บทความโดย Korakot Unphanit, Contributing Editor, W. MINISTRY

 

Style

MEN’S STYLE, ELEGANCE AND MASCULINITY: สไตล์กับภาพจำของคำว่า “สุภาพบุรุษ” และ “การตัดสินความเป็นชาย”

2 February 2021

เป็นชายหรือไม่ แมนแค่ไหน อะไรขีดเส้นความสูงส่งหรือสง่างามของผู้ชาย ที่แน่ๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเสื้อผ้า

ระหว่างเลื่อนฟีดไอจีเพลินๆ ผมบังเอิญโดนยิงแอดจากบาร์ลับๆ (ลับตรงไหน) แห่งหนึ่ง ฟีดนั้นจั่วหัวตัวหราทำนองว่า Gentleman Club พร้อมโปสเตอร์ผู้ชายหนวดเกลี้ยงเกลา (แต่ยังเทาๆ เหมือนเพิ่งโกนมา) สวมสูทลาย windowpane สามชิ้น (ย้ำ สามชิ้นด้วยนะ) เชิ้ตขาวปกแข็งราวกับเพิ่งลงแป้งมาหมาดๆ ผูกไทเงาๆ  เต๊ะท่าไขว่ห้าง ในมือถือเนโกรนี พร้อมท่าทีเก้ๆ กังๆ เหมือนไปเช่าสูทมากระดกเหล้ามากกว่าที่จะใส่สูทนั้นไปทำงานจริงๆ และแค่บังเอิญเปรี้ยวปากอยากซดเหล้าให้ฉ่ำหัวใจที่บาร์ปากซอยก่อนเดินเข้าบ้าน

ตอนนั้นผมเอะใจ ทำไมคำว่า gentleman จึงมักผูกติดกับการใส่สูทผูกไท และไลฟ์สไตล์แบบนั่งในบาร์ สูบซิการ์เบาๆ (แล้วมักพ่วงมากับคำว่า elegance หรือ ‘ความสง่างาม’ ที่พูดกันติดปาก พูดกันอยู่นั่น) พอมาคิดๆ ดู นี่อาจเป็นเหมือน ‘ภาพจำ’ ที่ดูเข้าใจง่ายที่สุดสำหรับการตลาดก็เป็นได้ ไหนจะการที่สื่อกระแสหลักอย่างละครหลังข่าว ล้วนปั้นคาแรคเตอร์ของตัวละครคุณชายให้ปรากฏกายในชุดสูท (ช่วงที่ผมเป็นวัยรุ่น ที่พอจะเห็นภาพชัดเห็นจะเป็นบ้านทรายทองฉบับรีเมค หรือไม่ก็ซีรี่ย์สุภาพบุรุษจุฑาเทพ) ซึ่งเหล่าสุภาพบุรุษในสื่อมักมาพร้อมอุปนิสัยให้เกียรติคน (โดยเฉพาะกับผู้หญิง) วาจาอ่อนหวาน กิริยาอ่อนโยน แต่แมนทั้งแท่ง นอกจากนี้ เหล่าสุภาพบุรุษในละครล้วนมีชาติตระกูลที่ดูก็รู้ว่าเป็นชนชั้นนำ สมกับคำว่า gentleman ที่มาจากคำว่า gene (สายพันธุ์) บวก man มากกว่าที่จะมาจากคำว่า gentle บวก man แม้อย่างหลังจะสื่อความหมายที่บังเอิญเหมาะเจาะกับพฤติกรรมที่คาดหวังมากกว่าก็ตาม

เอาจริงๆ ตอนนี้คือผมค่อนข้างจะรู้สึก ‘แสลงใจ’ ต่อคำว่า gentleman หรือสุภาพบุรุษเป็นอย่างยิ่ง

ไม่รู้ครับ มันฟังดู ‘จั๊กจี้’ เพราะสิ่งที่ผมเห็นนั้นมักขัดกับสิ่งที่คาดหวัง มันเป็นความย้อนแย้งที่น่าขันและชวนเจ็บปวดเมื่อเห็นคนที่คิดว่าตัวเองเป็นสุภาพบุรุษเพียงเพราะเขารู้วิธีการแต่งกายให้เหมือนภาพจำที่คนทั่วไปเข้าใจว่า ‘สุภาพบุรุษต้องแต่งตัวแบบนี้’ แต่เขาคนเดียวกันนั้น กลับวิจารณ์การแต่งกายของคนอื่น และปฏิบัติตัวต่อผู้อื่นอย่างไร้เกียรติ โดยเฉพาะกับคนให้บริการตัวเล็กๆ ทั้งการกระทำและคำพูดล้วนส่อทัศนคติที่ชวนให้คิดว่าพวกเขาคงเชื่อว่าเงินซื้อทุกอย่างได้ แม้แต่เกียรติยศและศักดิ์ศรีของใครต่อใคร

ทำไมกันครับ คนเรามันไม่เท่ากันหรือไง?

Mickey Spillane ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนส์ Levi’s 501

กิริยาเท่านั้นที่จะส่อสกุล หาใช่การแต่งกายของคุณๆ

หรือการที่เกิดมามีสกุลรุนชาติ เกิดบนกองเงินกองทองและกินบุญเก่าที่บรรพบุรุษทำมา เพราะในทางกลับกัน ผมเจอบุรุษใส่เสื้อยืดขาวเก่าๆ แบบเซอร์สะอาด คอย้วยพองาม ยัดในลีวายส์ 501 สีเข้ม กับรองเท้าหนังดำแบบพี่บ่าวชาวใต้ นัยน์ตาเขา มองเข้าไปก็รู้ว่าเขาสู้คน เขาเอาจริง เขาดุดัน เข้มแข็ง แต่กลับไร้ความแข็งกร้าวในแววตาอย่างที่พวกท่าใหญ่เพื่อปิดบังความใจเสาะชอบทำกัน เพราะพี่บ่าวคนนี้กลับมองมาอย่างสันติ (แต่ดูก็รู้ว่าถ้าถึงเวลาเอาจริงในสนามชีวิต เขาเอาตาย) ไม่เห็นต้องชนไวน์ขวดเหยียบแสน เพียงเสียงสิงห์ขวดเล็กชนกันกริ๊ง วิธีการสนทนา การเป็นผู้ฟังที่ดี (และแอบมีอารมณ์ขันแบบไม่สัปดน) ไหนจะการแสดงความขอบคุณต่อบริกรนั้น ทำให้ผมรู้ทันทีครับว่า คนแบบนี้ต่างหากที่รู้วิธีเข้าสังคม เขาไม่เกิดมาหล่อ ไม่เกิดมารวย แต่โดนเลี้ยงดูมาอย่างผู้มีอารยะ

นี่ต่างหากคือบุรุษที่สุภาพและสง่างามสำหรับผม

ใส่สูทผูกไทไม่ได้บ่งบอกอะไรเกี่ยวกับความเป็นสุภาพบุรุษ และพอพูดถึงความเป็นสุภาพบุรุษก็ไม่จำเป็นต้องมีภาพจำเหมือนการใส่สูทผูกไท เพราะมันไม่เกี่ยวกันเลย ในทางกลับกัน ในหลายๆ สถานการณ์ การแต่งกายแนวอื่นๆ ก็ไม่ควรถูกจำกัดกรอบเพื่อบ่งชี้ถึงไลฟ์สไตล์ อุปนิสัย หรือแม้แต่การแสดงออกถึงเพศที่เป็นอยู่

เพราะอย่างที่เคยบอกไปครับ ใส่สูทไม่ได้หมายความว่าวันนี้คุณอยากเป็นสุภาพบุรุษ ใส่เวิร์คแวร์ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นช่าง ใส่ยีนส์มอมๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าทำงานใช้แรงงาน ใส่แจ็คเก็ตทหารก็ไม่ได้หมายความว่าเคยผ่านสมรภูมิมาก่อน แต่งสูทสไตล์ไอวีก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจบจากมหาวิทยาลัยสหรัฐฯ ระดับชั้นนำ การที่คนคนหนึ่งจะลุกขึ้นมาแต่งตัว (ไม่เหมือนกันในแต่ละวัน) นั้น ไม่ใช่ว่าเขาไร้จุดยืน แต่มันคือ ‘ความพอใจ’ ของเขาในตอนนั้น ในวงเล็บว่าความพอใจนั้นต้องถูกกาลเทศะ และให้เกียรติคนอื่นด้วย

เรื่องสไตล์ทำนองนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่พอเริ่มแตะประเด็นที่มีเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ลำบากใจครับ

เพราะเพศเป็นประเด็นที่พูดยาก ผมเชื่อว่าทุกเพศ (ไม่ใช่แค่หญิงหรือชาย) ล้วนเคยโดนตัดสินและต้องต่อสู่กับความเชื่อของสังคมมาแล้วทั้งนั้น

ขอพูดถึงเพศชายแล้วกัน เพราะผมเองสังกัดอยู่ในเพศนี้ อย่างผมเองก็เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีรสนิยมทางเพศคือชอบผู้หญิง และเคยโดนตัดสินหรือโดนวิจารณ์การแต่งกายจากผู้ชายที่มีความเชื่อเรื่องความเป็นชายที่ต่างจากผมมาก่อน

แล้วความเป็นชายคืออะไร หรือความเป็นชาย ควรเป็นอย่างไร?

เรื่องนี้พูดกันไม่รู้จบครับ ถ้าอยากลงลึก แค่เสิร์ชคำว่า ‘นิยามความเป็นชาย’ คุณจะได้อ่านบทความจากผู้เชี่ยวชาญที่ศึกษาเรื่องเพศในบริบทสังคมไทยจริงๆ ซึ่งมีเยอะมาก ผมเองจึงเป็นเพียงนักเขียนเรื่องสไตล์คนหนึ่งที่ขอออกตัวเลยว่าไม่ได้มีความรู้มากขนาดที่จะอ้างอิงทฤษฎีทางมนุษยศาสตร์หรือประวัติศาสตร์เพื่อมาฟันธงในเรื่องรสนิยมความแมน และความเชื่อเรื่องความเป็นชายหรือเพศอื่นๆ บทความนี้จึงเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นจากประสบการณ์จริงเท่านั้น หากเห็นต่าง รบกวนแสดงความคิดเห็นกันเข้ามาอย่างสุภาพชน เพื่อเผยแพร่ความรู้และร่วมกันสร้างบรรยากาศของการตื่นรู้ เปิดประเด็นเพื่อถกกันในสังคมต่อไป

Prince ศิลปินอเมริกันยุค ’80s-’90s หนึ่งในสไตล์ไอคอนที่ชื่นชอบการใส่เสื้อผ้าแนว Gender Neutral

ต่อครับ ผมยังจำครั้งแรกที่ตัดสินใจหยิบยีนส์ขาวมาใส่ได้เลย สัก 5 ปีมาแล้ว ผมตื่นเต้นจนรักแร้เปียก ระหว่างกลั้นใจเดินก็แอบใช้หางตาชำเลืองเงาตัวเองที่สะท้อนขาขาวๆ อยู่บนรถทุกหัวมุมถนน และแน่นอน เพื่อนแซวยับ แซวไปในทำนองที่ว่า กางเกงไร ใส่แล้วดูไม่แมนเลย

พูดตรงๆ ผมไม่ขำนะ และไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมคนเราถึงใจแคบกันได้ขนาดนั้น พอใจเย็นแล้วลองมองอีกที โอเคครับ อาจไม่ใช่เพราะใจแคบหรอก แต่มันอาจเป็นเพราะการแต่งตัวแบบนี้ไปขัดกับความเชื่อในเรื่องความเป็นชาย (และดันไปตรงกับภาพจำในความเป็น LGBTQ ที่เขารู้มา) ความแมนที่เขารู้จักคือผู้ชายนั้น ‘ไม่แต่งตัว’ แค่เสื้อยืด กางเกงสักตัว (ที่เห็นแล้วผมก็สงสัยนะว่าเขาไม่เห็นเหรอว่ามันทั้งใหญ่ ทั้งขากอง และไม่พอดีกับตัวเขาเลย) และผ้าใบหรือแตะสักคู่ ถ้าผู้ชายแบบเขา จะแต่งตัว มันต้องยีนส์สีครามเซอร์ๆ หรือแค่เสื้อเชิ้ต (ที่ยังใหญ่ไปสองไซส์อยู่ดี) นั่นก็หรูแล้ว จะมาใส่แจ็คเก็ตเทเลอร์ ยีนส์ขาว รองเท้าหนัง เซ็ตผมเผ้าเกลี้ยงๆ แบบหนุ่มดอกไม้สไตล์เกาหลีได้ไง แบบนั้นมันไม่แมน

แต่ความเชื่อแบบนั้น มันก็หลายสิบปีมาแล้วครับ และผมหวังว่าผู้ชายยุคนี้คงไม่มีใครตัดสินความเป็นชายจากค่านิยมแค่รูปแบบนั้นแบบเดียว ผมว่ามันออกจะเป็นความเชื่อที่ล้าหลังด้วยซ้ำหากยังมีคนตัดสินว่าเป็นชายหรือไม่ หรือแมนแค่ไหน จากการแต่งกายที่ต่างไปจากสิ่งที่เขาเชื่อกัน และเอาเข้าจริงๆ ยุคนี้ การหยิบเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับของผู้หญิงหรือเพศใดๆ ก็ตามมาใส่ ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป อย่างน้อยก็ในสายตาผม

ผมเองหยิบเสื้อเชิ้ตคุณแม่มาใส่อย่างภูมิใจ

แม้ใครๆ (ในระยะแรก) จะบอกกันว่า ยิ่งใส่กับยีนส์ขาวยิ่งดูสาวมาก ในบางวันที่นึกทะลึ่งหน่อย ผมแอบเปิดตู้เสื้อผ้าแฟนสาว หยิบเสื้อเชิ้ตลายดอกไม้กุ๊นขาวแบบสาวหวานมาใส่ หยิบแจ็คเก็ต french workwear สีกรมอมม่วงที่เก่าซีดแล้วมาคลุมทับไว้ เมื่อผ้าพริ้วไหวในลวดลายอย่างสตรีมาชนกับความสมบุกสมบันของแจ็คเก็ตกรรมกร และแน่นอน ความดิบเถื่อนของหนวดเคราที่วันนั้นลืมโกนช่วยเสริมให้ลุคนี้ดูเซ็กซี่รำไร (คิดไปเอง)

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณผู้ชายลองท้าทายตัวเองด้วยการเปิดใจให้กับเสื้อผ้าในทรงหรือลวดลายที่เคยขัดกับความเชื่อเรื่องความเป็นชายดูสิครับ ซึ่งตอนนี้ (จริงๆ คือหลายปีแล้ว) หลายๆ แบรนด์ดังต่างสร้างคอลเลคชั่นโดยลบเส้นแบ่งของเพศออกไป ซึ่งก็เริ่มสอดคล้องกับทัศนคติของคนยุคโซเชียลมีเดียที่เห็นโลกและความหลากหลายได้แค่ปลายนิ้วสัมผัส และเห็นมาแล้วนับไม่ถ้วน คุณไม่จำเป็นต้องไปสุดโต่งขนาดหยิบเดรสหรือส้นสูงมาใส่ก็ได้ครับ (แต่ถ้าอยากทำ มันเป็นสิทธิ์ของคุณ) แค่อยากให้ลองพาตัวเองออกจากความเชื่อเก่าบ้าง (ถ้าคุณได้เห็นสไตล์การแต่งกายของคนที่เชื่อใน genderless จริงๆ คุณจะพบเลยครับว่า แค่ใส่เสื้อเชิ้ตผู้หญิงหรือสูทเอวคอดอย่างสตรีนั้น ธรรมดามาก)  เพราะความเป็นชาย หญิง หรือ LGBTQ นั้นคือความหลากหลายที่ทำให้สไตล์มีเสน่ห์ และไม่ควรมีเพศใดถูกจำกัดกรอบหรือตัดสินด้วยค่านิยม ภาพจำ หรือความเชื่อเพียงหนึ่งเดียว

ที่ยกเรื่องภาพจำสุภาพบุรุษ ค่านิยมในการตัดสินความเป็นชาย และเพศขึ้นมาพูดนี้ ไม่ใช่อะไรหรอกครับ ผมรู้สึกว่า ในหลายๆ มิติ ประเด็นเหล่านี้สะท้อนเรื่องเดียวกัน นั่นคือการไม่ด่วนตัดสินใคร และการยอมรับความหลากหลายของคน

ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะทำอย่างที่เขาพอใจตราบใดที่ไม่ผิดกาลเทศะ และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ในทางกลับกัน ราคาของการมีสิทธิ์เลือกทำอย่างที่พอใจนั้น ย่อมตามมาด้วยคำวิพากษ์วิจารณ์จากคนที่เห็นต่าง

แสดงความคิดเห็นกันได้ครับ แต่ก่อนทำ นึกถึงใจเขาใจเรากันหน่อย เพราะสำหรับผมแล้ว ทั้งเคยเป็นผู้วิจารณ์และโดนวิจารณ์ เราอาจมีเจตนาพูดถึงแค่เสื้อผ้า แต่หารู้ไม่ว่า เสื้อผ้าที่เขาเลือกใส่ สไตล์ที่เขาเลือกสวม ตัวตนที่เขาเลือกเป็นนั้นมันเป็นมากกว่าแค่เสื้อผ้า แต่คือความเป็นมนุษย์

ความสนุกปากจากการพูดว่า ใส่แล้วไม่แมนเลย จึงไม่ใช่แค่การวิจารณ์เสื้อผ้า

แต่มันยังบ่งบอกถึงทัศนคติที่ผู้พูดมีต่อความเป็นชายหรือเพศอื่นๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้

เปิดใจเถอะครับ ความเป็นชายไม่ได้มีแบบเดียว จะสง่างามหรือไม่ ไม่ได้วัดกันที่การแต่งกาย และหัดมองความหลากหลายให้เป็นเรื่องสนุก

เมื่อเพศเริ่มลื่นไหล สไตล์จะรื่นรมณ์ สังคมจะอุดมด้วยความเข้าใจ และจะมีอะไรงามสง่าไปมากกว่านี้

Related Stories

Etiquette & Culture
CUSTOMER ETIQUETTE: สบตา ขอบคุณ ทักทาย และอีกหลายมารยาทต่อคนเล็กๆ ที่เราอาจไม่เจอกันอีกเลยในชีวิตนี้
พฤติกรรมพึงปฏิบัติในฐานะผู้รับบริการ ทบทวน 9 ข้อที่เราต่างรู้จักแต่มักละเลย
Read More
Arm Korakot Unphanit, W. MINISTRY Contributing Editor
The Buyer’s Guide
A TAILORING THEORY: ใจเขาใจเรา เมื่อคนใส่สูทพยายามมองสูทในมุมของคนทำสูท
ที่เห็นช่างเอาสายวัดมาทาบตัวอย่างรวดเร็วและดูเหมือนทำง่ายๆ นั้น มีความหมายอะไรซ่อนอยู่ ช่างกำลังมองหาอะไร
Read More
1970 Gucci Horsebit Loafers
The Style Guide
GUCCI HORSEBIT LOAFERS: โลฟเฟอร์ ‘สำอางคลาสสิค’ ของคนรักสไตล์ แต่ไม่ทิ้งลายแฟชั่น
แม้ Gucci ทุกวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสีสันและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่า Horsebit ยังคงเป็นตัวแทนแห่งภูมิปัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.