People

JAK JEAN OPENS UP ABOUT VINTAGE CLOTHING

21 December 2019

บทความโดย Nanat Suchiva, Managing Editor, W. MINISTRY
ภาพถ่ายโดย Vasawat Supa-Amornkul, Photographer, W. MINISTRY
กำกับศิลป์โดย กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

คุยกับ “พี่จักร” พ่อมดแห่งวงการค้าผ้าเก่าที่ประสบการณ์ของเขาคลุกเคล้าเข้ากับความงดงามของเนื้อผ้าจนสุกงอม

“เสื้อผ้าวินเทจมันไม่มีวันตายหรอก คนเขาเล่นกันทั้งโลก”

หนึ่งในบทสนทนายามเย็นในร้านเล็กๆ ริมถนนที่มองไปทางไหนก็มีแต่กางเกงยีนส์ แจ็คเก็ต เสื้อยืดเก่าๆ สิ่งของประดับร้านที่ดูสนิมเขรอะ ช่วงเวลาหลังเลิกงานตามประสาคนที่ชอบเสื้อผ้าวินเทจของเรากับพ่อค้าของเก่ามือเก๋าแห่งย่านลาดปลาเค้า (และสวนจตุจักร) ทำให้เรายิ่งอยากรู้เข้าไปอีกว่าเพราะอะไรที่เสื้อผ้าวินเทจที่ราคาก็แพงหูฉี่ การใช้งานก็คงไม่เต็มที่เหมือนเสื้อผ้าที่วางขายตามห้างใหม่ๆ ไซส์ก็ไม่ถูกใจซื้อไปก็ต้องทนฝืนใส่แบบคับๆ หลวมๆ แต่มันถึงไม่เคยตกยุคและมีมูลค่าทางจิตใจเพิ่มขึ้นสวนทางกับสภาพเนื้อหนังมังสาตามกาลเวลา

หลายครั้งที่เราแวะเวียนไปซื้อของ เจ๊าะแจ๊ะแบบหอมปากหอมคอกับ “พี่จักร” จักรชัยภูมิ พงษ์พันธ์ ที่หลายคนในวงการผ้ามือสองรู้จัก และเคารพเขาเป็นการส่วนตัว หรือจะเรียกว่าพ่อค้าที่ไม่เคยลงราคาขายใน Instagram “Jak_Jean” ที่ชาวเน็ตไทยและเทศคลั่งไคล้ฝีมือการคัดของมาวางขายก็คงไม่ผิด แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่เราจะได้นั่งจิบเบียร์ล้อมวงคุยกันถึงเรื่องคาใจในเสื้อผ้าวินเทจกองโตที่อยู่รอบๆ  เมื่อโอกาสมาถึง เราไม่รอที่จะลองสวมวิญญาณคนที่ไม่เข้าใจในมุมมองของวินเทจ แล้วยิงคำถามให้เขาช่วยไขข้อข้องใจ มาพูดคุยกับพี่จักร ไปกับเราพร้อมๆ กัน

เสื้อผ้าวินเทจ ไม่เท่ากับ ของเก่า

ถ้าไม่เริ่มต้นถามว่าพี่จักรเข้าสู่วงการนี้ได้ยังไงก็คงจะไม่ครบถ้วนกระบวนความการสัมภาษณ์ (ที่เจ้าตัวอยากให้เรียกว่าพูดคุยกัน) เป็นแน่ สารภาพว่าตอนแรกเรานึกว่าเขาจะเป็นคนที่สะสมแมกกาซีนญี่ปุ่นยุคเก่า โปสเตอร์นักร้องเฮฟวี่พวกแฮร์แบนด์อะไรประมาณนั้น แต่จริงๆ มันเกิดขึ้นแค่เขาเรียนอยู่ที่วิทยาลัยเพาะช่างและใส่ตามรุ่นพี่ที่เขาเห็นว่ามันเท่ เพียงแค่นี้จริงๆ ซึ่งฟังดูก็สมเหตุสมผลเพราะไม่ว่าเขาจะเริ่มต้นแบบไหนแต่การศึกษา ทำซ้ำๆ ผ่านตาบ่อยๆ ก็ทำให้คนเรากลายเป็นเซียนได้ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งนั้น

“เริ่มจากตามรุ่นพี่ที่เพาะช่างใส่ แค่เห็นว่าใส่แล้วมันเท่ดี เราก็ใส่มาจนรู้สึกว่าเออมันสวยกว่าของใหม่ แล้วยิ่งมีคนมันเริ่มมาทักไงว่าสวย ทีนี้ล่ะหยุดไม่อยู่แล้ว”

ของวินเทจมันก็มักจะมากับพวกเสื้อผ้าประเภท Workwear อย่างที่เรารู้จักกันดีในคำศัพท์ครอบจักรวาลที่ใครก็ต้องร้องอ๋ออย่าง “Levi’s 501” พี่จักรบอกว่าเวลาผ่านมานานๆ คนเริ่มพูดถึงมากขึ้นเข้ากางเกงยีนส์ Levi’s ที่เขาใส่ก็เริ่มเบื่อ เขาเลยเริ่มศึกษาเก็บเกี่ยวความรู้เกี่ยวกับเสื้อผ้า Workwear แบบอื่นๆ ให้มากขึ้นด้วยสิ่งที่เรียกว่าเสน่ห์ของการใช้งานที่ยิ่งเก่ายิ่งสวยตามแบบฉบับของเขา

ราคาไม่เป็นมิตรแต่คนที่เข้าใจก็ยังติดตาม

อีกเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดว่าของเก่า ของมือสอง มันต้องราคาถูกกว่าของใหม่สิ เรื่องนี้มันอยู่ที่การตั้งราคาตามคุณค่าทางจิตใจ “มันก็อยู่ในยุคที่ค่าเงินน่ะมันไม่เกี่ยวกับของ ตอนนี้ของวินเทจมันไม่มีราคาตกอยู่แล้ว” และพี่จักรย้ำกับเราแบบนั้น พี่จักรบอกว่าเมื่อก่อนตอนเป็นนักเรียน นักศึกษาเขาก็ไม่ค่อยมีเงินอะไรมากมายแต่ก็อาศัยเก็บเงิน ค่อยๆ ซื้อของไปทีละชิ้น ซื้อๆ ขายๆ เล่นแร่แปรธาตุจนมีเงินมาต่อยอดของชิ้นใหม่เรื่อยๆ

“ค่าเงินมันก็เหมือนตอนนี้แหละ มันไม่ได้แตกต่าง ของก็ไม่ได้ถูกลงหรอก แต่ที่สมัยก่อนมันหาได้ง่ายกว่าเพราะของมันก็เยอะกว่าตอนนี้อยู่แล้วถูกไหม เพราะว่าตอนนั้นคนมันยังไม่ค่อยเล่นไม่ค่อยหากัน คิดอย่างนี้ดีกว่า เมื่อก่อนที่เราเคยว่าของเต็มอยู่ภาคใต้ แล้วตอนนี้มันมีที่ไหน มันไม่มีแล้ว ของมันหมดลงไปเรื่อยๆ แล้ว ทีนี้ของเริ่มหายากขึ้น พอหายากขึ้นคนก็ต้องเข้ามาดูออนไลน์ ก็ต้องเริ่มซื้อของในนั้น มันก็ยิ่งมีการปั่นราคาเข้าไปอีก”

เรายิงคำถามอะไรประมาณว่าถ้ามองกลับไป 20 ปีที่แล้วของวินเทจก็คือของเก่าจากยุคก่อน แล้ว 20 ปีต่อจากตอนนี้ เสื้อผ้าในยุค 2020 มันยังจะเรียกว่าวินเทจไหม ? พี่จักรตอบกลับมาทันทีว่า “มันก็ยังจะเป็นของวินเทจ ไอ้ของที่มันลึกไปแล้วมันก็จะเป็นซุปเปอร์วินเทจ เพราะอย่าลืมนะว่ารุ่นเด็กๆ หลังต่อจากเราไป คำว่า LVC (Levi’s Vintage Clothing) ตอนนี้มันก็ 10 ปีแล้วนะ มันก็จะเรียกว่าเป็นวินเทจนั่นแหละ มันก็จะตามสเต็ปของมัน สำหรับเราตอนนี้ก็คือ LVC ถูกไหม แต่เด็กที่มันตามเรา ที่มันอายุห่างกับเรา พวกนั้นก็จะเป็นวินเทจ มันเป็นวินเทจได้เพราะตัวนำของมันเป็นซูเปอร์วินเทจอยู่แล้ว มันมี Story ของมัน แต่แค่อายุมันห่างก็เท่านั้น” 

เสื้อผ้าวินเทจคือเสื้อผ้าที่ตั้งใจทำ

ไม่ใช่ว่าพี่จักรจะโจมตีเสื้อผ้าที่ผลิตใหม่ว่ามันไม่ดี มันไม่สวยเท่าของเก่า แต่เขาบอกเราว่ามันเป็นเรื่องของความตั้งใจผลิตเพื่อจุดประสงค์ต่างกันมากกว่า เขาชอบเสื้อผ้าที่มีเรื่องราวแล้วยกตัวอย่างให้เราฟังว่า สมัยก่อนตอนที่เขาเป็นพ่อค้าใหม่ๆ เขาพยายามจะทำความสะอาดกางเกงที่เปื้อนสีมาทั้งตัว ซึ่งเขายอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่งี่เง่า เพราะเขาเองก็ยังไม่เข้าใจในเรื่องราวของเสื้อผ้าชิ้นนั้นๆ

“อันนั้นพี่มองว่ามันคือแฟชั่นนะ เสื้อผ้าพวกที่ผลิตออกมาขายในห้างกับเสื้อผ้าวินเทจ แค่แพทเทิร์นมันเหมือนกันแล้ว เสื้อผ้าใหม่ๆ เขาต้องทำเพื่อรองรับให้คนหมู่มากใส่แล้วสวย แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ใส่เพราะเข้าใจทรวดทรงอะไรที่เป็นวินเทจ คนที่ซื้อใส่ในห้างเขาไม่ได้สนใจหรอกว่ามันจะผลิตมายังไงมีเรื่องราวอะไร เขาใส่แล้วสวย ดูดี ก็จบ แต่กับคนที่ชอบเสื้อผ้าวินเทจมันไม่จำเป็นต้องใส่พอดีเป๊ะ เสน่ห์ของมันอยู่ตรงวัสดุ คุณใส่กางเกง Levi’s หลวมหลุดตูดแต่ผ้าด้านๆ ดูย้อนยุคมันก็ยังสวย พี่เคยเห็นผู้หญิงใส่ Levi’s Big E หลวมๆ อยู่คนหนึ่ง มันดูโคตรเก๋ เพราะฉะนั้นถ้าให้พูดอีกทีคือเสื้อผ้าใหม่มันเป็นแฟชั่น โอเคมันก็ใส่สวย แต่ความสวยมันตีความไม่เหมือนกัน”

เพราะว่าความไม่สมบูรณ์มันมีเรื่องราว

พี่จักรและเราเห็นตรงกันว่าเสน่ห์ของเสื้อผ้าวินเทจคือ “ความไม่สมบูรณ์” เพราะความไม่สมบูรณ์นี่แหละคือที่มาของเรื่องราวผ่านร้อนผ่านหนาว ข้ามน้ำข้ามทะเลมานับสิบๆ ปี พี่จักรยกตัวอย่างว่า กางเกงยีนส์ตัวหนึ่งที่มีสีเข้มสีที่ย้อมไม่หลุดลอกเลยสักนิดมันหาง่าย แต่กางเกงยีนส์ที่มีจังหวะของตะเข็บจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทำให้มันสวยในอีกมุมหนึ่ง มีเฟด มีเปื้อน มีขาด มันหายาก มันจะไม่ค่อยมี

“แต่ก็แล้วแต่คนชอบนะ ส่วนตัวพี่ชอบอย่างนั้น แต่เราก็ต้องไปมิกซ์เอาเอง ไม่ใช่ไปใส่กางเกงเปื้อนแล้วเสื้อขาดจนปกคลุมร่างกายไม่ได้จนอนาจาร อย่างนี้อย่าไปแต่งเลย ก็ต้องให้มันมี Contrast ให้มันเหมาะสมกันนิดหนึ่ง ยังไงคุณก็ต้องใส่เสื้อผ้าให้มันดูดี มีกาลเทศะ”

พี่จักรเดินไปเดินมาในร้านพลางพูดว่ายีนส์เดี๋ยวนี้ก็กลายเป็นแฟชั่นไปแล้วมากกว่าการใช้งานเหมือนสมัยก่อน หลายๆ เจ้าพยายามทำขึ้นมาใหม่ (Reproduction) ออกมายังไง มันก็สู้ตัววินเทจในยุคนั้นไม่ได้แล้ว

“ผ้าทุกอย่างที่ใช้ที่ทำ วัสดุทองเหลืองตอนนั้น มันก็ไม่มีในโลกและมันจบไปแล้ว กางเกงญี่ปุ่นอย่างนี้ทองเหลืองก็คือผสมขึ้นมาใหม่ ทำขึ้นมาใหม่ ด้ายอย่างนี้อยากจะให้เหมือนตัววินเทจ ก็ทำมาใหม่หยอดสีหยอดอะไรลงไป ผสมสีผสมอะไรเสร็จมันก็เทียบกันไม่ได้ แต่สมัยก่อนนี่คือผ้า Cotton ที่เราเห็นฝรั่งในรูปนั่งทอผ้า นั่งเย็บผ้ากัน มันไม่มีเห็นแล้ว ฝรั่งไม่มีใครมานั่งเย็บผ้าแล้ว ตอนนี้ทอเข้าโรงงานอย่างเดียว ตรงนั้นคือคำตอบว่าเสน่ห์ของผ้าเก่ามันคืออะไร”

การนำเสนอเพื่อขายสินค้าวินเทจไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

อย่างว่าที่ยุคนี้อะไรๆ ก็ออนไลน์กันไปหมด แม้แต่เสื้อผ้าวินเทจที่เคยวางขายกันตามสะพานพุทธ พันทิพย์ หรือสวนจตุจักรอย่างโจ๋งครึ่มก็หันมาอยู่บน Facebook, Instagram กันหมดแล้ว แล้วเมื่อของวินเทจก็มาจากแหล่งเดียวกัน พ่อค้าแม่ค้ามีเป็นพันๆ คน โจทย์ที่ท้าทายก็คือการถ่ายรูปเพื่อนำเสนอออกมาให้แตกต่าง ซึ่งพี่จักรเป็นหนึ่งในพ่อค้าเสื้อผ้าวินเทจที่เรายอมรับว่า วิธีการถ่ายรูปของเขาค่อนข้าง “เฉียบ” และทำให้อยากซื้อมากขึ้น อาจจะเป็นเพราะเขาเรียนจบด้านศิลปะมาแล้วรู้จักการวางองค์ประกอบภาพให้สวยงามก็ใช่ แต่ที่สำคัญคงจะเป็นมุมมองของเขามากกว่าที่พอจะรู้ว่า “ผู้ติดตามของเขา” ต้องการอะไร

“เรื่องพวกนี้มันไม่ใช่ว่าขายกางเกงตัวหนึ่งคุณจะต้องไปถ่ายให้มันเป็นเรื่องเป็นราว เอาเข้าสตูดิโอตกแต่งภาพจนชัดแจ๋ว ถ้าคุณคิดว่ากางเกงคุณเจ๋งจริง คุณมีมุมมองดีจริง ถ้าคนเขาเข้าใจ คนเขารู้อยู่แล้วเขาก็มองออก อย่างพี่ซื้อของพี่ก็จะมองว่า เฮ้ย ตัวนี้ก็ทักไปสิไซส์อะไร ขอดูเต็มตัว อย่างใน Instagram พี่ ก็ลงรูปไปเพราะอยากให้โปรไฟล์มันดูสวยงามเท่านั้นเอง ถามว่าขายไหมก็อยากขาย แต่เราอยากขายคนที่เข้าใจ ถ้าคนเข้าใจเขาจะทักมาเอง แต่คนไม่เข้าใจให้ลงเป็นรูปเต็ม 10 รูปชัดๆ ทุกมุมยังไงก็ไม่ซื้อหรอก”

การ Remake คืออีกทางรอดของพ่อค้าเสื้อผ้าวินเทจ

แม้ว่าพี่จักรจะถือว่าเป็นเซียนในวงการค้าเสื้อผ้าวินเทจสักแค่ไหน แต่อย่างที่เขาบอกว่าสักวันของวินเทจ (แบบซุปเปอร์วินเทจ) มันก็ต้องหมดไป ทำให้การทำสินค้าเฉพาะตัวของเขาเป็นอีกทางออกหนึ่งที่จะรันธุรกิจให้มันคงยังอยู่ต่อไปได้ แต่มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าสนใจที่ผลงานการทำกางเกงแบบ “Customized” หรือที่เขาเรียกว่า “Remake” ไม่ใช่แค่จับเอาอะไรมาผสมปนเปกัน เพราะเขายังเคารพในคุณภาพของสินค้าวินเทจที่แม้จะประกอบร่างขึ้นมาใหม่ แต่ยังไงวิญญาณยังต้องอยู่เต็มร้อย

“พี่จะหาผ้าที่มันอยู่ในยุคเดียวกัน จะทำกางเกงวินเทจ ผ้ามันก็ต้องวินเทจ มันไม่ใช่ว่ากางเกงแบบนี้แล้วเอาผ้าอันอื่นมาใส่ วัสดุที่พี่ใช้มันต้องชัดเจน เก่าก็คือเก่า กางเกงอเมริกาจะเอาผ้าญี่ปุ่นมาใส่มันก็ไม่ถูกต้อง มันเหมือนคุณค่ามันไปกันไม่ได้ แล้วเวลาเราจะไปขายไป Present เขาเราจะได้สบายใจ” 

ถึงแม้ว่าจะเป็นกางเกงที่เขาทำขึ้นมาใหม่ แต่มันก็ไม่ได้มีทุกตัว ทุกไซส์ ทุกแบบ ทุกขนาด เพราะพี่จักรบอกว่าเขาทำตามใจ โดยเลือกไซส์ตัวเขาเองเป็นไซส์หลัก (ซึ่งก็เป็นไซส์มาตรฐานชายไทย) และที่สำคัญมันไม่เหมือนกันสักตัวเพราะอยู่ที่อารมณ์ศิลปินของเขาว่าจะผลิตมันออกมาได้แบบไหนในแต่ละวัน

“วันนี้ทำตัวนี้ พรุ่งนี้ทำอีกตัว มันไม่มีทางเหมือนกัน บางทีมันมีอารมณ์อยากทำ อารมณ์วันนี้ต้องทำกางเกงให้ได้ตัวหนึ่ง แล้วก็คิดไว้ในหัวแล้วว่ากางเกงตัวนี้ต้องออกมาแบบนี้ๆ มันจะคิดไว้ก่อน คล้ายๆ ว่าหยิบกางเกงมาตัวหนึ่ง เออตัวนี้มันธรรมดาไปว่ะ อยากทำตัวนี้ให้มัน สีมันอะไรยังไง เย็บตรงนี้หรือทำอะไรเพิ่มๆ มันจะปิ๊งขึ้นมา แล้วทีนี้ทั้งวันตัวนึงก็จะทำอยู่ แต่จริงๆ กางเกง Remake ถ้าจะเอาจริงๆ สวยๆ ยังไงมันก็ไม่จบหรอก มันทำได้เรื่อยๆ”

พี่จักรเลือกผลิตผลงานของตัวเองจากวัสดุในยุคเดียวกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวและที่มาที่ไปได้อย่างทรงพลังแล้ว นอกจากนั้นสิ่งที่ทำให้เขายึดมั่นในจุดยืนของตัวเองตรงนี้นอกจากความชอบส่วนบุคคลแล้วก็คือความเคารพที่มีต่อลูกค้าที่เข้ามาหาผ่านมาผ่านไป พี่จักรพูดมาคำหนึ่งว่างานของเขามัน “ชัดเจน” คือให้ของมันชัดเจนในตัวเอง ที่เห็นปุ๊ปก็รับรู้ได้ถึงความสวยงามและคุณค่าที่เท่าเทียมกับราคาบนป้าย เขาเอื้อมไปหยิบเสื้อทรง Workwear มาให้เราดูตัวหนึ่งพร้อมอธิบายถึงรายละเอียดของมัน

“งานพี่ Remake ทำไมคนอื่นเขาใช้ผ้าใหม่ๆ ก็เราไม่ชอบ เราชอบอะไรที่มันเป็นของเก่า อย่างตัวนี้ ก็คือเป็นผ้าที่มันมาจากช่างทั้งตัว ชุดช่างที่เป็นรุ่นเก่าอะไรอย่างนี้ อาจจะมีขาดมีเปื้อนบ้าง พี่ก็ไม่ได้สนใจ นี่คือฟีลของพี่ เป็นงานของพี่ แล้วก็อย่างนี้ ดูผ้าทุกชิ้น คือมันต้องไปด้วยกันได้หมดทุกอย่าง คือเวลาขายหรือเวลาเราโพสต์อะไรเราสามารถ Present ได้ คุณมาดูได้เลย คุณซื้อไปราคาเท่านี้คุณไม่ถูกใจ ของพี่นะ พี่จะบอกว่าถ้าไม่ถูกใจส่งกลับคืนมา แต่ก็ต้องหักค่าใช้จ่ายบ้าง คือเราชัดเจนของเราไง ถ้าบางคนทำเสื้ออย่างนี้ตัว คุณก็ไปหาซิบอะไรก็ไม่รู้มา แต่พี่ต้องซื้อวัสดุที่อย่างนี้ คุณหาได้ที่ไหน เพราะอันนี้เป็นวัสดุแบบของแท้เลยแต่ละชิ้น”

แม้ศิลปินในร่างพ่อค้าอย่างเขาจะมีลายเซ็นในผลงานที่ชัดเจน ทั้งแง่การใช้คู่สี แพทเทิร์นในการออกแบบ การเล่าเรื่องราวของเนื้อผ้าที่เลือกนำมาใช้ ทั้งยุคสมัยและประสบการณ์ที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือสัมผัสจับต้องได้ด้วยมือ แต่ถึงอย่างไรก็ตามพี่จักรก็ไม่อยากที่จะนำมุมมองความคิดของตัวเองไปเปรียบเทียบหรือจับกับตัวตนของคนอื่น ความชอบใครความชอบมัน

“จะพูดว่าให้ลายเซ็นตัวเราเข้าไปอยู่ในตัวงานก็ได้ อย่าไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เราไปว่าเขาไม่ได้ เพราะว่าของเขา อย่าลืมนะว่า คุณจะทำเสื้อตัวหนึ่ง ผ้ามันหายากนะ มันไม่ใช่ว่า เนื้อผ้าที่ใช้ เสื้อตัวแค่นี้เวลาใช้ผ้าจริงๆ มันใช้เยอะ ต้องตัดต้องอะไรหลายๆ อย่าง เสียผ้าเสียอะไรเยอะ”

ทุกวันนี้คู่ค้าคู่ขายของพ่อมดแห่งวงการวินเทจผู้นี้ก็ไม่ได้มีแค่คนไทยเพียงอย่างเดียว ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็นจากฝั่งยุโรปหรือเอเชียก็ต้องหาเวลามาพบเขา โดยเฉพาะนักล่าสมบัติจากประเทศญี่ปุ่น ดินแดนที่ขึ้นชื่อลือชากันอยู่แล้วว่าคลั่งของวินเทจสุดขีด พี่จักรเล่าให้เราฟังเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเห็นและได้เรียนรู้จากลูกค้าชาวญี่ปุ่น

“ญี่ปุ่นนี่คือถือว่าสุดยอด ถือว่าเรียนรู้ได้เร็วแล้วก็กล้า วินเทจสมัยก่อนญี่ปุ่นนี่ เอาง่ายๆ ว่าคือเราดูง่ายๆ ว่ามันโดนสงครามโลกจนไม่เหลืออะไรแล้ว ทุกวันนี้ทำไมวินเทจมันเยอะกว่าเรา เพราะเขากล้าซื้อไง แล้วเขากล้าซื้อแล้วเขาคิดว่าของพวกนี้มันสวย มันไม่มีแล้ว เขาก็เลยต้องซื้อเก็บไว้”

เรื่องนี้ทำให้ตัวเขาเองนั้นเหมือนได้ย้อนคิดกลับไปมองดูตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขารู้จักและนำมาใช้กับงานของตัวเองในปัจจุบัน คำตอบก็คือ “ประสบการณ์” คำที่พูดกันทั่วไปได้ยินอยู่เป็นประจำสำหรับการพูดถึงบทเรียนหรือการกระทำในอดีตที่สะสมมา ในที่นี้หมายถึงการผ่านของมาเยอะทั้งมองทั้งสัมผัสที่เขานั้นยกให้เป็นเหมือนอาจารย์ของตนเองในวิชาชีพนี้ ซึ่งคุณค่าของคำพูดที่จะสะท้อนคำนี้ได้ดีที่สุดก็คือผลงานที่อยู่ตรงหน้าของพวกเราตอนนี้

“ของเก่ามันเป็นเหมือนอาจารย์ ถ้าเราไม่ได้ศึกษาเรื่องราวของมันมาก่อน 

เราก็ไม่มีทางรู้หรอกว่ากางเกงตัวหนึ่งมันจะต้องทำยังไง” 

ของในร้าน 8 ชิ้นเด็ดที่พี่จักรคัดมาให้ชมเป็นพิเศษ

มาถึงร้าน “Jak Jean From The Vintage Showroom” กันทั้งที เราไม่พลาดที่จะให้พี่จักรจิ้ม 8 ชิ้นที่เขาคิดว่าเด็ดที่สุดในร้าน แล้วก็ตามคาดว่าต้องมีไอเทมชิ้นเบสิกอย่างกางเกงยีนส์ เสื้อแจ็คเก็ต ทั้งของเก่าหลายสิบปีและ Remake จากการประกอบศิลป์ของเขาที่เราได้ว่ากันไป แต่มันไม่ธรรมดาเพราะแต่ละชิ้นนั้นพี่จักรบอกเราว่า “มันไม่ได้หามาง่ายๆ”

เริ่มที่ตัวแรกกับ Vintage Levi’s Jacket รุ่น One Pocket ปี 1940 แบบ Red Tab หน้าเดียว ที่พี่จักรเดินไปหยิบแบบไม่ต้องคิด เขาบอกว่าตัวนี้ความพิเศษคือเป็นป้ายหนัง มีเข็มขัดด้านหลังที่คนทั่วไปเรียกว่าฝาเบียร์ เพราะมีลักษณะคล้ายที่เปิดขวดเบียร์ จะหายากกว่าแบบอื่นมาก ซึ่งในปัจจุบันไม่มีการผลิตทั้งป้ายและเข็มขัดแบบนี้อีกแล้ว จนถึงตอนนี้อายุของมันก็เกือบ 80 ปี แต่ยังคงสภาพดีเหมือนไม่ได้ถูกใช้งานมาอย่างสมบุกสมบัน

ตัวต่อมาคือ Big Smith Workwear Jacket ที่ผลิตในประมาณช่วงปี 1970 พี่จักรบอกว่าทรวดทรงนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ที่ชัดเจนของพวกแบรนด์ในสมัยนั้นที่เสื้อผ้าแนว Workwear ตัวนี้ผ้าสภาพดีสีเข้มแบบแทบจะไม่ได้ถูกใช้งานเลยทีเดียว

ด้านซ้ายมือคือ Vintage Lee แบบกางเกงยีนส์ทรง Workwear ผลิตในช่วงปี 1940 จุดเด่นคือโลโก้ตัวแอลยี่ห้อ Lee ที่ภาษาคนเล่นเสื้อผ้าวินเทจเรียกว่า “แอลหางยาว” อีกจุดคือป้ายด้านหลังจะเรียกกันว่า “ป้ายบ้าน” เพราะถ้าดูดีๆ จะเห็นเป็นรูปของโครงสร้างบ้าน วัสดุจำพวกเป๊กทุกอย่างจะเป็นทองเหลืองทั้งหมด มีซิปเปอร์ยี่ห้อ Gripper Zipper ที่เป็นของยุคสงครามโลกทั้งสิ้น

ยีนส์สีเข้มด้านขวาคือ Vintage Levi’s 504ZXX ที่ผลิตในช่วงประมาณปี 1950 ใช้การเย็บด้ายแบบ Single Stitch และเอวกางเกงของรุ่นนี้จะไม่มีไซส์ใหญ่ ตัวที่พี่จักรเอามาโชว์ให้เราดูน่าจะถือว่าใหญ่ที่สุดแล้วเพราะ Levi’s ในยุคนั้นทำไว้สำหรับเด็ก แต่เป็นเด็กโต และหายากมากเพราะไซส์มีจำกัด

มาถึงคิวของงาน Remake ที่พี่จักรปลุกปั้นขึ้นมาเอง ตัวซ้ายมือคือ Vintage Denim Jacket แจ็คเก็ตมีซิปเปอร์แขนสั้นที่ใช้วัสดุที่ประกอบขึ้นมาจากเหล่าเดนิมยุคเก่าไม่เกินปี 1960 จุดเด่นคือซิปเปอร์ยี่ห้อ Talon ซึ่งพี่จักรบอกเราว่าแจ็คเก็ตแบบนี้เขาใช้เวลาทั้งวันกว่าจะได้สักตัวหนึ่ง

ส่วนกางเกงด้านขวาคือ Vintage Khaki US Army ปี 1950 พี่จักรใช้กางเกงที่เป็นยูนิฟอร์มของทหารสหรัฐอเมริกา เอามาทำใหม่โดยใส่วิญญาณความเป็นเขาลงไปจนได้ออกมาหน้าตาประมาณนี้ และผ้าที่ถูกนำมาใช้ต้องมาจากยุคเดียวกันอย่างแน่นอน

ต่อด้วยกางเกง Corduroy ที่เย็บใหม่ขึ้นมาทั้งตัว มีลักษณะเดียวกับกางเกงทรง Military ซึ่งตัวนี้พี่จักรได้แรงบันดาลใจมาจากยูนิฟอร์มของทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง

ตัวสุดท้ายคือกางเกงผ้าเดนิมสไตล์ Boro ที่ทำขึ้นมาใหม่ทั้งตัวโดยการนำผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยมาเย็บต่อกันเป็นแพทเทิร์นในแบบฉบับของเขาเอง และยังมีกิมมิคที่สามารถพบได้ในงานของพี่จักรหลายๆ ชิ้นอย่างป้ายแคร์ที่บอกถึงวิธีดูแลกางเกงตัวนั้นๆ

Related Stories

Q&A
FOUR SIMPLE WAYS TO PULL OFF WORKWEAR JACKETS
4 วิธีเลเยอร์เสื้อตัวนอกที่เรียกได้ว่าครอบจักรวาล
Read More
Levi's 501 jeans
Levi’s
THE LOWDOWN ON LVC 501 JEANS
ตั้งแต่การเลือกรุ่นปีไปจนถึงวิธีการสวมใส่ให้อยู่หมัด นี่คือสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับต้นตำรับยีนส์ที่สร้างชื่อให้กับลีวายส์
Read More
Q&A
WHAT TO WEAR TO A VINTAGE-THEMED WEDDING?
กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ใหม่ “Query & Advice” พื้นที่สนทนาที่เราจะมาไขข้อสงสัยให้คุณทุกวันศุกร์
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.