Ford Mustang

Automobiles

THE FORD MUSTANG

10 May 2017

จากยานยนต์ที่เกิดมาเพื่อ ‘กรรมาชน’ จนกลายเป็นไอคอนของรถสปอร์ตอเมริกัน

The Birth

มันไม่ได้เกิดมาเป็นรถสปอร์ตหรู Ford ตั้งใจทำออกมาให้ Mustang เป็นรถสปอร์ตของชนชั้นกลาง โดยราคาในปี 1964 ปีแรกที่ออกขายคือ 2,368 เหรียญ ซึ่งถูกกว่ารถสปอร์ตอื่นๆในตลาดถึงเกือบครึ่ง

ด้วยราคาที่คนทั่วไปจับต้องได้ บวกกับการโหมโฆษณาอย่างหนักในช่วงแรก (Ford ถึงกับลงโฆษณาในแมกกาซีนให้คนรอชมโฆษณา Mustang ทางโทรทัศน์) ทำให้ยอดขายของ Mustang ในปีนั้นเป็นตัวเลขที่ทำให้ผู้ผลิตเองยังตกใจ โดยมียอดขายมากกว่าสี่แสนคัน จากที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะขายได้ไม่เกินหนึ่งแสนคันในปีแรก

Ford Mustang Ad
Image courtesy: Ford Motor Company

Creation of the ‘Pony Car’ Class

ด้วยความ ‘ใหม่’ ของ Mustang ทำให้มันเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคู่แข่งในสามปีแรกที่ออกจำหน่าย และความสำเร็จของมันก็ทำให้ค่ายรถยนต์อื่นๆหวังจะมาแย่งส่วนแบ่งในตลาดที่ Mustang สร้างขึ้นมาใหม่ ทำให้เกิดประเภทรถที่เรียกว่า Pony Car ขึ้นมา โดยเป็นรถสปอร์ตอเมริกันสองประตู หน้ายาว ท้ายสั้น และมีกระจังหน้าแบบ “อ้าปาก” ซึ่งคู่แข่งรายสำคัญของ Mustang ก็คือ Chevrolet Camaro

Ford Mustang

Ford Mustang

Becoming a Movie Star

ถึง Mustang จะไม่ได้เกิดมาเป็นรถหรู แต่รูปลักษณ์ที่โดดเด่นก็ได้พาให้มันกลายเป็นดาราภาพยนตร์ โดยในปี 1964 ได้ไปไล่กวดกับรถของ James Bond ในเรื่อง Goldfinger และในปี 1968 มันก็ได้ไปเป็นตัวเอก (รองจาก Steve McQueen) ในฉากการไล่ล่าด้วยรถยนต์ที่โด่งดังฉากหนึ่งของฮอลลิวูดจากเรื่อง Bullit หลังจากนั้นเป็นต้นมา Mustang ก็ได้ปรากฏตัวในหนังฮอลลีวูดเป็นประจำ โดยบางครั้งถึงกับเป็นตัวละครหลักเลยทีเดียว อย่างเช่นใน Gone in Sixty Seconds ทั้งฉบับดั้งเดิมในปี 1974 และฉบับทำใหม่ในปี 2000

Ford Mustang in Built and Goldfinger

The Shelby Mustang

หลังจากประสบความสำเร็จทางการตลาดแล้ว สิ่งที่ Mustang ยังต้องการในฐานะรถสปอร์ตก็คือการวิ่งผ่านธงตราหมากรุกในสนามแข่ง เพื่อการนี้ Ford ได้ติดต่อไปยัง Caroll Shelby ให้นำ Mustang ไปทำให้มีสมรรถนะสูงขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้นั้นนอกจากจะเป็นถ้วยรางวัลจากการแข่งขันมากมาย ยังได้ยานยนต์ที่มีรูปทรงและรายละเอียดอันน่าหลงใหล ดังเช่น 1965 Shelby Mustang GT350 คันนี้

Ford Mustang

Ford Shelby Mustang
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.