สูท, สูทผู้ชาย, สูท Ready-to-Wear, วัดตัวซื้อสูท

The Buyer’s Guide

ไกด์การวัดตัวง่ายๆ เพื่อการซื้อสูทออนไลน์อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

5 July 2021

บทความโดย เพรียวพันธ์ แสนลาวัณย์, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย วรินทร์ธร บุรธัชวัฒนสิริ, Photographer, W. MINISTRY

 

คลายกังวลเรื่อง ‘ฟิตติ้ง’ ในการซื้อสูทออนไลน์ เพียงแค่มีสายวัดตัว กระจก และอ่านบทความนี้

รู้ตัวอีกที ‘ออนไลน์’ ก็เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันเสียแล้ว โดยเฉพาะมิติเรื่องการซื้อขายที่เรียกว่าแทบจะเป็นการปฏิวัติพลิกโฉมไปโดยสิ้นเชิง ทุกวันนี้ไม่ต้องก้าวขาลงจากเตียงก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้จากทั่วโลกเพียงแค่ปลายนิ้วคลิกหน้าจอ

ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันที่การพบเจอคนแปลกหน้ากลายเป็นเรื่องเสี่ยงอันตราย การซื้อขายออนไลน์ก็ยิ่งเข้ามามีบทบาทมากขึ้นเป็นทวีคูณ สินค้าที่ไม่คิดว่าจะซื้อออนไลน์ได้ ก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย หนึ่งในนั้นคือ ‘สูท’

สูทคือสินค้าที่ต้องอาศัยความเป๊ะสูง ภาพจำที่ทุกคนน่าจะมีเหมือนกันสำหรับการซื้อสูทคือการเดินเข้าร้านเทเลอร์ มีช่างเข้ามาสอบถามความต้องการลงลึกไปในรายละเอียด ก่อนจะจัดแจงวัดตัวให้เสร็จสรรพ เพื่อให้สูทที่ตัดออกมาพอดีตัวมากที่สุด…เรียกได้ว่าขั้นตอนเหล่านี้แตกต่างจากการซื้อสูทออนไลน์โดยสิ้นเชิง

สูทที่มีจำหน่ายทางออนไลน์แน่นอนว่าคือสูท Ready-to-Wear (RTW) และไม่ใช่เรื่องแปลกที่บางคนจะมองว่าการซื้อสูทออนไลน์เป็นเรื่องที่น่ากังวัลใจ เนื่องจากการที่ไม่มีช่างมาวัดตัว ตัดเย็บเพื่อเราโดยเฉพาะ จึงมีโอกาสไม่น้อยที่สินค้าที่ได้รับจะไม่พอดีตัว หรือไม่ตรงตามความต้องการ

ผมไม่ได้บอกว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถซื้อสูท Ready-to-Wear ออนไลน์ได้อย่างแม่นยำ 100% แต่อย่างน้อยผมมั่นใจว่าหากอ่านบทความนี้จบ ความกังวลใจที่มีต่อการซื้อสูทออนไลน์ รวมถึงความเสี่ยงในการได้สูทไม่พอดีตัวจะลดลงอย่างแน่นอน เพราะทุกคนสามารถวัดตัวเองเพื่อซื้อสูทได้ที่บ้าน และไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป


เปิดใจซื้อสูทออนไลน์ ยอมรับข้อดีข้อเสีย

แน่นอนว่าข้อเสียเปรียบหลักของการซื้อสูทออนไลน์คือคุณไม่สามารถเดินเข้าไปที่ร้าน คุยกับช่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแพทเทิร์น เนื้อผ้า รวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมาย ก่อนจะวัดตัวอย่างละเอียด เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายในการสร้างสรรค์ออกมาเป็นสูทตามความต้องการ

พูดง่ายๆ คือสูทตัวนั้นคือสูทที่ทำออกมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ดังนั้นด้วยจำนวนเงินที่คุณเสียไป คุณมั่นใจได้เลยว่าสูทที่ได้รับจะเป็นไปตามที่คุณคิดอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามหากพลิกมุมกลับ ปรับมุมมอง ก็จะพบว่าการซื้อสูทออนไลน์ก็มีข้อดีในตัวไม่น้อย ประการแรกคือคุณมีทางเลือกมากมาย แทบทุกแบรนด์ทั่วโลกมาให้เลือกตรงหน้าคุณง่ายๆ เพียงปลายนิ้วคลิก ดังนั้นคุณจึงสามารถหาสูทที่สไตล์เข้ากับตัวคุณ หรือความต้องการของคุณได้อย่างแน่นอน

ประการต่อมาคือเรื่องราคา แน่นอนว่าสูท Ready-to-Wear ที่วางจำหน่ายทางออนไลน์ส่วนมากก็มีราคาต่ำกว่าสูทสั่งตัดจากเทเลอร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือโปรโมชั่นลดราคาที่แบรนด์ต่างๆ มักจะจัดผ่านช่องทางออนไลน์อย่างสม่ำเสมอในแต่ละปี และมั่นใจได้เลยว่าคุณสามารถพบเจอกับโปรโมชั่นเหล่านี้ทางออนไลน์บ่อยกว่าร้านเทเลอร์อย่างแน่นอน ซึ่งหากจังหวะทุกอย่างเป็นใจ คุณอาจจะได้สูทตัวโปรดไปครอบครองในราคาที่ถูกอย่างคาดไม่ถึงเลยก็ได้

เหตุผลประการสุดท้ายน่าจะถูกใจคนที่มีบุคลิกแบบ Introvert หรือใครก็ตามที่คิดว่าการพูดคุยกับคนแปลกหน้าไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์เท่าไรนัก ดังนั้นการที่ต้องเดินเข้าเทเลอร์ พูดคุยกับช่างตัดเย็บในระยะเวลาร่วมชั่วโมงจึงไม่ใช่ที่พวกเขาต้องการเท่าไร

มีคนจำนวนไม่น้อยที่แค่อยากได้สูทที่เข้ากับตัวเองสักตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้อยากวุ่นวายกับคนแปลกหน้ามากขนาดนั้น การซื้อสูท Ready-to-Wear ออนไลน์จึงน่าจะเป็นแนวทางที่เหมาะกับพวกเขาที่สุด

ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงพอที่จะสรุปได้ว่าการซื้อสูท Ready-to-Wear ออนไลน์ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนในปัจจุบันมากกว่า

ศึกษาอย่างรอบคอบ กุญแจสำคัญของการซื้อสูทออนไลน์

เอาล่ะ เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะซื้อสูทออนไลน์สิ่งสำคัญที่ต้องทำคือการศึกษาอย่างรอบคอบ เพราะทุกขั้นตอนเราต้องทำด้วยตัวเอง ไม่มีผู้เชี่ยวชาญมาตามประกบคอยให้คำแนะนำ

ต้องออกตัวก่อนเลยว่าผมเองก็ไม่ได้มีประสบการณ์ในเรื่องนี้มากมายนัก แต่ในแง่ดีคือทุกคนที่กำลังอ่านบทความนี้สามารถศึกษาไปพร้อมผมได้เลย

ขั้นแรกคือถามตัวเองก่อนว่าอยากได้สูทประเภทไหน ซึ่งสูท Ready-to-Wear ในท้องตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักได้แก่ Classic Fit, Modern Fit, และ Slim Fit

Classic Fit ตามชื่อเลยว่านี่คือสูททรงคลาสสิก สูทแบบนี้จะมีความพอดีตัวที่น้อยกว่าอีกสองประเภท แต่ในขณะเดียวกันก็มีพื้นที่เว้นไว้สำหรับการขยับของร่างกายที่มากกว่า โดยเฉพาะบริเวณลำตัวและหัวไหล่ เหมาะสำหรับสุภาพบุรุษที่มีโครงร่างกายใหญ่

สำหรับ Modern Fit จะมีการเข้ารูปมากกว่าทรงคลาสสิก ช่วงไหล่แคบกว่า แต่ช่องระหว่างวงแขนนั้นยังสูงกว่าแบบ Slim Fit เหมาะสำหรับคนรูปร่างปานปลาง

ปิดท้ายด้วย Slim Fit ซึ่งเป็นทรงสูทที่ถูกออกแบบให้แนบชิดกับสรีระของผู้สวมใส่ด้วยคุณสมบัติที่ถูกตัดแต่ง เช่น ปกเสื้อ และช่องเปิดขา ความยาวของเสื้อเบลเซอร์มักจะสั้นลงทำให้ร่างกายดูสูงขึ้น เหมาะสำหรับผู้ชายที่รูปร่างเพรียวบาง

เมื่อตอบตัวเองถึงทรงที่ต้องการได้แล้ว ขั้นต่อไปคือการทำความรู้จักกับ ‘เนื้อผ้า’ ซึ่งในโลกแห่งสูทนั้นมีผ้ามากมายหลายประเภทเช่น Linen, Worsted, Tweed, Velvet, Corduroy, Cashmere ซึ่งนี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น หากผมจะมาไล่เรียงอธิบายผ้าแต่ละชนิดก็คงเปลืองพื้นที่บทความนี้โดยใช่เหตุ และ กรกฎ อุ่นพาณิชย์ Contributing Editor ของเราก็เคยเขียนอธิบายเรื่องนี้ไว้อย่างละเอียดแล้วในบทความ ‘SUIT FABRICS: วิธีเลือกผ้าตัดสูทให้เหมาะกับโอกาสต่างๆ’ ทุกคนสามารถคลิกลิ้งก์เข้าไปอ่านได้เลย

เมื่อได้เนื้อผ้าที่ต้องการแล้ว ขั้นต่อไปจะเป็นการลงลึกไปในรายละเอียดของสูท เริ่มจากคุณต้องการสูทสองชิ้นหรือสามชิ้น?

ชุดสูทสองชิ้นประกอบด้วยเสื้อแจ็คเก็ตและกางเกงขายาวที่เข้าชุดกัน เป็นชุดสูทมาตรฐานที่พบเห็นได้ทั่วไป แต่หากเป็นสูทสามชิ้นจะมีการเพิ่มเสื้อกั๊กที่ออกแบบมาเพื่อให้เข้าชุด สวมใส่ใต้แจ็คเก็ตเข้าไปด้วย เป็นตัวเลือกที่เหมาะกับโอกาสที่ทางการสูงเช่นงานแต่งงาน

Single-breasted หรือ Double-breasted ?

Single-breasted หรือที่เรียกว่าสูทกระดุมแถวเดียว เป็นสูทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน เหมาะกับผู้ชายที่มีช่วงลำตัวสั้นหรือต้องการพรางรูปร่างช่วงลำตัว สามารถแบ่งย่อยได้อีกตามจำนวนกระดุมที่มีตั้งแต่ 1 – 3 เม็ด

สูทแบบกระดุม 1-2 เม็ดให้ความรู้สึกถึงเอวที่พอดีตัวมากขึ้น เนื่องจากชายเสื้อสามารถบานออกได้อีกเล็กน้อย เวลาใส่เผยให้เห็นช่วงอกมากกว่า มีกลิ่นอายความทันสมัยเพิ่มขึ้น ส่วนกระดุมแบบ 3 เม็ดนั้นจะติดกระดุมสูงและคอปกสั้น ทำให้ลำตัวดูสั้นลง เนื่องจากรูปตัววีที่ยืดออกซึ่งสร้างโดยปกที่ห้อยลงมานั้นเล็กลง มองเห็นได้ชัดเจนน้อยลง สไตล์นี้ได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรม MOD ในประเทศอังกฤษช่วงทศวรรษที่ 60

Double-Breasted หรือสูทกระดุมสองแถว ที่จุดเด่นคือมีความเป็นทางการสูง ส่งเสริมให้ผู้สวมใส่ดูโดดเด่นและแตกต่าง เหมาะกับหนุ่มรูปร่างผอม เพราะจะช่วยให้ตัวดูใหญ่ขึ้น

อย่างไรก็ตามสูท Double-Breasted จำเป็นอย่างมากที่ขนาดต้องมีความพอดีตัว ดังนั้นจึงไม่เหมาะกับการซื้อออนไลน์เท่าไรนัก ดังนั้นคำตอบที่ใช่สำหรับบทความนี้จึงน่าจะเป็น Single-breasted มากกว่า

นอกจากนี้สูทยังมีรายละเอียดที่อีกมาก เช่นเรื่องรูปทรงกระเป๋า หรือคอปกเสื้อ แต่สำหรับการซื้อสูท Ready-to-Wear ออนไลน์ การที่จะลงลึกไปถึงรายละเอียดเหล่านั้นดูจะยุ่งยากไปเสียหน่อย และคิดว่าข้อมูลทั้งหมดที่ผมกล่าวมาก็คงเพียงพอในการตัดสินใจซื้อสูทออนไลน์สักตัว

ยกตัวอย่างว่าผมอย่างได้สูท Modern Fit กระดุม Single-breasted เนื้อผ้า Linen ผมก็สามารถเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใส่ในช่อง Filter ของร้านค้าออนไลน์ต่างๆ เพื่อกลั่นกรองออกมาเป็นสูทแบบที่ผมต้องการ หรือหากจะแมนนวลกว่านั้นก็เอาข้อมูลเหล่านี้ไปเทียบกับคำอธิบายรายละเอียดผลิตภัณฑ์ (Product Description) ของสูทที่วางจำหน่ายทางออนไลน์ได้เลย

เมื่อมีสูทในใจแล้วก็ถึงเวลาวัดตัว

มาถึงขั้นตอนที่เป็นพระเอกของบทความนี้แล้ว คือการวัดตัว ที่ผมต้องบอกก่อนเลยว่าทั้งชีวิตผมไม่เคยถือสายวัดวัดตัวด้วยตัวเองมาก่อนเลยสักครั้ง แต่เมื่อได้ลองทำก็พบว่ามันไม่ยากอย่างที่คิด และการที่มือใหม่อย่างผมทำได้ ผมจึงมั่นใจว่าทุกคนก็สามารถทำได้เช่นกัน

แต่ก่อนจะเริ่มวัดตัว ผมขอหมายเหตุตัวใหญ่ๆ ไว้ตรงนี้ว่าการวัดตัวด้วยตัวเองที่บ้าน ผลลัพธ์ที่ได้ย่อมไม่แม่นยำเท่ากับการวัดโดยละเอียดของช่างที่ร้านแน่นอน แต่มันก็เพียงพอแล้วสำหรับใช้เลือกซื้อไซส์สูท Ready-to-Wear ที่ใช่ผ่านช่องทางออนไลน์

ขั้นตอนที่ 0: เตรียมตัว

นอกจากสายวัดตัวแล้ว การแต่งตัวเพื่อวัดตัวก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน โดยผมแนะนำให้ใส่เสื้อเชิ้ตที่มีขนาดพอดีตัว หรือเสื้อเชิ้ตที่คิดว่าจะใส่คู่กับสูทที่สั่งมา เพราะหากวัดโดยไม่ได้ใส่เสื้อ ค่าที่ได้อาจจะเป็นขนาดตัวเราจริงๆ แต่ไม่ใช่ขนาดตัวเราในเวลาที่จะใส่สูท

ขั้นตอนที่ 1: อก

สอดสายวัดลอดผ่านช่องแขนข้างหนึ่งไปอีกข้างหนึ่ง มั่นใจว่าสายวัดทั้ง 2 ด้านอยู่ชิดกับช่องแขนด้านบน เพราะบริเวณที่เราจะวัดคือส่วนที่กว้างที่สุดของอก ก่อนที่จะดึงสายวัดทั้ง 2 ด้านเข้าหากัน แต่ต้องไม่รู้สึกว่าสายวัดรัดตัวจนแน่นเกินไป เหลือพื้นที่ว่างให้หายใจได้อย่างสะดวก

ตัวอย่างตามรูป ขนาดความกว้างหน้าอกของผมคือ 41 นิ้ว

สูท, สูทผู้ชาย, สูท Ready-to-Wear, วัดตัวซื้อสูท

ขั้นตอนที่ 2: ไหล่

การวัดไหล่ด้วยตัวเองน่าจะเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุด เพราะต้องมั่นใจว่าสายวัดอยู่ใต้ปกเสื้อพอดี และต้องขานเป็นเส้นตรงจากตะเข็บนอกเสื้อของไหล่ด้านหนึ่งไปบรรจบกับตะเข็บนอกเสื้อของไหล่อีกด้าน

ดังนั้นสำหรับการวัดไหล่แนะนำให้มีกระจกส่องเห็นด้านหลังเพื่อความแม่นยำ ซึ่งในกรณีของผมความกว้างของไหล่อยู่ที่ 19 นิ้ว

สูท, สูทผู้ชาย, สูท Ready-to-Wear, วัดตัวซื้อสูท

ขั้นตอนที่ 3: ความยาวแขนเสื้อ

ย้ำอีกครั้งว่าเสื้อเชิ้ตขนาดพอดีตัวนั้นสำคัญมาก โดยเฉพาะในขั้นตอนนี้ซึ่งเป็นการวัดความยาวแขนเสื้อ ให้สายวัดด้านหนึ่งทาบเข้ากับตะเข็บนอกเสื้อเชิ้ตบริเวณไหล่ จากนั้นลากสายวัดลงมาเป็นเส้นตรงขนานไปกับแขนเสื้อ และใช้มืออีกข้างรวบสายวัดไว้เพื่อให้ตึง

อย่างเช่นในรูปความยาวแขนเสื้อของผมอยู่ที่ 24 นิ้ว ซึ่งความยาวของแขนเสื้อสูทที่เหมาะสมควรจะสั้นกว่านั้นประมาณครึ่งนิ้ว ดังนั้น 23.5 นิ้วจึงเป็นตัวเลขที่ผมต้องจดเอาไว้

สูท, สูทผู้ชาย, สูท Ready-to-Wear, วัดตัวซื้อสูท

ขั้นตอนที่ 4: เอว

การวัดรอบเอวไม่ใช่วัดรอบเอวของกางเกง แต่เป็น ‘รอบเอวที่แท้จริง’ ของเรา โดยผมแนะนำให้วัดบริเวณสะดือ หรือต่ำกว่านั้นนิดหน่อย ซึ่งเป็นส่วนที่กว้างที่สุดของเอว

วิธีนี้คล้ายกับการวัดรอบอก คือให้สอดสายวัดจากด้านหนึ่งของตัว พันรอบตัวไปจนสายวัดมาบรรจบกัน ซึ่งตามรูปรอบเอวของผมอยู่ที่ 37.5 นิ้ว

สูท, สูทผู้ชาย, สูท Ready-to-Wear, วัดตัวซื้อสูท

ขั้นตอนที่ 5: ความยาวขากางเกง

ปิดท้ายด้วยการวัดความยาวขากางเกง โดยเริ่มทาบสายวัดจากขอบกางเกงด้านบน ลากยาวตรงลงมาขนานกับขากางเกง ก่อนจะใช้เท้าเหยียบสายวัดไว้เพื่อดึงให้ตึง และได้ค่าที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งตามรูปความยาวขากางเกงของผมจะอยู่ที่ 37.5 นิ้ว

เมื่อเสร็จสิ้นทั้ง 5 ขั้นตอน ได้ค่าขนาดตัวแต่ละส่วนเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่ต้องทำคือนำค่าดังกล่าวไปเปรียบเทียบกับไซส์ของสูทที่ต้องการจะซื้อ ซึ่งถ้าหากไม่ใช่คนที่มีรูปร่างผิดไปจากมาตรฐาน ส่วนใหญ่ค่าที่ได้ก็จะพอดีกับไซส์ใดไซส์หนึ่ง

เช่นไซส์ L ของสูท Ready-to-Wear แบรนด์ xxxx มีความกว้างของอกอยู่ที่ 42 นิ้ว ไหล่ 19 นิ้ว ความยาวแขนเสื้อ 23 นิ้ว เอว 36 นิ้ว และความยาวกางเกง 37 นิ้ว ก็ดูว่าขนาดตัวที่เราวัดตัวเองมานั้นใกล้เคียงกับขนาดดังกล่าวหรือเปล่า

ถ้าเจอไซส์ที่ใช่แล้วขั้นต่อไปก็คือการกดสั่ง จ่ายเงิน และรอสินค้ามาส่งที่บ้านเป็นอันเสร็จสิ้น

การปรับแก้ที่สามารถทำได้

อย่างที่เน้นย้ำไปตั้งแต่ต้นว่าสูท Ready-to-Wear ไม่ใช่สูทที่ผลิตขึ้นมาเพื่อใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ และต่อให้เราจะวัดตัวอย่างแม่นยำแค่ไหนก็ยังมีโอกาสที่จะได้สูทที่ไม่พอดีตัวแบบเป๊ะๆ

แต่ผมเชื่อว่าหากทำตามขั้นตอนด้านบน รายละเอียดสำคัญต่างๆ ก็คงไม่ผิดเพี้ยนไปมาก อาจจะคลาดเคลื่อนไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งถ้าหากลองสวมใส่สูทที่สั่งออนไลน์มาแล้วยังไม่รู้สึกพอใจกับมัน 100% ก็สามารถให้ช่างทำการปรับแก้ หรือที่เรียกว่า Alterations ได้

หนึ่งในการปรับแก้ที่ง่ายที่สุดคือความยาวของแขนเสื้อและขากางเกง ดังนั้นต่อให้สูทที่สั่งมาจะไม่พอดีในจุดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตามการ Alterations ก็มีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะสูท Ready-to-Wear ที่ไม่ได้รับการตัดเย็บให้สามารถปรับแก้ได้ง่ายเหมือนสูท Bespoke ดังนั้นขั้นตอนการศึกษาและวัดตัวก่อนซื้อจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมาก

ถึงตรงนี้ผมเชื่อว่าบทความนี้น่าจะช่วยให้ใครที่กำลังลังเลในการซื้อสูท Ready-to-Wear มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น และน่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับการเลือกซื้อสูทในอนาคต

Related Stories

สูท Ready-To-Wear Bespoke
The Buyer’s Guide
ซื้อสูทผู้ชายแบรนด์ไหนดีที่สุด กับเคล็ดลับการเลือกซื้อสูท Ready-To-Wear ตามงบประมาณ
นอกจากจะซื้อความแน่นอนและเวลา ยังเป็นจุดบาลานซ์ระหว่างราคาและคุณภาพที่ดี
Read More
Arm Korakot Unphanit, W. MINISTRY Contributing Editor
The Buyer’s Guide
ใจเขาใจเรา เมื่อคนใส่สูทพยายามมองสูทในมุมของคนทำสูท
ที่เห็นช่างเอาสายวัดมาทาบตัวอย่างรวดเร็วและดูเหมือนทำง่ายๆ นั้น มีความหมายอะไรซ่อนอยู่ ช่างกำลังมองหาอะไร
Read More
Alain Delon as Tom Ripley in Purple Noon
The Buyer’s Guide
วิธีเลือกผ้าตัดสูทให้เหมาะกับโอกาสต่างๆ
ตั้งแต่สูทตัวแรก สูทงานแต่ง ไปจนถึงทักซิโด้สีงาช้างที่ใส่ในคืนหวานช่วงหน้าร้อน
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.