Lexus

THE ULTIMATE CRAFTSMANSHIP

10 December 2017

กราฟฟิกดีไซเนอร์คนโปรดของเราจะมาถอดรหัส ศาสตร์และศิลป์ของรถยนต์ LS โฉมใหม่ ที่ประณีตลุ่มลึกตั้งแต่ภายนอกจรดภายใน

Story advised by Charnwit Sanpanich, Design, W.MINISTRY
Meet all the W.MINISTRY Aficionados here


God is in the details.

เมื่อมาถึงเรื่องรายละเอียดความวิจิตรของการออกแบบรถ มีน้อยคนที่จะทุ่มเทไปไกลกว่าทีมออกแบบที่ Lexusระดับของความคลั่ง ที่หลายคนอาจเลือกแทนที่ด้วยคำว่าหมกมุ่นนั้น เลยจุดที่เรียกว่าสุดขอบความต้องการพื้นฐาน แต่นี่เองที่เป็นจุดประสงค์ของการครอบครองรถในคลาสนี้ – คุณไม่ต้องการเพียงสิ่งใดๆ ที่จัดว่าดีเลิศแบบธรรมดา ถ้ากล้าจินตนาการ วิศวกรและช่างฝีมือที่ถูกเรียกว่า “ทาคุมิ” ก็พร้อมจะไปสุดทางกับคุณ ทีมออกแบบของ Lexus เข้าใจถึงพื้นที่พิเศษนี้ จุดนัดพบที่สงวนไว้ให้กับนัยน์ตาและทัศนคติที่คู่ควรกับคุณค่าของ Lexus ไม่แปลกเลยที่ศิลปินอังกฤษรุ่นเฮฟวี่เวทอย่าง David Hockey เลือก LS 460 เป็นรถที่เขาใช้งาน ส่วน LS 600h ของ Paul McCartney เป็นรุ่นผลิตพิเศษที่ปราศจากส่วนประกอบที่ทำมาจากสัตว์ ตามคำขอของหนึ่งในตำนานสี่เต่าทองนั่นเอง

นอกจากเรื่องของความเงียบในห้องโดยสารที่เป็นจุดแข็งของ Lexus ตั้งแต่วันแรกที่ LS 400 ออกจากสายพานการผลิตในปี 1990 ทีมออกแบบได้เรียกบริษัทยามาฮ่าเข้ามาเพื่อทำการปรับเสียงของเครื่องยนต์ให้เข้าไปอยู่ในเกณฑ์ที่เป็นมิตรกับโสตการรับเสียงที่สุด เพราะพวกเขาเชื่อว่าความสวยงามนั้นเป็นสิ่งที่รับรู้ได้ด้วยทั้ง 5 เซนส์ของมนุษย์


ผมมักจะมองหารายละเอียดที่เกินความคาดหมายในดีไซน์หลายครั้งมันจะซ่อนอยู่ เพื่อรอให้เราค้นพบ


รายละเอียดต่างๆที่ใช้ในการตกแต่งไม่ว่าจะเป็นแผ่นแก้วเจียระไน หรือแผ่นผ้าเส้นใยละเอียดที่พับจีบด้วยมือ ให้ความสวยงามที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับมุมที่มองและช่วงเวลาของวัน แสดงออกถึงความสมดุลในเชิงออกแบบอุตสาหกรรมและชิ้นงานศิลปะในตัว สะท้อนปรัชญา “Brave Design” ที่ Lexus ยึดมั่นได้เป็นอย่างดี “ในฐานะแบรนด์ Luxury สัญชาติญี่ปุ่น เราต้องการหลอมรวมเอาวัฒนธรรมและความประณีตบรรจงในงานฝีมือแบบญี่ปุ่นมาถ่ายทอดในเชิงศิลปะผ่านรถ Lexus ซึ่งแน่นอนว่า LS ก็คือด่านที่ท้าทายเป็นอย่างมาก” โคอิชิ ซูกะ หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ LS กล่าวถึงแนวคิดในการออกแบบรถรุ่น Flagship ที่ให้กำเนิดแบรนด์ Lexus เมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว


The Profile

แม้จอดอยู่นิ่งๆก็รู้สึกถึง Dynamic ที่เส้นสายต่างๆเลื้อยผ่านตัวรถเชื่อมเข้าไปถึงภายในอย่างลื่นไหล ทำให้รถดูมีชีวิต

ในบรรดารถทุกรุ่นที่ Lexus เคยผลิต LS คือโมเดลที่สะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้ดีที่สุด และยังเป็นรุ่นที่มากับประวัติเรื่องราวมากที่สุดอีกด้วย LS 2018 มาในรูปแบบที่เรียกว่า “Three-box” Sedan ที่กว้างสบายและหรูหรา โฉบเฉี่ยวขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าแบบที่เรียกว่าก้าวกระโดดด้วยสไตล์ Coupe 4 ประตู ระยะห่างระหว่างล้อหน้ากับล้อหลัง (Wheelbase) ที่ยาวขึ้นให้ดีไซน์ที่โออ่า แต่ปรับระดับความสูงของตัวถังให้ต่ำลงกว่ารุ่นก่อนหน้า 15 มิลลิเมตร (ส่วนของกระโปรงหน้าและหลังเองก็ถูกออกแบบให้ต่ำลงอีก 30 มิลลิเมตรและ 40 มิลลิเมตร ตามลำดับ) กรอบด้วยเส้นสายโค้งที่โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนโอบพื้นถนนอย่างลงตัว ดูเฉียบคมและทันสมัยขึ้นกว่า LS รุ่นก่อนๆ อย่างเห็นได้ชัด

LS ปี 2018 คือรุ่นแรกที่ Lexus ออกแบบ Sedan ให้มีกระจกแบบหกบาน คือมี 2 บานเล็กเพิ่มเข้ามาเชื่อมต่อกับกระจกประตูหลัง ช่วยให้คงดีไซน์ Coupe 4 ประตูแบบที่กล่าวข้างต้นได้โดยไม่ต้องสละพื้นที่ศีรษะของผู้โดยสารเบาะหลัง ภายในเต็มไปด้วยการผสมผสานของการใช้แพทเทิร์นและเท็กซ์เจอร์ที่มีชั้นเชิง ถือเป็นอะไรที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในการดีไซน์ภายในของรถยนต์ ทั้งหรูหราและละมุน แต่เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ ที่ให้สัมผัสที่ดีอย่างบอกไม่ถูก ล้อมรอบด้วยรายละเอียดที่ลึกซึ้ง นี่เป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาของการต้อนรับของญี่ปุ่นที่เรียกว่า Omotenashi


The Paint

ความภูมิใจในงานที่ถูกมอบหมาย ทำให้ทุกจุดมีรายละเอียดขั้นสุดเต็มไปด้วยเรื่องเล่าที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

Lexus มีทีมพิเศษที่อุทิศให้กับกระบวนการทั้งหมดของการออกแบบสี เหล่าผู้ออกแบบในทีมไม่เคยใช้สีที่มีให้เลือกอยู่แล้วเป็นทุนเดิม พวกเขาชอบที่จะรังสรรค์มันขึ้นมาใหม่ด้วยตัวของพวกเขาเอง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจำเป็นต้องใช้เวลากว่าสองปี โดยส่วนมากผู้ออกแบบมักรังสรรค์สีใหม่ๆ ขึ้นมาพร้อมกับยนตรกรรมใหม่ๆ โดยมีชื่อเรียกสีเฉพาะอย่าง โซนิคควอตซ์ แอมเบอร์คริสตัลชายน์ หรือ แมงกานีส ลัสเตอร์ ซึ่งเป็นตัวเลือกสำหรับ LS ปี 2018 เหล่านี้เป็นตัวอย่างจากตัวเลือกทั้งหมดกว่า 30 สีที่ Lexus ใช้รองรับรถทุกรุ่น เพื่อให้แน่ใจว่าทุกสีที่ใช้นั้นอิ่มด้วยมิติที่สวยงาม 

“พวกเราต้องการสีที่ทั้งเจิดจรัสและมืดหม่นในเวลาเดียวกัน โดยอาศัยการมองจากมุมที่แตกต่าง สิ่งที่ย้อนแย้งนี้เองที่ทำให้ยนตกรรมของเราดูมีเหลี่ยมมีมุม” สำหรับซูสุกิ นักออกแบบสีวัย 43 ที่ Lexus ผู้ที่ใช้เวลากว่าสองทศวรรษในสายอาชีพออกแบบนี้ เข้าใจดีกว่าใครถึงการสร้างสีที่จะเหมาะกับผู้ขับขี่ทั้งชายและหญิง และสามารถเสริมความหรูหราให้กับแบรนด์ได้ “สิ่งที่น่าแปลกใจเกี่ยวกับเรื่องสีคือ มุมมองของคุณเปลี่ยนไปตามฤดูกาล สภาพร่างกายและจิตใจของคุณ รวมถึงสิ่งที่คุณคิดว่ากำลังได้รับความนิยมในขณะนั้นด้วย” ซูสุกิกล่าว

ในการสเปรย์สีลงบนชิ้นส่วนของรถอาจยุ่งยากสักหน่อย ลองจินตนาการพ่นสีลงเป็นชั้นๆ อย่างไร้ริ้วรอย พ่นตัวเคลือบสีลงบนชั้นนั้นให้บางเท่าเส้นผม และทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ ทุกๆ 5 นาที ความผิดพลาดในการพ่นที่หนาไปหรือบางไปเพียงเล็กน้อย ถึงแม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะไม่สังเกตเห็น แต่จะถือว่าไม่ผ่านการประเมินผลของ Lexus อย่างแน่นอน 

Spindle Grille

กระจังหน้าสวยสะดุดตาในทุกมุมมอง ด้วยเส้นสายที่ถักทอ แบบคิดมาดีแล้ว ดึงดูดไม่ว่าจะมองจากมุมไหน

อีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนเป็นตัวเองขึ้นมากของ LS และรุ่นอื่นๆ ของ Lexus ในปัจจุบันคือ “Spindle Grille” ส่วนของกระจังหน้ารถเส้น 3 มิติที่ตัดขอบเป็นรูปนาฬิกาทราย ดูแข็งแกร่งดุดัน รับกันกับไฟหน้า LED รูปตัว L แหลม จริงๆ แล้ว Spindle Grille ไม่ใช่สิ่งประดิษฐ์ใหม่ของโลก แต่ต้องยกให้ความกล้าของทีมออกแบบ Lexus ที่ท้าทายหลายความคิดเห็น

Spindle Grille เผยโฉมครั้งแรกในรุ่น LF-CC สมัยที่ยังเป็นคอนเซปต์คาร์ แล้วจึงพัฒนามันจนกลายเป็น “โครงหน้าของรถ” ที่ดึงดูดสายตาจนผู้คนเริ่มจดจำได้ ในปี 2013 ยอดขายรถ Lexus ทะยานสูงสุดในรอบ 7 ปี โดย 30% ของทั้งหมดมาจากรุ่น ES ซึ่งมากับเจ้ากระจังหน้านี้ ส่วนในยุโรปยอดพุ่งขึ้นถึง 65% เทียบกับปีก่อนหน้า ฉะนั้นด้วยยอดขายที่ชี้ชัดเช่นนี้ จะกล่าวว่า Lexus ทำอะไรกล้าได้กล้าเสียแบบนี้ เพียงเพื่อยืนห่างต่างจากคู่แข่งอย่างเดียวนั้น ก็คงไม่ยุติธรรม

3D Hand-Pleated Fabrics

ถ้าจะพูดว่าส่วนไหนมีความสอดคล้องกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สุดเห็นจะเป็นส่วนนี้

Origami คือศิลปะการพับกระดาษเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดย้อนไปตั้งแต่ยุคเอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในรายละเอียดการตกแต่งภายในของ LS 500h ตลอดระยะเวลา 4 ปีเต็ม โคอิชิ ซูกะ ได้ร่วมงานกับฝ่ายสีและช่างฝีมือด้านสิ่งทอมือฉมังจากเกียวโตในการออกแบบแผงผ้าพับจีบด้วยมือที่ใช้ประดับแผงข้างประตู ที่ถูกนำมาพับเป็นทรงเรขาคณิตด้วยความประณีตชำนาญ เรียงรายทอทบกันเกิดเป็นพื้นผิว 3 มิติที่สร้างแพทเทิร์นหรูหราในศิลปะแบบดั้งเดิม ให้ความสวยงามที่เปลี่ยนไปตามสภาพแสงแต่ละชั่วขณะ



Kiriko-cut Glass

เหมือนงานศิลปะที่อาศัยความเข้าใจที่ลึกซึ้งของทั้งผู้สร้างและผู้ครอบครอง

ที่อยู่ติดกันกับแผงผ้าพับจีบด้วยมือและที่เปิดประตูรถ คือหนึ่งองค์ประกอบที่เป็นที่สุดของเอกลักษณ์ภายใน Lexus LS 500h โดยปกติแล้วแผ่นแก้วมักไม่ได้ถูกใช้เป็นชิ้นส่วนภายในของประตูรถ แต่ด้วยแรงบันดาลใจจากศาสตร์และศิลป์ “Kiriko-cut Glass” หรือแผ่นแก้วเจียระไน อีกหนึ่งเอกลักษณ์งานศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ได้รังสรรค์ความพิเศษสุดให้แก่ Lexus เพื่อพุ่งทะยานไปอีกระดับหนึ่งของศิลปะในโลกแห่งยนตกรรมที่ไม่อาจพบเห็นที่ไหนมาก่อน กอปรสร้าง แก้ไข กอปรสร้าง แก้ไข ผ่านไปไม่รู้สักกี่รอบ จนในท้ายที่สุดช่างฝีมือก็สามารถสร้างชิ้นกระจกที่พิเศษสุด สวยงามที่สุด และในขณะเดียวกันแข็งแกร่งทนทานที่สุดด้วยเทคโนโลยีแห่งอุตสาหกรรมกระจกที่ก้าวล้ำทันสมัย ชมขั้นตอนเต็มๆได้ในวิดีโอด้านล่างนี้



Shimamoku Steering Wheel

รูปแบบที่เกิดขึ้นจากฟังก์ชั่นและสุนทรียะในจิตใจของเหล่าทาคุมิ ทำให้รถมีเสน่ห์ เป็นเครื่องจักรที่ทำด้วยมือมนุษย์

การเป็นเจ้าของรถ Lexus LS นั้นไม่ต่างอะไรกับการครอบครองผลงานศิลปะชิ้นงามโดยศิลปินชาวญี่ปุ่น ทีมออกแบบไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับส่วนที่เราจะต้องเห็นและสัมผัสมากที่สุดส่วนหนึ่งอย่างพวงมาลัยรถ เทคนิคที่เรียกว่า Shimamoku ถูกใช้ในการสร้างโครงส่วนโค้งที่จับพวงมาลัย เกิดจากการตัดไม้เป็นเลเยอร์บางๆ สลับสีเทากับดำจำนวนหลายชั้น เพื่อให้เกิดเป็นลวดลายและมิติที่สวยงามมีชั้นเชิง ถูกบีบอัดเข้าเครื่อง ขึ้นทรง และขัดเกลาจนได้รูปทรงโค้งมนที่ไร้รอยต่อ กระบวนการที่ว่านี้กินเวลาทั้งสิ้น 38 วัน กดชมในวิดีโอเพื่อตามไปดูทั้ง 67 ขั้นตอนกว่าจะได้เป็นที่จับพวงมาลัยแสนประณีตนี้

Laser-cut Woodwork

เพราะไม่ใช่วัสดุสังเคราะห์ การคัดเลือกไม้ที่สวยอาศัยความเข้าใจในวัตถุดิบธรรมชาติ การฝึกฝน รวมไปถึงสัญชาตญาณ

ในรุ่นที่ไม่ได้เลือกเอาแผงผ้าพับจีบด้วยมือและแผ่นแก้ว Kiriko ความสวยงามนั้นไม่ได้ลดน้อยลงไป ด้วยความต้องการของซูกะ ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอุตสาหกรรมงานไม้ที่แสนละเอียดอ่อนมาหลอมรวมกับเทคโนโลยียิงเลเซอร์ที่เหนือชั้นของ Lexus ชิ้นไม้ทุกชิ้นที่ใช้เป็นองค์ประกอบของห้องโดยสาร ล้วนถูกแต่งแต้มด้วยช่างฝีมือทาคุมิที่เปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ เกิดเป็นลวดลายที่เป็นปัจเจก ว่ากันว่าไม้ทุกชิ้นที่ประดับในรถยนต์ Lexus หนึ่งคันจะถูกระบุตัวเลขเพื่อให้แน่ใจว่ามาจากต้นไม้ต้นเดียวกัน ในท้ายที่สุดภาพรวมของงานไม้และงานโลหะสามารถหลอมรวมกันได้อย่างลงตัวละเอียดละออจนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่น เช่นเดียวกับส่วนอื่นๆที่กล่าวมา วิดีโอนี้จะอธิบายได้ภาพที่ชัดเจนที่สุด

Related Stories

Lexus
THE OPEN ROAD WITH MR. FRANCESCO LENZI
อิสรภาพในเส้นทางที่เปิดกว้างของเชฟฟรานเชสโก เลนซี กับรถ Lexus RX 300
Read More
Parin Sarasin Mudhitha Sarasin Malin Sarasin
Lexus
THE NEXT CHAPTER WITH MR. PARIN SARASIN
บทบาทความเป็นพ่อของคุณปรินท์ สารสิน บอกเล่าผ่านวันหยุดสุดสัปดาห์กับรถ Lexus RX 300
Read More
Illustration of Lexus car
Lexus
INSIDE THE LEXUS TECHNOLOGIES
การตีความคำว่าเทคโนโลยีของเลกซัสนั้นลึกซึ้งกว่าปกติเสมอ แต่ที่ท้าทายกว่าคือการผนวกความก้าวล้ำเข้ากับการใช้งานจริงของรถยนต์
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.