สูท Ready-To-Wear Bespoke

The Buyer’s Guide

ซื้อสูทผู้ชายแบรนด์ไหนดีที่สุด กับเคล็ดลับการเลือกซื้อสูท Ready-To-Wear ตามงบประมาณ

26 March 2021

บทความโดย Kasidet Maleehom, Features Editor, W. MINISTRY

ภาพประกอบโดย Chanyanee Larbaram, Visual Designer, W. MINISTRY

นอกจากจะซื้อความแน่นอนและเวลา ยังเป็นจุดบาลานซ์ระหว่างราคาและคุณภาพที่ดี

Ready-To-Wear (RTW) ฟังเผินๆอาจจะดูเหมือนคำสมัยใหม่แต่จริงแล้วคำนี้ได้ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่ 200 ปีก่อนโดย Brooks Brothers ยักษ์ใหญ่ที่ตั้งตนเป็นผู้ผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่รับใช้อเมริกันชนมาหลายยุคสมัยและได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเสื้อผ้าอย่างที่ไม่มีใครเคยคิดมาก่อนจนกลายมาเป็นที่ทางของโลกเสื้อผ้าสมัยใหม่แม้ปัจจุบัน Brooks Brothers ได้กลายเป็นยักษ์หลับไปแล้วแต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าสิ่งที่พวกเขานั้นได้สร้างขึ้นไว้คือ ‘มรดกอันยิ่งใหญ่แห่งเมนส์แวร์’


สูท Bespoke ไม่ใช่ทุกสิ่งในยุคนี้

เราอยู่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีของเครื่องจักรมีความแม่นยำในการตัดเย็บและสามารถผลิตออกมาได้ในครั้งละปริมาณมากในเวลาอันสั้นและองค์ความรู้เรื่องการตัดเย็บก็ถูกสะสมเข้ามาเรื่อย ๆ เราจึงไม่จำเป็นเสมอไปที่จะต้องเดินเข้าร้านเทเลอร์ที่ไหน ตัดสูท Bespoke เพื่อที่จะได้ซื้อสูทผู้ชายที่เราเชื่ออย่างสนิทใจว่านั่นคือดีที่สุดแล้ว ท้ายสุดมันกลับไปสู่ที่แพทเทิร์นของสูทตัวนั้น ๆ ว่ามันเหมาะกับเราไหม ซึ่งเราไม่มีทางรู้แน่และไม่มีทางรู้ได้หากไม่เกิดการลองผิดลองถูกก่อน ฉะนั้นการจะใช้คำว่า Bespoke เคลมไปหมดซะทีเดียวนั้นเห็นว่าเป็นเรื่องที่มีแต่จะสร้างความเข้าใจผิดกันไปใหญ่

แล้วอะไรทำให้สูท Ready-To-Wear ถึงไม่ได้เลวร้ายเสมอไป (อย่างที่เขาว่า) 

เนื่องจากเป็นเสื้อผ้าที่ถูกผลิตในครั้งละปริมาณมากก็ต้องมีการคาดการณ์ถึงความต้องการของตลาดล่วงหน้าซึ่งเป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องคิดถึง ว่าผ้าแบบไหนที่ดีจะเหมาะสมและคุ้มค่าต่อการผลิตสูทผู้ชาย ซึ่งต้นทุนการซื้อขายที่มันออกมาแน่นอนว่าถูกกว่า Bespoke อยู่หลายขุม ส่วนหน้าที่ต่อมาของผู้บริโภคอย่างเราคือตามล่าหาแบรนด์ที่เราศรัทธาในชิ้นงาน ตัดเย็บดี ซึ่งบทความนี้เรามีลายแทงมาให้ แน่นอนมันจะคุ้มกว่า Bespoke ในหลาย ๆ ที่อีกด้วยซ้ำไป

สูท RTW ที่เราจะพูดถึงต่อไปนี้เป็นตัวเลือกที่ดีในหัวข้อความคุ้มเงินและคุ้มค่า เพราะทั้งเฮ้าส์และแบรนด์ที่คัดเลือกมานั้นล้วนจริงจังในการทำสูท แต่แน่นอนสูทราคา 20,000 บาท กับ 200,000 บาท มันต่างกัน แต่ที่เราจะมาหาคำตอบกันวันนี้คือ ความคุ้มทั้งเรื่องคุณภาพและความรู้สึกในแต่ละขั้นบันไดของงบประมาณที่เราตั้งไว้ ซึ่งจะแบ่งเป็น ไม่เกิน 10,000 บาท, 50,000 บาท, ไม่เกิน 80,000 บาท และไม่เกิน 150,000 บาท  

แต่ก็อย่าเพิ่งดีใจไปสูท Ready-To-Wear ก็มีข้อเสียอย่างเห็นได้ชัด 

เพราะเรื่องแพทเทิร์นเป็นสิ่งที่พูดยาก แต่ละคนอาจจะถูกชะตากันคนละแบรนด์ ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์นี้ตัดเย็บเนี้ยบ ฝีมือดีมาก แต่แพทเทิร์นไม่เข้ากับตัวเรา ก็จำเป็นต้องบอกลากันไป 

สูท RTW ต้องใช้เวลาพอสมควรถึงจะเจอที่ใช่ แต่ถ้าใครเจอเร็วนั้นก็ถือว่าโชคดี สมมติว่าชายไทยบางคนสรีระไม่ได้ใหญ่โตอะไร อาจจะเข้าได้ดีกับ Boglioli ที่มาจากฝั่งอิตาลี มากกว่า Ralph Lauren หรือถ้าชายไทยที่ตัวสูงใหญ่สักหน่อย ทรงอเมริกันอย่าง Brooks Brothers อาจจะเหมาะมากกว่าฝั่งญี่ปุ่นอย่าง United Arrows หรือคนที่หุ่นเพรียวสูง 180 เซนติเมตรขึ้นไป คนพวกนี้ก็อาจจะเกิดมาคู่กับ Tom Ford จะสังเกตว่าทำไมผมถึงใช้คำว่า ‘อาจจะ’ เพราะเรื่องพรรค์นี้เราทำอย่างมากได้เพียงคาดการณ์ ต้องลองเท่านั้นจึงจะได้รู้

อีกมุมหนึ่งสำหรับสูท Bespoke แพทเทิร์นคือตัวเรา แต่สไตล์เป็นสิ่งที่ร้านกำหนด ที่มองแล้วจะรู้เลยว่ามาจากร้านนี้ร้านนั้น ซึ่งเป็นสไตล์ที่ถูกปรับเข้ากับแต่ละคนแล้ว ตรงนี้เป็นจุดที่ RTW ทำไม่ได้ เพราะมันละเอียดอ่อนกว่ามากทีเดียว

แต่สุดท้ายเราต้องการจะบอกว่าไม่ว่าจะ Ready-To-Wear, Made-To-Measure และ Bespoke มันไม่มีอะไรดีเด่ไปกว่ากันเลยจริง ๆ การตัดเย็บที่ดีมากและลงรายละเอียดที่มากกว่าอย่าง Bespoke จะไม่เกิดผลใด ๆ เลยถ้าสุดท้ายผลที่ออกมานั้นมันไม่ตรงจริตของเรา ซึ่งเราทำอะไรไม่ได้แล้ว แต่ RTW มันให้เราตรงนี้ เพราะถ้าใส่ไม่ได้ แพทเทิร์นไม่ถึง สไตล์ไม่ทัช ก็แค่เดินออกจากร้าน มันตัดความเสี่ยงในเรื่องตรงนั้นไป ฉะนั้นสูท Ready-To-Wear นอกจากจะซื้อเวลาและความแน่นอน ยังเป็นจุดบาลานซ์ระหว่างราคาและคุณภาพที่ดี

หนึ่งในเรื่องกังวลใจของใครหลายคนที่จะคิดอยู่ตลอดว่า ‘แมชชีนเวิร์คหรือจะสู้แฮนด์เวิร์ค’ เราขอบอกตรงนี้ว่าแมชชีนเวิร์คเป็นเรื่องที่รับได้ ไม่ได้แย่อะไร และอีกอย่างแฮนด์เวิร์คมันเป็นเรื่องของความรู้สึกมากกว่า มันมีความเป็นมนุษย์อยู่ในนั้น ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีงามแต่มันก็ไม่ใช่ประเด็นอะไรที่จะมาคาดหวังในงาน Ready-To-Wear เพราะมันมีจุดอื่นที่น่าสนใจกว่า เช่น วิธีการทำปก วิธีการดำน้ำตามแนวปกสูท กระดุมที่ใช้ ผ้าที่ใช้ สำคัญสุดก็กลับไปที่แพทเทิร์นว่าแพทเทิร์นนี้เข้ากับคุณหรือเปล่า อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ “ถ้าแบรนด์นี้ไม่เข้ากับคุณ ก็จำเป็นจะต้องลืมมันไปเลย”


เคล็ดลับเลือกซื้อสูทผู้ชายแบรนด์ไหนดีในงบประมาณที่ใช่

ก่อนจะลงไปในราคาแต่ละขั้น ขอทำความเข้าใจก่อนว่าบางแบรนด์ที่เราจัดอยู่ในงบประมาณแต่ละขั้นนั้น บางแบรนด์อาจจะมีสูทที่ราคาสูงกว่าในงบประมาณที่เราจัดไว้ เช่น Boglioli เราจัดอยู่ในงบประมาณไม่เกิน 50,000 บาท แต่ทางแบรนด์อาจจะมีสูทที่ราคาสูงกว่า 50,000 บาท ได้ เพราะราคาผกผันตามทั้งเนื้อผ้าและวัสดุ แพทเทิร์น ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคอลเลคชั่น

ซื้อสูทผู้ชายที่ไหนดี UNDER 10,000 BAHT
UNDER 10,000 BAHT

ตามที่เราได้บอกไปว่า สูท RTW ที่ดี ในราคาต่ำกว่า 10,000 บาทไม่มีอยู่จริงไม่ว่าจะซื้อที่ไหนก็ตาม ซึ่งจริง ๆ ก็มีข้อยกเว้นอยู่ ก็คือ ‘สูทมือสอง’ หรือสูทจำพวก New Old Stock ในอีเบย์และร้านในอินสตาแกรม ที่เห็นบ่อย ๆ ก็จะเป็น The Passion’s Key เป็นต้น

การที่เราแนะนำให้หันมาหาสูทมือสอง ไม่ใช่เพราะสูทแบรนด์ดีไซเนอร์ในห้างบ้านเราที่ราคาสูงกว่านี้ทำออกมาไม่ดี เพียงแต่ว่าตามคอนเซ็ปต์ที่เรายึดถือในบทความนี้คือความคุ้มค่าทั้งเงินและคุณภาพ ซึ่งสูทมือสองจะต่างเสื้อยืดมือสอง ทั้งการดูแลรักษาและการใช้งานที่ดีคงไม่มีใครที่ไหนจับสูทที่ซื้อมาโยนลงเครื่องซักผ้า ฉะนั้นเรื่องสภาพวางใจได้เลย 

สำหรับใครที่เพิ่งเริ่มและอยากจะศึกษารายละเอียดแพทเทิร์นที่เหมาะและสไตล์ที่ชอบ หรือใครที่มีงบประมาณจำกัด ทางเลือกนี้คือทางออกที่ดีที่สุดของการหาสูท RTW ที่ดี ซึ่งในราคา 5,000-10,000 บาท เป็นค่าครูที่ไม่น่าเกลียดสำหรับทำความรู้จักสูทอย่างจริงจัง ที่มีการตัดเย็บที่ดี ในช่วงราคานี้เราจะแนะนำแบรนด์ญี่ปุ่นซะเป็นส่วนใหญ่ เพราะงานพวกนี้การันตีความจริงจังขั้นสุด ที่จะมีทั้งรากจากสูทอเมริกันและอิตาเลียนตามสไตล์แต่ละเจ้า สิ่งที่อยากจะฝากไว้สุดท้ายก็คือ แน่นอนการหาของที่ดีที่สุดในงบประมาณเท่านี้ คุณอาจจะต้องพยายามหามากกว่าปกติสักเล็กน้อย

แบรนด์ที่แนะนำ – Vintage Polo Ralph Lauren, Brooks Brothers, Ring Jacket, Tomorrowland และ United Arrows

ซื้อสูทผู้ชายที่ไหนดี UNDER 50,000 BAHT
UNDER 50,000 BAHT

สเต็ปต่อมาหลังจากที่เข้าใจรายละเอียดของสูท ในราคานี้จะเป็นขั้นบันไดที่จะเห็นความจริงจังและความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด 

ถ้าในไทยเราขอเอ่ยถึงคอลเลคชั่นระหว่าง Casa Del Sarto และ The Decorum ที่อยู่งบประมาณไม่เกิน 40,000 บาทเท่านั้น ที่สำคัญได้ลองและได้ของเลย ตามคอนเซ็ปต์ RTW จริง ๆ หรือถ้ายังไม่ถูกใจ Boglioli ก็เป็นอีกเจ้าที่ทำงานเทเลอร์ได้สนุกและตาแหลมมากในเรื่องผ้าและวัสดุ ซึ่งในงบประมาณนี้ก็ยังพอเลือกหาได้อยู่ในออนไลน์รีเทลเลอร์อย่าง MR PORTER หรือแบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสมาแรงน่าจับตามองอย่าง Husbands ก็คือคุณค่าที่เหมาะสมที่เราอยากนำเสนอเช่นกันในงบประมาณนี้ และ Drake’s ผู้เก่งกาจเรื่องสูทผ้าฝ้ายก็เป็นอีกตัวเลือกที่เรารักมาตลอด ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นจะจัดอยู่ในสูทสไตล์แบบร่วมสมัยที่เราสามารถพกไว้หยิบมาใส่ได้เรื่อย ๆ 

ราคาที่จ่ายเพิ่มขึ้นแลกกับการที่คุณไม่ต้องไปงมเข็มในมหาสมุทร สิ่งที่คุณจะได้เพิ่มเติมคือความแน่นอนและมันก็เหมือนเป็นการเสพตัวตนของแบรนด์นั้น ๆ ด้วย แต่ถ้าอยากงมในอีเบย์ต่อในราคานี้ก็ได้เหมือนกัน แต่เราว่าความเสี่ยงมันสูงไปหน่อย 

แบรนด์ที่แนะนำ – Casa Del Sarto x The Decorum, Drake’s, Boglioli, Husbands และทางเลือกเสริมที่น่าสนใจ Camoshita แบรนด์ของ Yasuto Kamoshita สไตล์ไอคอนชาวญี่ปุ่น

ซื้อสูทผู้ชายที่ไหนดี UNDER 80,000 BAHT
UNDER 80,000 BAHT

ในงบประมาณนี้เราต้องเลือกกันอย่างเข้มข้นขึ้นและคาดหวังในเนื้องานที่แน่นขึ้น รายละเอียดหนักขึ้น ที่สำคัญสามารถเริ่มคาดหวังงานแฮนด์เวิร์คล้วน ๆ ได้ ซึ่งมาจากแบรนด์ที่ชำนาญเรื่องเทเลอร์โดยเฉพาะ ที่ทำสูทได้จริงจังไม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบและสไตล์จะคลาสสิกขึ้นด้วย 

สารภาพเลยว่าในราคานี้คัดเลือกแบรนด์มาแนะนำยากที่สุด เพราะมีหลายผู้เล่นที่อยู่ในตลาดระดับนี้ที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลยที่เดียว แต่หากว่าตามคอนเซ็ปต์ความคุ้มที่เรายึดถือมากันตั้งแต่ต้นบทความ

No Man Walks Alone เป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่เราอยากให้คุณเดินทางไป ที่คุณจะเจอกับสูท RTW น่าสนใจมากมายหลายแบรนด์ แต่ที่เห็นจะเข้าตาเราคือสองเฮ้าส์จากอิตาลีได้แก่ Sartoria Carrara เฮ้าส์จากฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทัสคานี คัตติ้งจะมีรากจากผสมทัสคานระหว่างฟลอเรนทีนแบบดั้งเดิม และ Sartoria Formosa เฮ้าส์จากเมืองเนเปิ้ลที่เพิ่งขยายมาทำ RTW เมื่อไม่นาน แต่คุณภาพเทียบเท่า Bespoke หากพูดถึงสไตล์นีอาโปลีตาน ขอนำเสนอ Ring Jacket แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่นหัวใจอิตาลี ที่มีปณิธานตั้งใจจะทำสูท RTW ให้ดีที่สุดในโลก แต่หากความเป็นอังกฤษนั้นได้สถิตอยู่ใจคุณแล้วละก็ Kingsman คอลเลคชั่นพิเศษจาก MR PORTER ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์เรื่อง The King’s Man และ Edward Sexton แบรนด์จาก Savile Row ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในผู้ชำนาญและเชี่ยวชาญมากที่สุดในโลกแห่งเทเลอร์ ทั้งสองแบรนด์นี้เป็นสิ่งที่เราอยากให้คุณพิจารณา 

แบรนด์ที่แนะนำ – Sartoria Carrara, Sartoria Formosa, Kingsman, Ring Jacket และ Edward Sexton

ซื้อสูทผู้ชายที่ไหนดี UNDER 150,000 BAHT
UNDER 150,000 BAHT

ที่งบประมาณ 150,000 บาท ทำไมถึงไม่ตัด Bespoke ไปเลย เราคิดว่าคงเกิดคำถามนี้ในใจใครหลายคน เราขอยกกรณีของ Purple Label จาก Ralph Lauren มาอธิบายน่าจะชัดเจนที่สุด 

เพราะด้วยงบประมาณนี้กับสูท RTW ถือว่าค่อนข้างสูงมาก แต่บางคนก็ยอมเพราะเรื่องของ ‘สไตล์’ และเหนืออื่นใดคือเรื่องอารมณ์และความรู้สึก คือคุณไม่สามารถเอาสูท Purple Label หรือ Zegna ไปบอกช่าง Bespoke ที่เก่งมาก ๆ ว่าผมอยากได้สูทแบบนี้อีกสักตัว เพราะให้ตายอย่างไรก็ไม่มีทางเหมือนกัน คล้ายกับเป็นรสชาติต้นตำรับที่ใครพยายามจะแกะสูตรอย่างไรก็ไม่มีทางเทียบได้ แต่ในท้ายที่สุดถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ยกมือว่าไม่อินกับความรู้สึกนี้ Bespoke ก็เป็นที่รับรองอันเหมาะสมสำหรับในงบประมาณระดับนี้

กลับมาที่คอนเซ็ปต์เดิมของเรา เรื่องความคุ้มค่า สำหรับผู้เข้ารอบในรุ่นเฮฟวี่เวทจับมือขึ้นมาสองแบรนด์ได้แก่ ฝ่ายน้ำเงิน Liverano & Liverano เฮ้าส์เก่าแก่ในฟากฝั่งสไตล์ฟลอเรนทีน ซึ่งจะเป็นคัตที่มาสคิวลีนและเน้นความสง่า เป็นหนึ่งในเทเลอร์ Bespoke ที่เก่งกาจที่สุดในโลกและนำเสนอความเป็นอิตาเลียนอย่างแท้จริง มาที่ฝ่ายแดง Orazio Luciano สำนักดังแห่งสไตล์นีอาโปลีตานกับคัตที่เบาสบายกว่า ตามคำนิยาม Soft-Tailoring ซึ่งพวกเขามีความเชื่อว่าการตัดเย็บที่ดีนั้นจะอยู่เหนือกาลเวลา หากท่านใดสนใจสัมผัสความประณีตและมาตรฐานชั้นสูงของงานเทเลอร์จากอิตาลีคู่นี้สามารถเข้าไปชมที่ THE SOMCHAI ได้เลย นอกจากคู่นี้ที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้แล้ว Ralph Lauren Purple Label และ Brunello Cucinelli ก็สมควรที่จะถูกยกมาพูดถึง แม้ในงบประมาณ 150,000 บาท จะได้เพียงแค่สูทบางชุดเท่านั้น อย่าง Brunello Cucinelli ต้องยอมรับในเรื่องของสไตล์คัตติ้งกับการเลือกผ้าที่ยากจะหาใครเทียบ และ Purple Label ในส่วนของคอลเลคชั่น Handmade ที่อุทิศไว้เพื่อผู้ที่คู่ควรจริง ๆ  

แบรนด์ที่แนะนำ – Liverano & Liverano และ Orazio Luciano และมีทางเลือกเสริมได้แก่ Ralph Lauren Purple Label และ Brunello Cucinelli บางตัว

สรุปการเลือกซื้อสูทผู้ชาย RTW แบรนด์ไหนที่ตอบโจทย์ที่สุด

ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะสรุปว่าแบรนด์ใดทำออกมาได้ดีกว่าผู้เล่นอื่นในตลาด เพราะสำหรับการเลือกซื้อสูทผู้ชายแบบ Ready-To-Wear ถ้าในช่วงราคาตั้งแต่ 50,000 บาท 80,000 บาท และ 150,000 บาทขึ้นไป ส่วนใหญ่แล้วจะมีการผลิตเนื้องานที่ค่อนข้างปราณีตและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งถึงแม้ว่าหลายๆ แบรนด์จะใช้วิธีเย็บสูทด้วยเครื่องจักร แต่ก็ยังมีความบรรจงในการร้อยด้ายไม่แพ้ฝีมือมนุษย์ ในขณะที่สูทผู้ชายที่มีราคาซื้อขายต่ำกว่า 10,000 บาทนั้น ถ้าตามท้องตลาดคงหายากกันสักหน่อย เรียกว่าแทบจะไม่มีเลยก็ว่าได้ ยกเว้นมือสองสภาพดีที่หาซื้อได้ตามเว็บไซต์ออนไลน์ต่างๆ ซึ่งเราเชื่อว่าคุ้มค่าคุ้มราคากว่าสูทมือหนึ่งในราคาเดียวกันแน่นอน

Related Stories

Arm Korakot Unphanit, W. MINISTRY Contributing Editor
The Buyer’s Guide
ใจเขาใจเรา เมื่อคนใส่สูทพยายามมองสูทในมุมของคนทำสูท
ที่เห็นช่างเอาสายวัดมาทาบตัวอย่างรวดเร็วและดูเหมือนทำง่ายๆ นั้น มีความหมายอะไรซ่อนอยู่ ช่างกำลังมองหาอะไร
Read More
Mitr Chaibancha, Saman Amel
The Style Guide
สนุกอย่างมีสไตล์ สบายอย่างมีรสนิยม บทสรุปของสายเทเลอร์กับความเป็นไทย
น่าคิดว่ากระแสการแต่งกายแบบ sartorial ที่อยู่ๆ คนก็ลุกขึ้นมาใส่สูทผูกไท จะไปจบที่ตรงไหนในวิถีชีวิตแบบไทยๆ ทุกวันนี้
Read More
blue suit decorum
The Style Guide
HOW A SUIT SHOULD FIT, ACCORDING TO TAILORING EXPERTS (วิธีเลือกตัดสูทสำหรับผู้ชายโดยกูรูด้านคลาสสิคเมนส์แวร์)
สองกูรูด้านคลาสสิคเมนส์แวร์ของเรา จะมาตอบอีกหนึ่งคำถามที่ใครก็ต้องเคยเผชิญทุกครั้งที่ตัดสูท
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.