Bjorn Borg

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

The Style Guide

Tennis’ Most Fashionable Men: ‘70s-‘90s ทศวรรษที่สไตล์บนคอร์ทเทนนิสจัดจ้านที่สุด

13 January 2021

เมื่อเรื่องสไตล์ดุเดือดไม่แพ้การหวดแร็คเก็ต

*บทความนี้กล่าวถึงสไตล์ของนักเทนนิสชายเป็นหลัก เนื่องจากความเชี่ยวชาญของผู้เขียน

ย้อนกลับไปในช่วงปลายทศวรรษที่ ‘90s ทุกครั้งที่มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันเทนนิสระดับโลก ผมในวัยประถมศึกษามักจะมาเกาะขอบหน้าจอรอชมอย่างใจจดใจจ่อเสมอ เนื่องจากฐานะทางบ้านที่ไม่ได้ร่ำรวย การมีคอมพิวเตอร์ไว้เล่นที่บ้านเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ จึงเป็นฝันที่ไกลเกินเอื้อม  โทรทัศน์ขนาด 29 นิ้วกลางกลางห้องนั่งเล่นจึงเป็นความบันเทิงเพียงอย่างเดียวที่หาได้

ทำไมต้องเป็นเทนนิส?

อาจจะเพราะผมยังเด็กเกินไป ในตอนนั้นจึงยังไม่สามารถเข้าใจกฎกติกาของกีฬาฟุตบอลที่พ่อมักจะเปิดดูอยู่เสมอ เทนนิสที่มีเพียงคน 2 คนตีโต้ลูกกันไปมาจึงเป็นอะไรที่ตอบโจทย์มากกว่า (ถึงแม้ในตอนนั้นจะสงสัยอยู่เสมอว่าทำไมต้องนับแต้มเป็น 15,30,40 ก็ตาม)

นอกจากความง่ายในการบริโภคแล้ว เรื่องของ “สไตล์” บนคอร์ทก็ถูกใจผมในวัยประถมอย่างมาก เครื่องแต่งกายของนักเทนนิสทั้งสง่างามและเท่ในเวลาเดียวกัน ก่อนที่ในภายหลังเมื่อเติบโตขึ้น ก็ได้ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม และพบว่า ‘70s-’90s คือยุคที่สไตล์บนคอร์ทจัดจ้านที่สุด

บทความนี้จะเป็นการนั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลากลับสู่ทศวรรษที่ 70s-90s และสำรวจว่าสไตล์บนคอร์ทในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นอย่างไร 


ยุคแห่งสีขาว

ถึงแม้จะมีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่ามีกีฬาที่มีรูปแบบคล้ายคลึงกับเทนนิสถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในโลกตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16 ทว่า “เทนนิสสมัยใหม่” ซึ่งเป็นกีฬาประเภทเดียวกับที่ทุกคนรู้จักในปัจจุบันต้องรอหลังจากนั้นกว่า 400 ปี คือในช่วงศตวรรษที่ 19 ณ ประเทศอังกฤษ ในยุคสมัยวิคตอเรีย 

ด้วยภาพลักษณ์และปัจจัยหลายอย่างอาจทำให้เทนนิสถูกมองเป็นกีฬาของกลุ่มคนชนชั้นสูงในสังคม ที่มีความมั่งคั่งเงินทอง แต่ในความเป็นจริงก่อนจะเข้าสู่ปี 1890 เทนนิสก็ไม่ต่างจากกีฬาอื่นๆ ที่ทุกคนเข้าถึงได้ 

รองเท้ากีฬาส่วนใหญ่ในช่วงปี 1800 จนถึงต้นทศวรรษ 1900 เป็นรองเท้าประเภท Plimsol ทำมาจากผ้าใบและยางวัลคาไนซ์ซึ่งเป็นยางที่ได้รับการปรับปรุงทางเคมีซึ่งทำให้วัสดุมีความเสถียรและทนความร้อนได้ดีขึ้น โดยวัสดุนี้ถูกคิดค้นขึ้นครั้งแรกโดย ชาร์ล กู๊ดเยียร์ (ใช่ เขาคือคนเดียวกับผู้ก่อตั้งแบรนด์ยางรถยนต์ระดับโลก) ก่อนที่ภายหลังจะมีการนำไปใช้โดย บริษัท อื่น ๆ อีกมากมายรวมถึง Keds และ Converse

ส่วนไอเท็มชิ้นอื่นๆ ก็จะเป็นกางเกงขาสั้นทรงบอลลูน คู่กับเสื้อที่ไม่มีการจำกัดไว้ตายตัว ทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าวสไตล์บนคอร์ทจึงมีความหลากหลายอย่างมาก 

จนกระทั่งเข้าสู่ยุควิคตอเรีย….

René Lacoste, Fred Perry

ยุควิคตอเรียเดินทางมาถึงพร้อมกับความนิยมกีฬาเทนนิสที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงของประเทศอังกฤษ  แน่นอนว่าเหล่า “ผู้ดี” มักมาพร้อมกับแนวคิดอนุรักษ์นิยม และมันก็ส่งผลต่อแฟชั่นบนคอร์ทเทนนิสอย่างชัดเจน ทำให้หลังจากปี 1890 เป็นต้นมา เทนนิสกลายเป็นยุคแห่ง “สีขาว” การที่วิมเบิลดัน หนึ่งในรายการเทนนิสระดับแกรนด์แสลมออกกฎกำหนดเรื่องการแต่งกายที่ต้องเป็นสีขาวเท่านั้นในปีเดียวกันคือข้อพิสูจน์อย่างชัดเจน สีขาวคือสีที่สื่อถึงความหรูหรา ดังนั้นภาพคุ้นตาของเหล่านักเทนนิสชายในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 คือกางเกงสักหลาดสีขาวและเสื้อเชิ้ตสีขาว

เมื่อเข้าสู่ปี 1920 แฟชั่นในวงการเทนนิสชายได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง และบุคคลผู้มีอิทธิพลสำคัญยิ่งคือ บิล ทิลเดน นักเทนนิสอันดับต้นๆ ของโลกในช่วงเวลาดังกล่าว โดย บิล รู้สึกว่าชุดที่นักเทนนิสยุคนั้นสวมใส่อยู่ไม่มีความคล่องตัวเอาเสียเลย เขาจึงเป็นคนแรกที่ละทิ้งการแต่งกายแบบไพรเมอร์เพื่อให้เหมาะกับความคล่องตัวในการเล่น

บิล เปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อสเวตเตอร์คอวีสีขาวและกางเกงขายาวผ้าสักหลาด ก่อนที่ผู้เล่นคนอื่นๆ จะหันมาสวมใส่ตามเป็นจำนวนมาก ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของเทนนิสที่ดูหรูหรามีความแคชชวล และเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม

ผ่านไป 1 ทศวรรษ กางเกงขายาวผ้าสักหลาดที่เหมือนจะเข้าท่า แต่ เฮนรี่ ออสติน นักเทนนิสชาวอังกฤษกลับรู้สึกว่ามันยังไม่คล่องตัวในการเล่นมากพอ เขาจึงเปลี่ยนมาสวมใส่กางเกงขาสั้นเข้าแข่งขันในวิมเบิลดันปี 1932 และมันก็ไปนำไปสู่การปฏิวัติแฟชั่นบนคอร์ทไปตลอดกาล

เมื่อพูดถึงแฟช้่นในโลกแห่งเทนนิส ยังมีบุรุษอีก 2 คนที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้เลยคือ เรเน่ ลาคอสต์ และ เฟรด เพอร์รี่…ใช่พวกเขาคือคนเดียวกับผู้ก่อตั้ง Lacoste กับ Fred Perry แบรนด์เสื้อผ้าระดับโลกที่ทุกคนรู้จัก

เรเน่ ลาคอสต์ เจ้าของฉายา The Crocodile เขาคือนักเทนนิสชาวฝรั่งเศสผู้หลงใหลในการประดิษฐ์และสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ดังนั้นนอกจากแร็กเก็ตเหล็กอันแรกของโลกแล้ว ในเรื่องเสื้อผ้าของนักเทนนิสเขาเองก็มีอิทธิพลไม่น้อย 

ลาคอสต์ รู้สึกว่าเสื้อสเวตเตอร์คอวีที่ บิล ทิลเดน หยิบมาใส่และได้รับความนิยมไปทั่ววงการนั้นระบายอากาศได้ไม่ดีพอ เขาความมุ่งมั่นที่จะค้นหาตัวเลือกที่เบากว่า ระบายอากาศได้ดี และยืดหยุ่นได้มากขึ้น ในขณะที่ยังคงรักษาความสง่างามตามที่ต้องการ 

เขาเริ่มต้นด้วยการตัดแขนเสื้อออกจากเสื้อเชิ้ตปกติ จากนั้นก็มีการคิดค้นผ้าฝ้ายปิเก้ซึ่งเป็นวัสดุที่เบาและระบายอากาศได้ดี ก่อนที่ในปี 1933 เสื้อเชิ้ตผ้าคอตตอนทรงโปโลที่ ลาคอสต์ สร้างสรรค์ขึ้นก็เริ่มได้รับความนิยมในวงการเทนนิส และกลายเป็นพิมพ์เขียวแฟชั่นให้กับนักเทนนิสชายไปอีกหลายทศวรรษ

เมื่อ ลาคอสต์ แขวนแร็คเก็ต และหันไปเอาดีด้านแฟชั่นเต็มตัว ก็ถึงยุคสมัยของ เฟรด เพอร์รี่…

René Lacoste, Fred Perry

ลาคอสต์ กับ เฟรด แทบไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลย ในขณะที่ The Crocodile เป็นคนเก็บตัวเงียบ ๆ จากพื้นเพชนครอบครัวชั้นกลาง เฟรด เติบโตมาในชนชั้นแรงงาน และเป็นคนชอบเข้าสังคม แต่สิ่งเดียวที่ทั้งคู่มีเหมือนกันคือหัวใจที่รักในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ 

หลังจากที่เสื้อเชิ้ตผ้าคอตตอนทรงโปโลของ ลาคอสต์ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายนานหลายทศวรรษ เฟรด ก็ได้ผลิตสิ่งที่คล้ายคลึงกันออกมา เพียงแต่มีการปรับปรุงทรงเสื้อให้เหมาะกับการเล่นเทนนิสมากยิ่งขึ้นไปอีก

ครั้งหนึ่ง ลาคอสต์ กับ เฟรด เพอร์รี่ เคยมานั่งสัมภาษณ์คู่กัน และชายชาวฝรั่งเศสได้กล่าวชื่นชม เฟรด ว่า 

“ผมคือผู้ประดิษฐ์ แต่คุณคือคนที่ทำให้มันได้รับการยอมรับมากขึ้น”

“ถ้าอย่างนั้นเราก็คือนักปฏิวัติแห่งวงการใช่ไหม?” คำตอบกลับของ เฟรด 

นอกจากนั้น เฟรด เพอร์รี่ ยังเป็นผู้คิดค้นสายรัดข้อมือผืนแรกของโลกอีกด้วย เนื่องจากเขารู้สึกมีปัญหามากๆ กับหยดเหงื่อที่ไหลอาบข้อมือระหว่างการแข่งขัน ส่งผลให้การจับแร็คเก็ตยากขึ้น ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1940 เขาได้ผูกมิตรกับ ทิมมี่ แวงเนอร์ อดีตนักฟุตบอลชาวออสเตรีย ก่อนที่ทั้งคู่จะช่วยกันประดิษฐ์สายรัดข้อมือสำหรับนักเทนนิสขึ้นมา และได้กลายเป็นไอเท็มที่นักเทนนิสทุกคนต้องมีติดตัวในภายหลัง


เมื่อสีสันถูกเติมแต่งลงบนคอร์ท

ถึงแม้วงการเทนนิสในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องสไตล์และแฟชั่นหลายต่อหลายครั้ง แต่หนึ่งสิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยคือสี คอร์ทเทนนิสส่วนใหญ่ยังถูกปกคลุมด้วยสีขาว จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายทศวรรษที่ 60

อาเธอร์ เอช นักเทนนิสชาวอเมริกันน่าจะเป็นบุคคลสำคัญอันดับต้นๆ ที่ต้องกล่าวชื่นชมในฐานะผู้นำสีสันเข้าสู่คอร์ทเทนนิส การแต่งกายของ เอช โดดเด่นด้วยการผสมผสานสีสันจัดจ้านลงบนเสื้อผ้าแข่งขันของตัวเอง ราวกับว่าเขาเป็นจอมขบถที่ไม่เกรงกลัวต่อจารีตโบราณ

ก่อนที่ในยุค ‘70s-’90s จะกลายเป็นยุคที่โลกเทนนิสเปี่ยมด้วยสีสัน และสไตล์อันจัดจ้าน อย่างเต็มตัว โดยผมขอเริ่มที่ตัวละครหลักอย่าง บียอร์น บอร์ก

Andre Agassi, Bjorn Borg, John McEnroe, Pete Sampras

บียอร์น บอร์ก คือตำนานนักเทนนิสชาวเดนมาร์ก เจ้าของรางวัล 11 แกรนด์แสลม ที่ทุกคนคงรู้จักเป็นอย่างดี แต่นอกเหนือจากฝีมือการหวดแร็คเก็ตอันเก่งกาจแล้ว ในเรื่องสไตล์ บอร์ก ก็โดดเด่นไม่แพ้กัน

การที่ บอร์ก ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ร็อคสตาร์คนแรกของวงการเทนนิส” โดยหนังสือพิมพ์ The Telegraph ของอังกฤษ และเป็นต้นแบบให้กับตัวละคร ริชชี่ ในภาพยนตร์เรื่อง The Royal Tenenbaums ของผู้กำกับสไตล์จัด เวส แอนเดอร์สัน น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ที่ดี 

อีกหนึ่งคนที่เป็นคู่แข่งตลอดกาลของ บอร์ก ทั้งในเรื่องฝีมือและสไตล์ในสนามคือ จอห์น แมคเอนโร นักเทนนิสชาวอเมริกัน เจ้าของ 7 แกรนด์แสลม ทั้งคู่ชอบแทรคสูทสไตล์อิตาลีทรงสลิม คู่กับแจ็คเก็ตเสื้อแจ็คเก็ตแบบมีซิปที่จะถูกถอดออกเมื่อลงสู่คอร์ท

เสื้อแทร็ก Fila Settanta, รองเท้าผ้าใบ Diadora Borg Elite, และเสื้อโปโล Fila Settanta Mk1 แทบจะกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของ บอร์ก ก็ว่าได้ 

“หนึ่งในไอเท็มที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดในยุค 80 คือแจ็คเก็ต Bjorn Borg Fila Settanta พร้อมด้วยรองเท้าเทรนเนอร์ Diadora Borg Elite ซึ่งเป็นรองเท้าเทนนิสที่แพงที่สุดในยุคนั้น” ลุค อีแวนส์ นักประวัติศาสตร์เทนนิสชาวอเมริกันกล่าว

ส่วน แมคเอนโร ไอเท็มชิ้นสำคัญที่สุดของเขาคือ รองเท้าผ้าใบ Air Trainer 1 ซึ่งออกแบบโดย ทิงเกอร์ ฮาตฟิลด์ ดีไซนเนอร์ระดับตำนาน ซึ่งในยุคนี้อาจจะดูธรรมดา แต่ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ทศวรรษก่อนมันคือสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง

ฮาตฟิลด์ไม่เคยคิดว่า Air Trainer 1 จะกลายเป็นรองเท้าเทนนิส เขาออกแบบมาเพื่อให้มันเป็นรองเท้าสนีกเกอร์ที่สวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน แต่ แมคเอนโร กลับไม่คิดเช่นนั้น หลังจากได้ลองสวมใส่ เขารู้สึกว่านี่คือรองเท้าที่เข้ากับเขามากที่สุด โดยเขามักจะสวมมันคู่กับสื้อโปโลลายทางสีสันสดใสและกางเกงขาสั้นสั้น

เรียกได้ว่า จอห์น แมคเอนโร นี่แหละคือกุญแจสำคัญที่มีส่วนผลักดันให้ Nike ซึ่งถูกมองข้ามจากวงการเทนนิสมาตลอดให้ผงาดกลายมาเป็นผู้นำ

นอกจากนั้น บอร์ก กับ แมคเอนโร คือผู้ที่ทำให้ผ้าคาดศีรษะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในวงการเทนนิส จากจุดเริ่มต้นเพื่อป้องกันเหงื่อเข้าตา กลายเป็นไอเท็มชิ้นสำคัญที่เข้ามาเพิ่มความโดดเด่นในสไตล์ให้แก่เหล่าผู้เล่น

อีกหนึ่งคนที่จะไม่กล่าวถึงไม่ได้คือ เซอร์จิโอ ทาชชินี่ อดีตนักเทนนิสชาวอิตาลี ที่ต่อมาได้ผันตัวมาเป็นดีไซนเนอร์เสื้อผ้ากีฬา ที่ว่ากันว่าเขานี่แหละคือฟันเฟืองชื้นสำคัญที่ผลักดันให้วงการเทนนิสมีสีสันมากยิ่งขึ้น

Sergio Tacchini คือแบรนด์ที่พยายามผสมผสานความเหมาะสมในการใช้งาน สีสันโดดเด่น และความลำลองเข้าถึงได้ง่าย สู่เสื้อผ้าเทนนิส และมันก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนกลายเป็นการเปิดประตูให้วงการเทนนิสได้รู้จักกับมิติใหม่แห่งแฟชั่น

Andre Agassi, Bjorn Borg, John McEnroe, Pete Sampras

ถ้ายุค ‘70s-’80s คือการก่อตัว ยุค ‘90s ก็คงเป็นการระเบิดอย่างที่ไม่สามารถหยุดยั้งได้ โลกแห่งเทนนิสกับแฟชั่นได้ผสานกันอย่างสมบูรณ์ และหนึ่งคนที่ต้องพูดถึงคือ อังเดร อากัสซี 

อังเดร อากัสซี คือตำนานนักเทนนิสชาวอเมริกัน อดีตมือวางอันดับ 1 ของโลก และเขานี่แหละคือนักเทนนิสที่มีสไตล์และสีสันจัดจ้านที่สุดตลอดกาล

เรื่องทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นเพราะ อากัสซี นั้นเกลียดการเล่นกีฬาเข้าไส้ แต่ในวัยเด็กเขาถูกพ่อซึ่งเป็นอดีตนักมวยโอลิมปิกปี 1948 และ 1952 บังคับให้เล่นเทนนิสอย่างเอาเป็นเอาตาย และเขาก็ไม่สามารถต่อต้านมันได้ ทว่าด้วยพรสวรรค์ที่ฉายแวว ทำให้ อากัสซี ได้ย้ายไปยังโรงเรียนเทนนิสชื่อดังในฟลอริดา แต่ความเกลียดในใจก็ไม่เคยเลือนหายไป

เขาต่อต้านโรงเรียนใหม่ด้วยการดื่มเหล้าสูบบุหรี่ การเจาะร่างกาย และตัดผมอย่างบ้าคลั่ง พร้อมๆ กับการไต่เต้าขึ้นสู่จุดสูงสุดในวงการเทนนิส ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ อากัสซี จะมีภาพลักษณ์เป็นจอมขบถแห่งวงการ ซึ่งมันก็สะท้อนออกมาผ่านแฟชั่นของเขา

ในปี 1988 อากัสซี ได้ทำให้ทั้งโลกหันมามองเขาด้วยเสื้อโปโลสีขาว ที่เขาใส่มันคู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้น ณ รายการ US Open เรียกได้ว่าในประวัติศาสตร์เทนนิส นี่คือครั้งแรกที่มีผู้ชายสวมใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นลงแข่งขัน 

ความขบถของ อากัสซี ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะหลังจากนั้นเขาได้ปฏิเสเข้าร่วมการแข่งขันวิมเบิลดันในปี 1988-1990 ด้วยเหตุผลว่าธรรมเนียมการใส่ชุดขาวนั้นช่างเป็นอนุรักษ์นิยมที่คร่ำครึเสียเหลือเกิน ด้วยเหตุนี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชื่อของ อากัสซี จะโด่งดังไปทั่วโลก เพราะไม่ใช่แค่ฝีมือเท่านั้น แต่ความคิดของเขาก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Nike เห็นดังนี้จึงไม่รอช้า ออกไลน์สินค้าให้กับ อากัสซี ในชื่อไลน์ว่า Challenge Court ซึ่งเต็มไปด้วยเสื้อผ้าเทนนิสสีสันสดใสเข้าขั้นกวนประสาท แต่ที่แสบสันที่สุดเห็นจะเป็นที่คาดหน้าผาก พร้อมคำว่า “Tennis Suck” 

ด้วยเหตุนี้ตลอดยุค ‘90s ภาพที่ อากัสซี่ สวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสสะดุดตาลงทำการแข่งขันจึงเป็นภาพที่ทุกคนเห็นกันจนชินตา 

“อากัสซีสร้างกีฬาสมัยเก่าให้กลายเป็นสิ่งที่สดใหม่และน่าตื่นเต้น” ลุค อีแวนส์ แสดงความเห็น 

ช่วงเวลาเดียวกัน ในขณะที่ อากัสซี่ นำแฟชั่นเข้าสู่คอร์ท บุรุษอีกคนที่ฝีมือการเล่นเทนนิสโดดเด่นไม่แพ้กัน แต่ในเรื่องสไตล์เขากลับต่างออกไปโดยสิ้นเชิง บุรุษผู้นี้ยังคงชื่นชอบการแต่งกายด้วยสีขาว เน้นความเรียบง่าย ไม่สะดุดตา ชื่อของเขาคือ “พีซ แซมปราส”

ใครที่เป็นแฟนเทนนิสในช่วงยุค ‘90s คงจดจำชื่อนี้ได้เป็นอย่างดี และคงจำได้ด้วยว่าภาพลักษณ์ที่ แซมปราส มีต่อสาธารณะชนคือเป็นคนที่เข้มงวดในระเบียบวินัย พูดน้อย อ่อนโยน ซึ่งมันก็สะท้อนออกมาผ่านแฟชั่นของเขาเช่นกัน

Andre Agassi, Bjorn Borg, John McEnroe, Pete Sampras

รองเท้าผ้าใบ NikeCourt Air Oscillate เสื้อโปโลสีขาว และกางเกงขาสั้นสีขาว คือภาพจำที่คนส่วนใหญ่มีต่อ แซมปราส และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะตลอดชีวิตการเป็นนักเทนนิสอสชีพ แซมปราส แทบไม่เคยแต่งกายแตกต่างไปจากนี้เลย อาจจะมีบ้างในบางครั้งที่เสื้อของเขามีสีสันแต่งแต้ม แต่ก็เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น

“ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นเท่าไรนัก ผมจะแต่งอะไรที่สบายใจเท่านั้น” แซมปราส กล่าวในการให้สัมภาษณ์

เรื่องราวเหล่านี้คือสิ่งสะท้อนว่าเสื้อผ้าไม่ใช่แค่เครื่องแต่งกาย แต่ไอเท็มทุกชิ้นมีตัวตนและเรื่องราวเบื้องหลังของผู้สวมใส่ซ่อนเอาไว้…แม้แต่ในวงการเทนนิสเองก็ตาม


สไตล์ที่ไม่หยุดนิ่ง

เมื่อยุค ‘90s สิ้นสุดลง ก็เหมือนกับว่า “เทนนิสยุคเก่า” ได้สิ้นสุดลงตามไปด้วย ในยุค 2000 แฟชั่นบนคอร์ทเทนนิสมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง สีสันและความกวนโอ๊ยถูกลดทอนลง การออกแบบไอเท็มทุกชิ้นมีจุดประสงค์สำคัญคือเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้กับนักเทนนิสมากที่สุด 

Rafael Nadal, Roger Federer

ดังนั้นในยุคนี้เองจึงเป็นยุคที่วงการเทนนิสชายได้รู้จักกับ “เสื้อแขนกุด” ที่ก่อนหน้านี้เคยถูกมองว่าเป็นเสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงมาโดยตลอด แต่เมื่อมันเริ่มเข้าสู่คอร์ทเทนนิสของเหล่าบุรุษ ความนิยมก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความคล่องตัวในการหวดแร็คแก็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน และผู้ทรงอิทธิพลในเรื่องเสื้อแขนกุดแห่งวงการเทนนิสชายที่สุดก็ไม่ใช่ใคร…ราฟาเอล นาดาล นักเทนนิสชาวสเปน มือ 2 ของโลกคนปัจจุบันนั่นเอง

“จริงอยู่ที่มันสวมใส่ได้สบายมาก แต่มันไม่ใช่สไตล์ของผม” นาดาล กล่าวไว้ในปี 2017 หลังจากมีนักข่าวถามว่าทำไมถึงไม่สวมใส่เสื้อโปโลเหมือนนักเทนนิสส่วนใหญ่

ราวกับเป็นการฉายภาพซ้ำของ อากสซี่ กับ แซมปราส ในเวอร์ชั่นที่ต่างออกไป เพราะทุกคนน่าจะทราบกันดีว่าคู่แข่งตลอดกาลของ นาดาล อย่าง โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ นักเทนนิสชาวสวิสเซอร์แลนด์ ผู้ถือครองแชมป์แกรนแสลมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ นั้นมีสไตล์ที่ต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด

ในขณะที่ นาดาล มักจะปรากฏตัวบนคอร์ทพร้อมเสื้อแขนกุดสีสด แต่ เฟเดอเรอร์ กลับเดินออกมาพร้อมแฟชั่นสไตล์ดั้งเดิม ด้วยเสื้อโปโลสีขาว กางเกงขาสั้นสีเดียวกัน 

“ในกีฬาเทนนิสอันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน … คุณรู้ไหมว่าเสื้อโปโลเป็นสัญลักษณ์ของวงการ” เฟเดอเรอร์ กล่าว

ถึงแม้ปัจจุบัน เฟเดอเรอร์ จะโบกมือลา Nike ไปบ้านหลังใหม่ที่ชื่อ UNIQLO แต่สไตล์ของเขาก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เช่นเดียวกับ โนวัค โยโควิช อีกหนึ่งเสาหลักแห่งวงการเทนนิสยุคปัจจุบัน เขาเองก็เป็นอีกคนที่ยึดติดกับการสวมเสื้อโปโลลงแข่งขันไม่แพ้ใคร

“พ่อของผมสวมเสื้อโปโล Lacoste เล่นเทนนิสกับผมตลอดเมื่อตอนที่ผมยังเด็ก ดังนั้นเสื้อโปโลจึงเป็นสิ่งที่ยึดถือ”

ถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าสไตล์บนคอร์ทเทนนิสที่เคยจัดจ้านที่สุดในยุค ‘70s-’90s จะ “คืนสู่สามัญอีกครั้ง” ในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามการที่ เวอร์จิล แอบโล สตรีทแวร์ดีไซน์เนอร์ระดับโลกได้ออกแบบคอลเลคชั่น Off-White ™ x Nike เสื้อผ้าเทนนิส และประเดิมให้พี่น้องตระกูลวิลเลี่ยมส์ลงแข่งขัน French Open ปี 2019 น่าจะเป็นสัญญาณบ่งบอกว่ายุคต่อไปแห่งแฟชั่นบนคอร์ทเทนนิสน่าจะเป็นการผสมสานแนวสตรีทลงไป ส่วนผลลัพธ์ที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เมื่อถึงเวลาคำตอบทุกอย่างคงกระจ่างกับตาทุกคน

Rafael Nadal, Roger Federer

Related Stories

Style
DAVID BOWIE’S OFF-STAGE STYLE: เดวิด โบวี่ ในลุคแคชชวลที่คุณอาจยังไม่เคยเห็นมาก่อน
ความจัดจ้านในสไตล์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ของเจ้าชาย Starman
Read More
The Style Guide
OFF-DUTY STYLE OF THE U.S. PRESIDENTS: สไตล์นอกทำเนียบขาวของเหล่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ในวันสบายๆ ที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้ใส่สูทผูกไท
Read More
George Best
People
George Best: เทพบุตรลูกหนังหัวใจร็อคแอนด์โรล ต้นฉบับนักฟุตบอลสายเพลย์บอย
เส้นทางในโลกลูกหนังและวีรกรรมสุดโลดโผนของนักฟุตบอลฉายา ‘The Beatles คนที่ 5’
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.