PHUMM, Bag, Luggage, Waxed Canvas

The Buyer’s Guide

PHUMM แบรนด์กระเป๋ากับคราฟส์แมนชิพจากยุคสงครามโลก นำเสนอเสน่ห์แห่งโลกเก่าที่ไม่เคยตกยุค

16 June 2021

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

มรดกทางสไตล์ที่ผ่านกาลเวลานับศตวรรษ แต่ยังคงเสน่ห์อย่างไม่เสื่อมคลาย

สงครามเมนส์แวร์บ้านเราไม่ต่างอะไรไปจาก “Red Ocean” หรือ “มหาสมุทรสีแดง” ที่แต่ละแบรนด์ต่างต้องพยายามอย่างเต็มที่ในการสร้างสรรค์เอกลักษณ์เฉพาะตัว คาแรคเตอร์ที่ชัดเจน เพื่อที่จะตอบคำถามของผู้บริโภคให้ได้ว่า “ทำไมต้องซื้อแบรนด์นี้” 

PHUMM คือหนึ่งในแบรนด์ที่สร้างจุดยืนของตัวเองในสงครามได้อย่างยอดเยี่ยม ระยะเวลากว่า 5 ปีที่แบรนด์เติบโตขึ้นเรื่อยๆ อย่างมั่นคงคือข้อพิสูจน์ที่ชัดเจน

คุณเบน ทศพล พุ่มเจริญ ผู้ก่อตั้งได้ใช้มรดกจากยุคสงครามโลก ผสมผสานเข้ากับแพชชั่นที่มีอย่างเต็มเปี่ยม กลายเป็นผลลัพธ์แห่งสไตล์ที่ทั้งเก๋าและมีเสน่ห์อย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งในวันนี้ W.Ministry จะไปพูดคุยกับเขากัน


ย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้ว คือช่วงเวลาที่แบรนด์ PHUMM หรือที่ออกเสียงง่ายๆ แบบฉบับไทยว่า “ภูมิ” ซึ่งเป็นการนำนามสกุล “พุ่มเจริญ” ของคุณเบนมากร่อนคำให้กระชับ ติดหู และสื่อถึงภูมิปัญญาคนไทยได้ถือกำเนิดขึ้น ด้วยแนวคิดเรียบง่าย ไม่หวือหวา ทว่ามีประสิทธิภาพ

“แบรนด์ PHUMM เริ่มต้นเมื่อประมาณ 5 ปีที่แล้วครับ จริงๆ ก่อนหน้านั้นตัวผมทำโรงงานผลิต OEM ให้กับแบรนด์อื่น สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นกระเป๋าผู้หญิง SME  แต่จริงๆ แล้วเราถนัดเกี่ยวกับไอเท็มผู้ชายมากกว่า ก็เลยเริ่มลงมือทำแบรนด์ของตัวเอง โดยสินค้าที่ผลิตจะเป็นสิ่งที่เราถนัดและมีแพชชั่นกับมัน” 

“ผมชื่นชอบกระเป๋าหนัง กระเป๋า Canvas อยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่จะเป็นของแบรนด์ต่างประเทศที่นำเข้ามาขาย แต่มันก็เกิดคำถามว่าทำไมราคามันถึงสูง มันอาจจะมีค่าภาษีบวกกับกำไรของแต่ละร้านที่นำเข้ามาขาย ซึ่งเราคิดว่าดูจากวัสดุและวิธีการทำ เราเองก็น่าจะทำได้เหมือนกัน ในราคาที่ถูกกว่า มันเลยเป็นตัวจุดประกายในการเริ่มต้นผลิตออกมาในสไตล์ของเรา” คุณเบนเล่าถึงจุดเริ่มต้น ก่อนที่ทุกคนจะได้รู้จักกับ PHUMM ในภายหลัง

เมื่อมีแพชชั่นที่อยากจะทำแล้ว แน่นอนว่าไม่เพียงพอ การจะสร้างแบรนด์ให้อยู่รอดได้ในสงครามเมนส์แวร์จำเป็นต้องมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน อย่างไรก็ตามเมื่อมีความชื่นชอบ คำตอบของคำถามนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก 

เอกลักษณ์ของ PHUMM นับตั้งแต่วันแรกที่เริ่มผลิตคือการใช้ Waxed Canvas เป็นวัสดุหลัก 

“Waxed Canvas คือการเอาขี้ผึ้งเคลือบลงบนผ้าเพื่อไม่ให้น้ำซึมผ่านได้ มันจะทำให้ผ้าแข็งแรงมากขึ้น กันน้ำได้ดีขึ้น และไม่เปื่อยยุ่ยง่าย”

“ส่วนประกอบหลักของ Waxed Canvas จริงๆ มันก็คือขี้ผึ้งนี่แหละครับ ซึ่งในการทำ Wax แต่ละแบรนด์ก็จะมีสูตรที่แตกต่างกันไป อย่างของผมก็ใช้ขี้ผึ้งเป็นหลัก ผสมกับน้ำมันสกัดจากพืช”

“ตามประวัติศาสตร์มันเริ่มจากยุคสมัยที่ชาวประมงยังใช้เรือใบในการแล่นออกไปหาปลา พวกเขาจะใช้ Wax มาเคลือบบนผ้าใบเรือ เพื่อไม่ให้ลมผ่านผ้าไปได้ เรือก็จะสามารถแล่นได้เร็วขึ้น จากนั้นก็เป็นในยุคสงครามโลก แต่ทหารที่นิยมนำ Wax มาเคลือบบนเต๊นท์ อุปกรณ์ รวมถึงชุดเครื่องแบบ เพื่อให้ทนทานต่อสภาพอากาศได้ดียิ่งขึ้น”

“แต่ยุคหลังที่เทคโนโลยีพัฒนาขึ้น ความนิยมของการใช้ Wax ธรรมชาติมาเคลือบบนผิวผ้าก็ลดลง เพราะ Wax เป็นวัสดุธรรมชาติ มันก็จะมีสีเหลืองของขี้ผึ้งรวมอยู่ด้วย เวลาเอามาเคลือบบนผ้า สีผ้ามันก็จะเปลี่ยน จากผ้าขาวก็อาจทำให้เหลือง จากผ้าเขียวก็อาจเป็นเขียวอมเหลือง”

PHUMM, Bag, Luggage, Waxed Canvas
ทหารในยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เสื้อผ้ามีการเคลือบด้วย Waxed Canvas

ถึงแม้การเคลือบ Wax จะเป็นกรรมวิธีแบบโบราณที่ผ่านกาลเวลามานับศตวรรษ และมีข้อเสียที่เทคโนโลยียุคใหม่สามารถเอาชนะได้ แต่คุณเบนกลับมองมุมกลับด้วยเลนส์ของผู้ชื่นชอบความวินเทจ เขาคิดว่า Waxed Canvas มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีอะไรทดแทนได้

“จริงๆ ผมชอบอะไรที่มันเป็น D.I.Y อยู่แล้วครับ และ Waxed Canvas มันก็เป็นเทคนิคแฮนด์เมดในอดีต ซึ่งในตลาดบ้านเราแทบจะยังไม่มีใครทำเลย สว่นใหญ่จะเป็นแบรนด์อเมริกา ยุโรป ผมก็เลยลองเอามาพัฒนาดู สร้างสรรค์จุดเด่นในการเคลือบ Wax ลงบนผ้า ให้มีสไตล์ในแบบที่ยังไม่มีแบรนด์ไหนทำ”

“ถามว่า Waxed Canvas ดีกว่าการใช้เคมีหรือว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่ไหม ก็คงไม่ได้ดีกว่า แต่ว่าเสน่ห์ของมันคือด้วยความที่เป็นวัสดุจากธรรมชาติ เมื่อใช้ไปนานๆ ลายผ้ามันก็จะเปลี่ยน คล้ายกับการเฟดของกางเกงยีนส์ ตรงไหนที่มันเสียดสีบ่อยๆ ก็จะเกิดเป็นรอยเฉพาะตัว”

“อาจจะเหมือนหนังแท้ที่เราใช้ไปเรื่อยๆ ก็จะเกิดเป็นรอย มีความยับ มีความฉ่ำ กลายเป็นว่ายิ่งเก่ายิ่งสวย”

“เสน่ห์อีกอย่างคือหากใช้ไปสัก 2-3 ปี Wax ที่เคลือบก็จะเสื่อมลงไป แต่ความสนุกคือเราสามารถเติม Wax ลงไปเคลือบใหม่ด้วยตัวเองได้ ง่ายๆ แค่ทาและเป่ามันด้วยลมร้อน”

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไม PHUMM ถึงเลือกใช้ Waxed Canvas เป็นพระเอกในสินค้าของพวกเขา อย่างไรก็ตามนอกจากวัสดุแล้ว ในส่วนของการดีไซน์ คุณเบนก็ยังบรรจงใส่ความถนัดและแพชชั่นของเขาลงไปอย่างเต็มเปี่ยม 

“ผมถนัดในการทำงานหนังมาก่อน เพราะว่าก่อนหน้านี้จะทำพวกหนังแท้ หนังวัวล้วนๆ เลย ครับ คราวนี้พอมาทำแบรนด์ของตัวเองผมก็อยากดีไซน์ให้มีการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง Canvas กับหนังแท้ ไม่อยากเสียคาแรคเตอร์ของหนังไป”

“ผมมองว่าคาแรคเตอร์ของแบรนด์ PHUMM เป็นผู้ชายวัยทำงานที่ชื่นชอบในการแต่งตัว มีความวินเทจนิดๆ และมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย บางคนอาจจะชอบการขี่มอเตอร์ไซค์ หรือบางคนอาจจะใส่สูทผูกไทด์ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็สามารถใช้งานกระเป๋าของ PHUMM ได้”

“สิ่งเหล่านี้สะท้อนลงบนดีไซน์ของสินค้า ที่ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในรูปแบบไหนก็ครอบคลุมผู้บริโภคแทบทั้งหมด”

จุดเริ่มต้นของ PHUMM คือกระเป๋า และเมื่อมันประสบความสำเร็จ คุณเบนก็ต่อยอดไปยังสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหมวก, รองเท้า, ซาฟารีแจ็คเก็ต ซึ่งทุกชิ้นยังคงเอกลักษณ์ในแบบของ PHUMM ไว้อย่างชัดเจน

“ซาฟารีแจ็คเก็ตจุดเด่นของมันคือสวมใส่สบาย โดยเฉพาะในสภาพอากาศร้อนแบบบ้านเรา เนื่องจากซาฟารีแจ็คเก็ตมีเนื้อผ้าที่ไม่หนาหรือบางจนเกินไป และมีกระเป๋าค่อนข้างเยอะ ตอบโจทย์ฟังก์ชั่นการใช้งาน ไม่ว่าจะใส่เที่ยวหรือทำงาน ผมเลยเลือกที่จะทำซาฟารีแจ็คเก็ตออกมาก่อน ในอนาคตอาจจะมีแจ็คเก็ตแบบอื่นออกมาอีก”

อีกหนึ่งจุดเด่นของ PHUMM ที่คุณเบนภูมิใจที่จะนำเสนอคือการเป็นแบรนด์ไทยแท้ แต่มีคุณภาพไม่แพ้แบรนด์ระดับโลก

“ตอนนี้สินค้าของเราใช้ช่างคนไทยทำทั้งหมด จริงอยู่ที่อาจมีการนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศบ้าง แต่เทคนิคการเคลือบผ้า การออกแบบ ตัดเย็บ เราทำเองหมด ทุกขั้นตอนที่เราทำในไทย โดยช่างคนไทย แต่ผมคิดว่าสามารถเทียบกับคุณภาพของต่างประเทศได้ นี่คืออีกหนึ่งจุดขายของแบรนด์เรา”

ก่อนที่การพูดคุยครั้งนี้จะสิ้นสุดลง คุณเบนได้กล่าวทิ้งท้ายออกมาอย่างน่าสนใจว่า

“ณ ตอนนี้ยังอยากโฟกัสที่เรื่องเครื่องแต่งกายก่อนครับ สินค้าหลักของแบรนด์คือกระเป๋า แต่ว่าในอนาคตอันใกล้อาจจะมีไอเท็มอื่นที่เป็นเสื้อผ้าเพิ่มเข้ามา และในระยะยาวอาจจะมีการตั้งร้านค้าที่เป็นออฟไลน์เพิ่มขึ้น นอกจากนั้นอาจมีคาเฟ่ด้วยครับ”

สำหรับใครที่อ่านมาถึงตรงนี้และรู้สึกสนใจในเสน่ห์แห่ง Waxed Canvas ของแบรนด์ PHUMM สามารถสั่งซื้อสินค้าของแบรนด์ได้ที่ร้านค้าของ W.Ministry ที่ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Belt Bag ที่เน้นความคล่องตัวในการใช้งาน กระเป๋าทำงานแบบ Tote Bag, หรือ Messenger Bag, ออกเดินทางท่องเที่ยวด้วยกระเป๋า Backpack ก็มีทั้งหมด ตอบโจทย์การทุกรูปแบบการใช้งาน 

Related Stories

กางเกงชิโน่ สีกากี
The Buyer’s Guide
กางเกงชิโน่ สีกากี จากตำนานเครื่องแบบทหารล่องหนกลางทะเลทรายสู่ไอเทมคู่ใจชาว Ivy League
ไอเทมสามัญประจำตู้เสื้อผ้า ที่สวมใส่สบาย คลาสสิกและร่วมสมัยในเวลาเดียวกัน
Read More
Fashion from Friends, Chandler
Style
หลายฉากหลากชุดจาก Friends ซิทคอมสุดคลาสสิค กับแฟชั่นโมเมนต์สุดฮาที่ทำให้คิดถึงเสื้อผ้า 90s
รอดหรือไม่ให้คนดูตัดสิน รวมจังหวะยิงมุกการแต่งตัวของ โจอี้ แชนด์เลอร์ รอส ที่ให้ผู้ชมมากกว่าแค่เสียงหัวเราะ
Read More
The Style Guide
เห็นแค่สีอย่าเพิ่งด่วนสรุป ชม 4 ลุคสไตล์ ’70s กับ One-Piece Collar Shirt ทรงพลิ้วสัมผัสสบายจาก Wardrobe Ministry
ทำความคุ้นเคยกับเสื้อเชิ้ตที่เกิดมาเพื่อเฉิดฉาย เปิดพื้นที่ให้สองสีใหม่ ด้วยสไตล์ไกด์การใส่เชิ้ตผ้าซาตินฉบับนี้
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.