The Inspirations

OUR STYLE RESOLUTIONS FOR 2020

บทความโดย กองบรรณาธิการ W. MINISTRY

The Inspirations

OUR STYLE RESOLUTIONS FOR 2020

8 January 2020

ต้อนรับทศวรรษใหม่ด้วยปณิธานด้านสไตล์ที่เข้มข้นกว่าเดิม

ช่วงต้นปีแบบนี้ การตั้งปณิธานชีวิตตลอด 12 เดือนข้างหน้าเป็นเหมือนธรรมเนียมที่หลายคนมักจะทำกัน ไม่ว่าจะเป็นความตั้งใจในการดูแลสุขภาพให้ดีกว่าเก่า แผนการท่องเที่ยวในที่ใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยไปมาก่อน หรือแม้กระทั่งการสานต่อโปรเจคและกิจกรรมต่างๆ ที่พยายามจะทำมาตลอดแต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที

ที่ W. MINISTRY เราเองก็มีปณิธานปีใหม่เช่นเดียวกันกับหลายๆ คน หนึ่งในนั้นคือ ‘การตั้งเป้าในด้านสไตล์ที่ดีกว่าเดิม’ เพราะสำหรับเรา การพิชิตด่านชีวิตแต่ละด่านเริ่มมาจากความใส่ใจในเรื่องง่ายๆ อย่างเสื้อผ้าหน้าผมที่จะช่วยส่งเสริมบุคลิกภาพและช่วยบรรลุภารกิจที่จะต้องทำตลอดทั้งปี



Nath Suriyachantananont
Editor-In-Chief

"เหนือสิ่งอื่นใดในการแต่งตัว คือเรื่องของจังหวะและสัดส่วนที่สอดรับกับสรีระและรสนิยมความชอบ แน่นอนว่าการซื้อของตาม 'ลิสต์ของต้องมีในครอบครองสำหรับผู้ชาย' มันเป็นอะไรที่ใช้เงินแก้ปัญหาได้ แต่เมื่อลองกลับมาดูว่าเสื้อผ้าทั้งหมดนั้นมันทำงานด้วยกันอย่างสามัคคีขนาดไหน ปรากฏว่าคำตอบที่ได้กลับไม่น่าพอใจนัก และอยากให้คุณผู้อ่านได้ลองถามคำถามนี้กับตนเองครั้งต่อไปที่ยืนอยู่หน้ากระจก

การที่ปีนี้อายุย่างเข้า 31 ไม่ได้หมายความแค่การเลือกซื้อเลือกใส่เสื้อผ้าที่คงทน สวยนาน แต่มันคือการประมวลประสบการณ์ที่มากับความผิดพลาดและการเรียนรู้ เพราะที่อยู่ควบคู่กับคุณภาพของสินค้าคือระยะเวลาที่มันอยู่รับใช้เรา

ทึกทักดูว่าสัดส่วนเราไม่เปลี่ยนอย่างน่าตกใจ ก็ได้เวลาให้ความสำคัญกับสัดส่วนและจังหวะของเสื้อผ้าอย่างจริงจัง ไม่มีรายละเอียดไหนที่ละเอียดเกินไป ความกว้างของไหล่สูท การทิ้งตัวของเนื้อผ้า ความสูงของเอวกางเกง ความงุ้มของปลายรองเท้า ทุกโค้งทุกเหลี่ยมมุมสัมพันธ์กันหมด ไม่เพียงแค่ต้องทำงานด้วยกัน แต่ต้องทำงานกับรูปร่างของเราอย่างเหมาะสม ต่อไปนี้คือการมองภาพใหญ่ที่ได้จากดีเทลที่หมกมุ่นมานานหลายปี"




 

Vasawat Supa-Amornkul
Managing Director

"การที่เราค้นพบสไตล์ที่เป็นตัวเราแล้วนั้นย่อมเป็นสิ่งที่ดี แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นเหมือนดาบสองคมเช่นกัน เพราะสิ่งที่ตามมาคือการเกิดขึ้นของ 'Safe Zone' ของเราเอง ซึ่งทำให้มีความกล้าน้อยลงที่จะทดลองการแต่งกายสไตล์ใหม่ๆ

ในปี 2020 นี้ เราเองมีความตั้งใจที่จะลองสไตล์ลิ่งในแบบใหม่ๆ ที่อาจจะเป็นสไตล์ที่ไม่เคยลองมาก่อน แน่นอนว่าไม่ใช่การพยายามจะเป็นสิ่งที่ตัวเองไม่ได้เป็นหรือลอกเลียนแบบสไตล์ของคนอื่น แต่เป็นการเอาสิ่งที่แปลกใหม่มาปรับให้เข้ากับสิ่งที่เราเป็น ประยุกต์ และสร้างสไตล์แบบใหม่ในแบบฉบับของตัวเราขึ้นมา"




 

Nanat Suchiva
Managing Editor

"ในแต่ละปีที่อายุเพิ่มขึ้น การแต่งตัวจะค่อยๆ ตกผลึกเป็นอะไรที่เรียบง่ายจนกลายเป็นคนที่ไม่สนใจการแสดงออกของแบรนด์และรูปแบบเสื้อผ้า แต่จะเน้นการใช้งานที่หลายโอกาส ความคงทน และสีสันที่เป็นกลางระหว่างตัวเองกับธรรมชาติเสียมากกว่า จะให้เรียกว่านับถือลัทธิ Zen หรือ Minimalism ก็คงไม่ผิด

แต่สำหรับปี 2020 ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีที่มีการเปลี่ยนไปในระดับ 'ทศวรรษ' สไตล์การแต่งตัวที่ผ่านมาก็ไม่ได้หวือหวาอะไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เลยไม่ต้องการปรับเปลี่ยนอะไรมากมาย จะมีก็แต่ 'เสื้อผ้าออกกำลังกาย' ที่อยากจะปฏิรูปตัวเองถึงขั้นที่ว่าอยากโละทิ้งเสื้อผ้าที่เคยใช้ออกไปให้หมด เพราะส่วนตัวนั้นเป็นคนที่คลั่งไคล้การออกกำลังเป็นชีวิตจิตใจ แต่น่าเสียดายที่ไม่เคยลงทุนซื้อเสื้อผ้าที่เหมาะกับการใช้งานเลย ทำให้ผลลัพธ์ออกมาในรูปของความไม่คล่องตัวกับประเภทของกีฬา กลิ่นของเนื้อผ้าที่ถูกชะโลมด้วยเหงื่อแล้วมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ อีกทั้งความไม่มั่นใจในรูปแบบของเสื้อผ้าที่ดูเหมือนว่าเป็นมือใหม่ในการออกกำลังเพราะชุดดูย้วยอย่างรับไม่ได้ (แม้ว่ามันจะใส่สบายก็ตามที) 

ตั้งใจว่าในปีนี้และปีต่อๆ ไปจะใส่ใจ ใช้เวลากับการเลือกซื้อเสื้อผ้าประเภท Sportswear ให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกางเกงขาสั้น เสื้อกล้าม หรือรองเท้ากีฬาที่เหมาะกับการเล่นกีฬาแต่ละประเภท ที่สำคัญจะต้องเป็นชุดกีฬาที่มีเทคโนโลยีป้องกันแบคทีเรียที่ดีเพื่อสุขภาพผิวหนังของตัวเองด้วย"




 

Garn Suriyachantananont
Content Director

"มองดูเสื้อผ้าที่ถูกแขวนไว้ในตู้ของตัวเองตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้วนึกขึ้นได้ว่าหลายชิ้นเพิ่งจะถูกใส่เพียงแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น ซ้ำร้ายบางชิ้นยังไม่เคยถูกหยิบออกมาใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ที่น่าหดหู่ที่สุดคือการที่เราไม่คิดที่จะกลับไปใส่เสื้อผ้าเหล่านั้นอีก เพราะเผลอแปปเดียวเริ่มรู้สึกว่ามันดู 'เชย' และดู 'เก่า' (นึกสภาพสเวตเตอร์ตัวใหม่ที่เริ่มเป็นขรุยตั้งแต่ยังไม่ได้ซัก) 

ที่ผ่านมานับว่าตัวเองเป็นมนุษย์ 'Fast Fashion' คนหนึ่ง ซื้อเพราะราคาที่สะดวกกระเป๋าสตางค์และยังช่วยให้แต่งตัวได้ไวตามเทรนด์ แต่พอกลับมาเปิดตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยไอเทมหลายสิบชิ้นที่เรายืนกรานปฏิเสธว่าจะไม่มีวันใส่เป็นอันขาดแล้วนั้น ซึ่งถ้ารวมเป็นเงินทั้งหมดที่เสียไปถือว่าไม่ใช่การใช้จ่ายที่ฉลาดเลย 

ปีนี้โตขึ้นอีกหนึ่งปีจึงตั้งใจว่าจะลงทุนกับเสื้อผ้าอย่างคุ้มค่ามากขึ้น ซื้อของที่อยู่กับเราได้นานมากขึ้น ซึ่ง 'นาน' ในที่นี้หมายถึงทั้งในเรื่องของคุณภาพและสไตล์ที่เหนือกาลเวลา อาจลงทุนกับเบลเซอร์ผ้าวูลสีพื้นดีๆ สักตัวสำหรับเวลาเข้าประชุมหรือร่วมงานที่เป็นทางการหน่อย เสื้อยืดสีขาวที่ใส่ไปได้ตลอดชาติ รวมถึงเครื่องประดับคุณภาพดีที่ไม่ว่ากี่ปีก็สามารถติดตัวเราไปได้ตลอด"




 

Nopphasit Varittinanont
Art Director

"อาจเป็นเพราะความเบื่อสไตล์การแต่งตัวของตัวเองในช่วงปีที่แล้ว เลยทำให้เน้นแต่งตัวติดสบายจนเกินไป ส่วนมากจะมีซิลลูเอทที่เรียบง่าย แค่เสื้อเชิ้ตทรงหลวมกับกางเกงขายาวทรงหลวม ด้วยสภาพอากาศบ้านเราที่ร้อนและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้ตัวเองไม่ได้อยากแต่งตัวเต็มเหมือนเมื่อก่อน

ในปี 2020 นี้ ตั้งใจไว้ว่าอยากจะกลับมาแต่งตัวให้เต็มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการประโคมเข้าไป แต่เป็นการเติมรสชาติให้กลับมาสนุกกับการแต่งตัวอีกครั้ง อยากจะรื้อวิชาการทำสไตลิ่งของตัวเองกลับมาลับคม เพื่อการแต่งตัวในปีนี้ของเรามันจะได้กลมกล่อมมากขึ้น เช่นกลับมาใส่เครื่องประดับให้มากขึ้น โดยเฉพาะผ้าพันคอ Bandana ลาย Paisley ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งลายที่ยังรักมากอยู่ ลวดลายหรือดีเทลแบบชนเผ่าหรืออายรธรรมต่างๆ และลายการ์ตูนที่มีการวาดแบบเรียบง่ายเพื่อให้ดูมีความสนุกซ่อนความกวนไว้นิดๆ นำมาใส่กับเสื้อผ้าสไตล์เวิร์คแวร์ที่ตัวเองชอบ จะตั้งใจแต่งตัวให้สนุกติดอารมณ์ขันให้มากขึ้น ไม่ว่าจะด้วยสีหรือลาย อย่างน้อยการที่เราแต่งตัวสนุกในวันนั้นจะทำให้เราอารมณ์ดีได้ทั้งวัน มันคือการใส่ทัศนคติที่ดีให้ตัวเราเอง"




 

Kasidet Maleehom
Features Editor

"ความมุ่งมั่นในเรื่องการแต่งตัวของตัวเองในปี 2020 นี้คือการใส่เนคไทให้บ่อยขึ้นไม่ว่าจะโอกาสใด ทั้งงานที่ต้องพบปะพูดคุยกับผู้คน งานทางการที่สำคัญ ไปจนถึงการเลี้ยงฉลองบรรยากาศสบายๆ สาเหตุที่ทำไมต้องเป็นเนคไทเพราะเป็นเครื่องแต่งกายที่ตัวเองคิดว่าจะให้เวลาและอยากทำความรู้จักกับมันให้มากขึ้น เพราะในปี 2019 ได้มีจังหวะชีวิตที่ต้องใส่สูทผูกไท พอได้สัมผัส ได้ลอง จากที่เคยคิดว่าเนคไทเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะกับตัวเองแถมเป็นการเพิ่มขั้นตอนในการแต่งตัวอีก กลายเป็นว่าจู่ๆ ก็รู้สึกชอบขึ้นมา

คิดว่าโมเมนต์ที่ทำให้หันมาสนใจจริงๆ คือ การหาหรือจับคู่เนคไทกับชุดที่เราสวมใส่ในแต่ละโอกาส รู้สึกสนุกกับมันเหมือนได้เล่นเกม ซึ่งก่อนหน้าได้ใช้งานมันน้อยมาก จึงขอใช้โอกาสปีใหม่นี้เป็นจุดสตาร์ท ซึ่งถ้ามีเนคไทแล้ว ไม่มีเบลเซอร์หรือแจ็คเก็ตทำนองสปอร์ตสวมทับเป็นเลเยอร์นอกก็คงดูแปลกตา เช่นเดียวกับพวก Outerwear ทั้งหลาย ผมคงจะหยิบจับนำมาสวมใส่ให้คล่องมือขึ้นเหมือนกับเนคไท เพราะสองสิ่งนี้เป็นเครื่องแต่งกายที่ต้องคิดถึงกันเสมอเมื่อเราจะแต่งตัวออกไปไหน"




 

Kantinan Srisan
Style Editor

"เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ค่อนข้างเคยชินกับความสบายของเหล่าเสื้อยึดที่แขวนเรียงรายอยู่เต็มตู้เสื้อผ้า จนหลงลืมความน่าสนใจของเสื้อผ้ารูปแบบอื่นๆ ไปสักนิด ปณิธานในปีนี้จึงเป็นเรื่องของการบังคับตัวเองให้ลองหยิบจับเสื้อผ้ารูปแบบอื่นๆ มาสวมใส่เสียบ้าง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตมากลวดลายที่ซื้อเก็บสะสมมาตลอดปี รวมไปถึงการลองลงทุนกับสิ่งที่เคยคิด (ในอดีต) ว่าดูค่อนข้างมีอายุและไม่น่าสนใจเสียเท่าไหร่อย่างเสื้อโปโลคุณภาพดีดูสักครั้ง เพื่อค้นหาสไตล์ที่แตกต่างไปจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้อีกสิ่งหนึ่งที่คิดว่าจะลองเปลี่ยนแปลงคือเรื่องของประเภทรองเท้าที่สวมใส่ เนื่องจากเป็นคนที่ใส่รองเท้าหนังมาตลอดหลายปีนับแต่เริ่มหันมาสนใจในการแต่งกายเสมือนเป็นหนึ่งใน 'Comfort Zone' ด้านสไตล์ รวมถึงรู้สึกอยู่เสมอว่ารองเท้าสนีกเกอร์หรือผ้าใบนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเหมาะสมกับตัวเองและรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจขณะสวมใส่เสียเท่าไหร่ มีอยู่บ่อยครั้งที่นึกครึ้มใจอยากจะหยิบผ้าใบสีขาวในตู้ออกมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้งแต่ก็ไม่เคยทำอย่างเป็นจริงเป็นจังเสียที ในปีนี้จึงจะพยายามออกนอกจุดปลอดภัยของตัวเองและเล่นสนุกกับสนีกเกอร์ให้มากขึ้น

แน่นอนว่าการทดลองที่คาดการณ์ในครั้งนี้ก็จะยังคงคอนเซ็ปต์เรื่องโทนสีและการใช้งานที่คุ้มค่าเป็นสำคัญ จะไม่พยายามสวมใส่โทนสีที่หวือหวาหรือมีความเป็นแฟชั่นมากเกินไป เพื่อให้ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถอยู่ร่วมเดินทางไปกับเราได้อย่างยาวนาน"




 

Apisorn Iamsriraksa
Staff Writer

"อย่างที่เขาบอกกันว่า 'Good shoes take you to good places' ปีนี้สิ่งที่อยากจะหันมาให้ความสำคัญเป็นพิเศษจึงย้อนกลับมาสู่ไอเทมชิ้นเบสิคที่ในอดีตเคยมองข้ามไปอย่างรองเท้า เรื่องของเรื่องคือ เราเป็นคนที่ประสบกับปัญหารองเท้ากัดแทบทุกคู่ ต้องเลือกระหว่างทนเจ็บเดินกะเผลกแต่ดูดี หรือสบายเท้าแต่ต้องหงุดหงิดสายตาอยู่หลายครั้ง เมื่อสู้ไม่ไหว สุดท้ายก็มาจบกับอะไรที่ใส่สบายแต่ไม่ได้ไปกันได้ดีกับการแต่งตัวในส่วนอื่นๆ 

นอกจากนี้มันก็เป็นเรื่องของ ‘บุคลิก’ ด้วย พอใส่รองเท้าสวยๆ ท่าเดินมันก็จะดูไม่ดีเพราะต้องทนเจ็บ หรือพอใส่รองเท้าสบายๆ บางทีมันก็กลายเป็นไม่ถูกกาลเทศะไป ปีนี้เลยอยากจะกลับมาให้ความสำคัญและลงทุนกับส่วนนี้ให้มากขึ้น ตั้งใจหาอะไรที่ทั้ง ‘ใส่สบาย’ ‘หน้าตาดี’ และ ‘เข้าได้กับทุกลุค’ อย่างจริงๆ จังๆ เสียที ในลิสต์ที่มีก็คงหนีไม่พ้นโลเฟอร์หนังกลับดีๆ สักคู่ สนีกเกอร์ที่พร้อมจะไปกับเราได้ทุกที่ และสำหรับผู้หญิงแล้วที่ขาดไม่ได้เลยก็คงจะเป็นรองเท้าส้นสูงที่ช่วยเสริมบุคลิกท่วงท่าการเดินให้ดูสง่าขึ้น เพราะแม้รองเท้าจะไม่ได้เป็นชิ้นที่โดดเด่นจนใครเห็นก็ต้องทักอย่างเสื้อผ้าท่อนบน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นส่วนสำคัญที่จะคอมพลีทให้ลุคของเราออกมาสมบูรณ์แบบได้"

Related Stories

The Buyer’s Guide

OUR CURATED NEW YEAR GIFT GUIDE 2020

เลือกสรรของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับคุณและคนพิเศษ เพื่อส่งท้ายปี 2019 อย่างสมบูรณ์แบบ

Read

The Style Guide

HOW TO DRESS FOR WORK IN 2020

อาชีพใหม่ๆ ในปี 2020 กับไอเดียการแต่งกายที่มากกว่าแค่เสื้อเชิ้ตและกางเกงสแล็ค

Read

The Read

BECOME YOUR OWN ICON

ถ้าสไตล์เกิดมาจากเสื้อผ้าที่สวมใส่อย่างเดียว
ทั้งโลกคงเหมือนหุ่นที่แต่งตัวตามแม่พิมพ์เดียวกันไปหมด

Read

0Shares
preloader