ่งที่มันให้อารมณ์เหมือนได้สร้างสิ่งหนึ่ง

 

Ingredients

 

สัดส่วนสำหรับ 2-3 แก้ว

ผงกาแฟสำเร็จรูปชนิดฟรีซดราย 15 กรัม

น้ำอุ่น 60 มิลลิลิตร

น้ำตาล 30 กรัม
(ปริมาณน้ำตาลมีส่วนต่อการขึ้นตัวของโฟม)

นมวัวรสจืด 120 มิลลิลิตร ต่อ 1 แก้ว
(สามารถใช้เป็นนมถั่วเหลืองแทนได้)

 

Method

 

เราเริ่มด้วยการทำตัวโฟมกาแฟก่อน ขั้นตอนนี้อาจจะเรียกร้องเครื่องมือนิดหน่อย สำหรับการทำโฟมนั้นจะต้องใช้ชามผสมและตะกร้อมือ (หากใครมีตะกร้อไฟฟ้าก็สามารถใช้ได้) เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้ว เราสามารถเทส่วนผสมลงไปได้เลยเริ่มที่ผงกาแฟสำเร็จรูปชนิดฟรีซดราย น้ำตาลและตามด้วยน้ำอุ่นหลังจากใช้ตะกร้อคนส่วนผสมประมาณ 400 ครั้งหรือ 5 นาที จนฟองกาแฟเนียนกลายเป็นโฟมน่ารับประทาน หลังจากนั้นก็เตรียมแก้วใส่น้ำแข็งลงไป 3-5 ก้อน หลังจากนั้นเติมนมลงไปในแก้ว และค่อยๆ ตักโฟมลงด้านบนของนมให้ทั่ว เท่านี้ก็ได้กาแฟนมแสนละมุนที่ช่วยบรรยากาศยามเช้าของคุณนั้นกลมกล่อมยิ่งขึ้น

 


 

The Second Glass

 

 

ปกติมนุษย์ที่นั่งหน้าคอมอย่างผู้เขียน จะดื่มกาแฟเฉลี่ยประมาณ 2 แก้วต่อวัน บางวันอาจจะมีถึง 3-4 แก้ว เพื่อป้องกันการโอเวอร์โหลดของคาเฟอีนในร่างกาย แก้วที่ 2 ของวันนั้นจะต้องเป็นอะไรที่เจือจางกว่า หากจัดหนักมาแล้วกับอเมริกาโน่หรือเอสเพรสโซ่ในยามเช้า นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เขียนถึงเลือก ‘กาแฟผสมน้ำผลไม้’ เพราะความหวานและความเปรี้ยวของผลไม้ช่วยให้เราดื่มกาแฟได้ง่ายขึ้นด้วย ผลไม้ที่เข้าคู่ได้แก่ลิ้นจี่ ส้ม เลมอน เสาวรส เป็นต้น รวมถึงการนำกาแฟมามิกซ์กับน้ำโทนิคหรือสปาร์คกิ้ง วอเตอร์ก็เป็นไอเดียที่น่าต่อยอดไม่น้อย ถึงอย่างนั้นผู้เขียนก็มีความเชื่อที่ส่วนตัวเอาซะมากๆ ที่ว่า กาแฟสกัดเย็นหรือ cold brew คือของที่จะเข้ากันกับน้ำผลไม้ที่สุดแล้ว สุดท้ายผู้เขียนก็เลือกลงเอยกับน้ำส้ม เป็นตัวนำก่อนที่ไล่ทดลองไปทีละอย่างในโอกาสถัดไป

 

Ingredients

 

สัดส่วน 1 แก้ว

น้ำกาแฟสกัดเย็น 30 มิลลิลิตร
(ในกรณีที่อยากเพิ่มความเข้มข้นสามารถเติมกาแฟได้อีก
โดยโคลด์บูรว์สามารถหาซื้อได้ตามร้านกาแฟทั่วไปหรือทำเองได้ง่ายๆ ตามนี้)

น้ำส้มคั้นสด 120 มิลลิลิตร

ส้มนาเวล 1 ผล

 

Method

 

ขั้นตอนไม่มีอะไรซับซ้อนและไม่ต้องกังวลใจใดๆ ทั้งสิ้นหากท่านไม่มีเครื่องชั่งดิจิตอลหรือที่วัดตวง เราสามารถกะได้ด้วยสายตา เตรียมแก้วพร้อมน้ำแข็ง 5-7 ก้อนให้พร้อมหลังจากนั้นเริ่มเทน้ำส้มคั้นสดลงไปให้ถึงปริมาณ 3/4 ของแก้ว และสไลด์ส้มนาเวลไม่บางไม่หนามาก นำไปวางในแก้วแล้วค่อยๆ รินน้ำกาแฟสกัดเย็นลงไปอย่างช้าๆ จนเต็มแก้วก็เป็นอันเสร็จสิ้นสำหรับการทำกาแฟแก้วที่สองของวัน

 


 

The Afternoon Ritual

 

 

เพราะความร้อนเป็นเหตุ จึงก่อเกิดให้ผู้เขียนต้องควานหาหนทางแห่งการดับร้อน ซึ่งกาแฟก็ไม่ใช่คำตอบเดียวเสมอไปสำหรับการเติมพลังงานให้เราสดชื่น ชา คือทางที่ผู้เขียนเลือกเดินในเวลาบ่ายของฤดูร้อนเช่นนี้ เฉพาะอย่างยิ่งการได้พักผ่อนอิริยาบถเหยียดแข้งเหยียดขา ไม่ว่าจะสายตาจะจ้องอยู่ระหว่างบรรทัดของหนังสือคู่ใจหรือภาพยนตร์เรื่องโปรด ‘ชาผลไม้สด’ จะเป็นตัวช่วยบันดาลความสุข เติมเต็มอรรถรสของช่วงเวลาของคุณให้ดีเยี่ยมยิ่งขึ้น แม้จะมีรสชาติที่หวานเปรี้ยวแสนซ่อนเร้น แต่ก็ทำหน้าที่อย่างซื่อตรงต่อการดับร้อนเป็นอย่างดี

 

Ingredients

 

สัดส่วน 1 แก้ว

ชาถุง 1 ซอง

(แนะนำที่เป็นชากลิ่นผลไม้ ได้ทั้งผลไม้รวมและเบอร์รี่
แต่ถ้าไม่มีจริงๆ ก็สามารถใช้เอิร์ลเกรย์ได้เหมือนกัน)

น้ำอุ่น 150 มิลลิลิตร

น้ำผึ้ง 30 มิลลิลิตร

น้ำมะนาวสด 8 มิลลิลิตร
(แต่ถ้าหากใครชอบเปรี้ยวมากสามารถเพิ่มได้อีก)

ผลไม้สามารถเลือกได้ตามชอบแต่ในที่นี้เลือกเป็น
กีวี 1 ผล
ส้มนาเวล 1 ผล
สตรอว์เบอร์รี 2 ผล

 

Method

 

เริ่มจากชงชา เคล็ดลับของผู้เขียนคือเทน้ำผึ้งลงไปในแก้วพร้อมกันกับถุงชาและเทน้ำร้อนตามไป ทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที และค่อยคนๆ จากนั้นรออีก 2 นาทีให้อุณหภูมิน้ำลดลงจึงเติมน้ำมะนาวลงไปและคนอีกรอบจากนั้นนำผลไม้ที่หั่นเตรียมไว้ลงไปแช่ในน้ำชาประมาณ 2 นาที จากนั้นเทน้ำชาและผลไม้บางส่วนลงในแก้วที่มีน้ำแข็ง 7-8 ก้อน และค่อยนำผลไม้ที่เหลือไว้ตกแต่งลงด้านบนแก้วเป็นอันเสร็จสิ้นพิธีกรรมยามบ่าย

 


 

Wonderful Tonight

 

 

สิ่งที่ทำให้เลือกเมนูนี้มาเพราะส่วนตัวเป็นคนชอบไปทานอาหารญี่ปุ่น โดยหลายๆ ร้านก็จะเสิร์ฟเจ้าตัว coffee jelly นี่แหละเป็นของหวานตบท้ายหลังรับประทานอาหารคาวเป็นที่เรียบร้อย บางคนอาจจะไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วคาเฟอีนมีฤทธิ์ที่สามารถช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น มันจึงเป็นอะไรที่เหมาะมากหากเราจะเรียกหาเจ้าสิ่งนี้หลังเสร็จสิ้นมือเย็น ซึ่งเมนูนี้นอกจากจะทำง่ายและเก็บไว้ได้นานแล้ว ยังเป็นการช่วยแปรรูปเมล็ดกาแฟที่ใกล้จะเลยช่วงเวลาที่รสชาติสมบูรณ์ที่สุด แต่ในสูตรที่ผู้เขียนมาแนะนำในครั้งนี้ใช้เป็นกาแฟสำเร็จรูปชนิดฟรีซดรายแทน เพื่อง่ายต่อการหาวัตถุดิบ

 

Ingredients

 

สัดส่วนสำหรับ 1-2 แก้ว

ผงกาแฟสำเร็จรูปชนิดฟรีซดราย 10 กร้ม

น้ำร้อน 200 มิลลิลิตร

เจลาติน 5 กรัม
(สามารถเพิ่มได้เป็น 10 กรัม ถ้าต้องการเนื้อวุ้นที่แข็งขึ้น)

น้ำตาล 15 กรัม

นมวัวรสหวาน 120 มิลลิลิตร ต่อ 1 แก้ว
(บางสูตรจะแนะนำให้ใช้เป็นวิปครีมผสมนมข้น แต่ผู้เขียนชอบที่จะให้เนื้อนมมันเบาบางมากกว่า)

 

Method

 

นำผงกาแฟ น้ำตาล และเจลาตินมาละลายน้ำคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นเทใส่ภาชนะที่ต้องการ (การเลือกภาชนะในการทำวุ้นนั้นแล้วแต่ความชอบ ถ้าอย่างง่ายสุดคือทำใส่แก้ว หรือใครจะใส่พิมพ์รูปต่างๆ ก็ได้) และนำไปเข้าตู้เย็นรอเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงหรือจนกว่าจะวุ้นจะเซตตัว หลังจากที่วุ้นเซตตัวพร้อมรับประทานแล้วนั้น เราก็เทนมลงประมาณ 120 มิลลิลิตรในแก้วหรือภาชนะที่ต้องการจะใช้ เพียงเท่านี้ก็เป็นการจบฉากอันสมบูรณ์ของอาหารมื้อเย็น

 


 

Related Stories

The Big Kitchen

Private: HONEY & COCKTAILS ส่วนผสมที่จะทำให้วาเลนไทน์ของคุณ ‘หวาน’ กว่าเดิม

สูตรค็อกเทลผสมน้ำผึ้งแบบง่ายๆ สำหรับเดทไนท์คืนพิเศษกับคนสำคัญ

Read

The Big Kitchen

SECOND-CUT STEAK: ทำสเต็กเองง่ายๆ ในงบหลักร้อย

ไกด์การทำสเต็กเนื้อ Dry Aged ด้วยเนื้อส่วนรองแต่คุณภาพไม่เป็นที่สองของใคร

Read

0Shares
preloader