News

THE BIGGEST TRENDS OF 2020

20 January 2020

บทความโดย Kantinan Srisan, Style Editor, W. MINISTRY
ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY
กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

กระแสใหม่ของ 5 วงการ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปี 2020

ผ่านไปแล้วสำหรับเรื่องราวในปี 2019 หากจะเรียกว่าเป็นหนึ่งในปีที่มีหลายสิ่ง หลายกระแส และหลายการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็คงจะไม่ผิดนัก บ้างดีและไม่ดีผสมปนเปกันไป แต่กระนั้นแล้วความผันแปรดังกล่าวก็ยังคงเกิดขึ้นอยู่เสมอเสมือนเป็นวัฏจักรอย่างหนึ่ง ซึ่งอย่างที่รู้กันดีว่าในแต่ละปีนั้นการกำหนดหรือ Set Trend ล่วงหน้า คาดการณ์ว่าสิ่งใดกันที่จะก้าวเท้าเข้ามายื่นใบสมัครลงแข่ง และเจ้าเก่ารายใดที่จะยอมถอดใจยื่นใบลาออกมอบสนามให้กับคลื่นลูกใหม่ที่จะเกิดขึ้นนั้น เสมือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอย่างหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นในด้านของเทคโนโลยี การใช้ชีวิต กิน ดื่ม เที่ยว ความบันเทิง และอีกมากมาย และเพื่อเป็นการเปิดศักราชใหม่อย่างสร้างสรรค์สำหรับปี 2020 ในบทความนี้เราจึงอยากมาอัพเดทกระแสที่จะเกิดขึ้นใน 5 แวดวงที่ต่างกัน ให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้และเตรียมตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้กันก่อนใคร


Grooming Industry

การกรูมมิ่งร่างกายแบบเฉพาะบุคคล หรือ Bespoke Grooming จะกลายเป็นหนึ่งในกระแสด้านความงามได้รับความนิยมในหมู่สุภาพบุรุษมากขึ้น สืบเนื่องจากการที่ผู้ชายหันมาใส่ใจในการดูแลตัวเองในระดับที่มีความละเอียดอ่อนมากขึ้น การมองหาสิ่งที่แตกต่างแต่อัดแน่นด้วยคุณภาพที่มาพร้อมกับความเป็นส่วนตัวมากกว่าปกติ จึงกลายเป็นรูปแบบหนึ่งของการบริการที่มีอัตราเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงไปข้อมูลรองรับทางสถิติจาก Cosmoprof ได้เผยกับเราว่ากว่า 35% ในหมู่บุรุษสัญชาติอิตาเลียนสนใจในการดูแลตัวเองแบบเฉพาะบุคคลมากกว่าการใช้เครื่องประทินผิวหรือบริการแบบทั่วไป และกว่า 31% ในเมืองจีนมองว่าการความเป็น individuality คือนิยามใหม่ของความหรูหราโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความงาม และ 40% ของชายวัยกลางคนจากโพลสำรวจของสหรัฐอเมริกาเผยว่า เหล่าสกินแคร์ที่วางขายทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าหรือเคาน์เตอร์ใช้ไม่ได้ผลกับสภาพผิวที่หลากหลายของพวกเขา

ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เราหมายใจได้ว่าการกรูมมิ่งแบบส่วนตัวนี้จะเป็นสิ่งที่เข้ามาแย่งส่วนแบ่งของตลาดและความนิยมจากผู้บริโภคในแวดวงความงามอย่างรุนแรงในปีนี้ และหากคุณอยากจะทดลองรับบริการในลักษณะนี้ดูสักครั้ง Truefitt & Hill ณ The Artisan’ Royal Club จะเป็นทางเลือกที่ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน


Fashion Industry

กระแสความยั่งยืนหรือ Sustainability ในแวดวงเครื่องแต่งกายยังคงเป็นหนึ่งในผู้ลงสมัครท้าชิงความสนใจในปี 2020 ที่มาพร้อมกับลูกเล่นใหม่ๆ ที่จะยิ่งทวีความรุนแรง และเป็นที่ใส่ใจของสังคมมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา การเลือกใช้วัสดุที่มีพื้นฐานมาจากธรรมชาติหรือการเลือกใช้กรรมวิธีที่ทำร้ายสภาพแวดล้อมให้น้อยที่สุดคือไฮไลท์ของปี 2019 แต่สำหรับ 2020 นี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นและเครื่องแต่งกายได้ตัดสินใจรุกคืบเข้าสู่สนามแห่งนี้อย่างเต็มตัวมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดสรรแคมเปญเชิงแฟชั่นต่างๆ ที่มีความสอดคล้องไปกับการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม

อาจจะด้วยเรื่องที่ว่าแวดวงแฟชั่นนั้นเป็นอุตสาหกรรมที่ส่งผลเสียต่อธรรมชาติและสร้างปริมาณมลพิษมาก หลายต่อหลายแบรนด์จึงทำการรังสรรค์กิจกรรมมากหน้าเพื่อทดแทนสิ่งที่ได้ทำลงไป อย่างเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาต้นไม้ที่ใช้ในการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ได้ถูกนำไปปลูกใหม่อีกครั้งรอบกรุงปารีส หรือการสมัครใจร่วมกันใช้ Carbon neutral footprints ของหลากหลายห้องเสื้อ

รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ของ Gucci ในปีนี้ที่จะสนับสนุนให้มีความเป็น Sustainability มากขึ้นและยัง ผสมเข้ากับสี Pantone ประจำปี 2020 ที่มาในโทน Classic Blue 19-4052 ที่หมายความถึงความสงบและกลิ่นของธรรมชาติ ก็พอจะอนุมานได้ระดับหนึ่งว่ากระแสนี้จะยังคงอยู่กับอุตสาหกรรมแฟชั่นไปอีกนาน

และในปีนี้จะเป็นปีที่ผู้บริโภคต่างหันมาตอบรับในเชิงปฏิบัติและมีส่วนร่วมกับแคมเปญรักษ์โลกจากบ้านแฟชั่นมากขึ้นกว่าปีที่แล้วอย่างแน่นอน ซึ่งในบ้านเราเองก็มีผลงานจากฝีมือนักออกแบบชาวไทยบางส่วนที่ได้เริ่มต้นกับเรื่องนี้ไปบ้างแล้ว อย่างการร่วมมือกันของ Dry Clean Only x Disaya กับแนวทางการรีไซเคิลเสื้อผ้าคอลเลคชั่นเก่ามาปรับเปลี่ยน ดัดแปลง สู่ชิ้นงานสร้างสรรค์รูปแบบใหม่อีกครั้ง ที่พึ่งออกจำหน่ายเมื่อไม่นานมานี้


Technology Industry

ส่วนในแวดวงด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแล้วนั้นนอกจากการพัฒนาระบบ Virtual Reality และ OTT Video ที่มีเสถียรภาพมากขึ้นขึ้นในทุกๆ ปีแล้วนั้น สิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์หรือ ระบบปฏิบัติการ “Artificial Intelligence” จะเข้ามามีส่วนร่วมในหลากหลายบริบทการใช้ชีวิตของมนุษย์มากขึ้นและมีความสมบูรณ์มากขึ้นไม่ว่าจะเป็นระบบยานยนต์ที่ไร้คนขับ การสั่งการสิ่งต่างๆ ผ่านระบบความคิดควบคู่ไปกับอุปกรณ์อย่าง AlterEgo หรือหุ่นยนต์ปฏิบัติการอัจฉริยะที่สามารถพูดคุยและตอบโต้กับมนุษย์ได้อย่างลื่นไหล (และไม่ใช่การพูดโดยการโปรแกรมรูปประโยคเอาไว้) อย่าง Sophia Robot เองก็เกิดขึ้นและได้รับการปรับพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงนวัตกรรมใหม่ที่ช่วยให้การเจ็บไข้ได้ป่วยของผู้คนไม่จำเป็นต้องเดินทางไปยังโรงพยาบาลอีกต่อไปอย่างระบบ Telemedicine จากที่เคยต้องมีผู้ประสานงานคอยให้คำปรึกษาและบริการตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้ล้วนจะถูกแทนที่ด้วยระบบปฏิบัติการปัญญาประดิษฐ์ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน เพื่อร่นระยะเวลาและการคิดคำนวนที่ละเอียดแม่นยำกว่าสายตาของมนุษย์ ซึ่งแม้ในบ้านเราอาจจะยังไม่มีความเคลื่อนไหวในด้านเทคโนโลยีที่ว่าสักเท่าไหร่นัก แต่อีกไม่นานนวัตกรรมที่ก้าวหน้าจะต้องไหลเข้ามาอย่างแน่นอน


Eat & Drink Industry

สำหรับผู้ใดที่ชื่นชอบในรสสัมผัสของเครื่องดื่มแอลกอฮอลแต่ไม่อยากที่จะขาดสติและต้องพึ่งพารถโดยสาธารณะในการเดินทางกลับบ้าน ก็ต้องบอกว่าเป็นนับเป็นข่าวดีอย่างหนึ่งในปีนี้ เพราะ Alcohol-Alternative drinks หรือเครื่องดื่มประเภทเบียร์และอื่นๆ ที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอลกำลังจะกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ที่ได้รับความนิยม ซึ่งนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีอย่างมากสำหรับคนที่ต้องการมีสติแต่ติดรสหอมของเครื่องดิ่มแอลกอฮอล์ ฉะนั้นแล้วก็พอที่จะหวังใจได้ว่าการออกท่องราตรีตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ในปีนี้ของคุณจะราบรื่นและปลอดภัยมากกว่าที่เคย อย่างที่เราได้เห็นเครื่องดื่มประเภทเบียร์ที่สกัดเอาแอลกอฮอล์ออกจนเหลือ 0% และเรียกว่าพวกเครื่องดื่มมอลต์ก็น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ชัดเจนสำหรับเรื่องนี้

รวมไปถึงข่าวดีในแง่ของอาหารการกินสายรักษ์โลกก็เช่นกัน เพราะกระแสอย่าง Regenerative Agriculture หรือการฟื้นฟูหน้าดินและการอนุรักษ์สมรรถภาพของแหล่งเพาะปลูก กำลังเป็นอีกหนึ่งกระแสที่กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดทอนความเสียหายและยับยั้งการสึกหรอของสภาพแวดล้อมที่จะเกิดขึ้นจากการเพาะปลูก อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการตื่นตัวต่อเรื่องผลกระทบต่อสภาวะสิ่งแวดล้อมของโลกของผู้บริโภคในปัจจุบัน


Travel Industry

จากนี้ไป หอไอเฟล บิ๊กเบน เรือกอนโดล่า หรือแลนด์มาร์กหลักตามหัวเมืองท่องเที่ยวอาจไม่ใช่จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวมือฉมังให้ความสนใจอีกต่อไป เพราะจากการสำรวจด้านสถิติกว่า 54% ของ booking.com พบว่าผู้ใช้บริการโดยส่วนใหญ่ ณ ตอนนี้เลือกเปลี่ยนเป้าหมายการท่องเที่ยวจากสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังไปยังแหล่งพื้นที่ที่ยังไม่ชุกชุมไปด้วยผู้คนหรือถูกเยื่ยมเยียนมากนัก และกว่าครึ่งของผู้โดยสารยังสนใจจุดหมายปลายทางที่เป็นทางเลือกมากกว่าปลายทางหลักอย่างหัวเมืองท่องเที่ยวต่างๆ อีกด้วย สิ่งเหล่านี้ต่างเป็นผลกระทบลูกโซ่ของการพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ที่เมื่อการท่องเที่ยวต่างแดนในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ง่ายดายกว่าช่วงทศวรรษที่ผ่านมาอย่างมาก อีกทั้งสายการบินทั้งหลายต่างยื่นข้อเสนอราคาค่าตัวของการเดินทางที่ถูกลงจนบางรายถึงกับขาดทุนเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดของสงครามการท่องเที่ยวมาเป็นของตน แม้จะนับเป็นผลประโยชน์ที่เข้าตาสำหรับผู้บริโภคอย่างเราๆ ที่สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ด้วยงบประมาณที่ต่ำลง

แต่กระนั้นเมื่อการเข้าถึงเป็นไปได้อย่างง่ายดายมากขึ้น ความน่าสนใจของแลนด์มาร์กในแต่ละเมืองก็ถูกลดทอนลงด้วยความแมสและจำนวนผู้เยี่ยมชมที่มากขึ้น จนความน่าสนใจที่ล่อตาล่อใจผู้บริโภคตกไปเป็นของเหล่าดินแดนห่างไกลที่ผู้คนเสียแทน ทั้งนี้ต้องขอบคุณเหล่าแอปพลิเคชั่นท่องเที่ยวมากหน้าอย่าง Airbnb และอื่นๆ ผู้อยู่เบื้องหลังการปลุกปั้นและชี้ลายแทงแหล่งที่พักรูปแบบใหม่ๆ ด้วยเช่นกัน ที่นับเป็นการเพิ่มทางเลือกของการเดินทางครั้งใหม่ของคุณให้เกิดความน่าสนใจและตราตรึงความทรงจำได้มากกว่าทริปเดินทางต่างเมืองแบบสามัญทั่วไป

Related Stories

Verso Super Facial Serum, Indie Lee COQ-10 Toner, Costa Brazil Kaya Jungle Firming Oil, Dr. Barbara Sturm Sun Drops, Omorovicza Balancing Moisturiser
Grooming
NICHE SKINCARE BRANDS FOR BETTER SKIN
5 แบรนด์สกินแคร์ Niche ที่ตอบโจทย์ทุกสภาพผิว พร้อมค้นพบเรื่องราวเบื้องหลังแบรนด์ที่น่าสนใจ
Read More
Conscious_Traveller_2020_Holiday_Travelling
Travel
WHERE CONSCIOUS TRAVELERS GO ON HOLIDAY IN 2020
5 ที่พักสำหรับนักเดินทางยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
Read More
News
OUR TAKE ON THE BIGGEST MENSWEAR TRENDS OF SS 2020
เป็นอีกครั้งที่เรารวบรวมสไตล์และความน่าสนใจจากแฟชั่นโชว์มาฝาก
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.