Watches

THE VINTAGE ROLEX SUBMARINER COLLECTOR’S GUIDE PART 1

5 November 2017

คู่มือการซื้อ Submariner ฉบับสมบูรณ์ตอนที่ 1 โดยนักสะสม Rolex วินเทจผู้เป็น Aficionado ด้านนาฬิกาของเรา

Story by Bruce Rajatawipat, Horology Contributing Editor, W.MINISTRY
Meet all the W.MINISTRY Aficionados here

ว่ากันถึงบรรดาวัตถุสะสมทั้งหลายที่ผู้ชายทุกคนต่างแสวงหามาเป็นเจ้าของ ประโยคแห่งความหนักแน่นของใครหลายๆคนอย่าง “ในชีวิตนี้จะหา Rolex มาเป็นรางวัลให้กับตัวเองสักเรือน” แสดงถึงความสำคัญของ “นาฬิกาข้อมือ” หรือยิ่งไปกว่านั้น “นาฬิกา Rolex” ในฐานะตัวเต็งในลิสต์ ไม่ว่าจะออกมาจากปากผู้ชายวัยไหนก็ตาม ไกด์การเลือกซื้อฉบับนี้ของเราจัดทำขึ้นเพื่อเป็นคู่มือสำหรับนักสะสม รวมถึงผู้ที่กำลังจะกลายมาเป็นนักสะสมด้วยเช่นกัน แม้วันนี้หลายคนอาจจะยังไม่ได้ตั้งใจ “ลงลึก” แต่เรามั่นใจว่าข้อมูลความรู้ที่ได้กลับไปจะช่วยให้การตามล่า Vintage Rolex Submariner มีความหมายที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น

Submariner คือ Rolex รุ่นเรือธงที่เหล่านักสะสมนาฬิกาวินเทจทั่วโลกเป็นต้องเอ่ยชื่อเมื่อมาถึงเรื่องนาฬิกาวินเทจ โดย Submariner ที่เป็นที่ต้องการหนีไม่พ้น 2 รุ่นที่มีชื่อเสียงเลื่องลือ ได้แก่ Reference 5513 และ 1680 โดยในไกด์การซื้อฉบับนี้ เราจะมาพูดกันถึงรุ่น 5513 กันก่อน

ซ้าย: 5512 และ 5513 Maxi Mk3 กับขอบ Bezel ในสภาพ Fade ระดับต่างๆ / ขวา: 1680 หน้าปัด Patina ออกเหลืองเข้ม

นาฬิการุ่นนี้ไม่ว่าจะเป็นนักสะสมหน้าใหม่หรือหน้าเก่า ล้วนให้ความนิยมสะสมกันมากที่สุด เหตุก็เพราะความสวยงามอันสมดุลทางด้านงานศิลปะและความลงตัวของหน้าปัดที่ดูบึกบึน รวมถึงฟังก์ชั่นการใช้งานที่ดูเป็นการเป็นงาน ว่ากันว่าหากใครได้มีไว้ติดข้อมือจะเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นผู้รู้คุณค่าของงานศิลปะผสมผสานกลไกผ่านช่วงเวลากันเลยทีเดียว

แต่เนื่องด้วยจำนวนแบบหน้าปัดที่มีมากมาย หลายคนอาจเกิดความสงสัยในความแตกต่างอันน้อยนิดในนาฬิการุ่นนี้ ซึ่งในตอนที่ 1 นี้ เราจะแยกแยะหน้าปัดแบบต่างๆให้ทราบพอสังเขป

5513 Meters First / watchmywatch.fr

Rolex Submariner 5513 นั้นเริ่มต้นการผลิตตั้งแต่ปี 1962 จนสิ้นสุดในปี 1990 และได้ผ่านการปรับเปลี่ยนรายละเอียดดีไซน์หน้าปัดมามากมายหลายครั้งด้วยกัน โดยเราสามารถแยกลักษณะหน้าปัดได้เป็น 3 แบบคือ 1. Gilt Dial 2. Matte Dial 3. Glossy Dial โดยในบทความนี้จะเน้นไปที่หน้าปัดแบบผิวด้านหรือ “Matte dial” ในแบบที่ไม่โชว์วันที่ (No Date) เท่านั้น เนื่องจากเป็นชนิดหน้าปัดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

ซ้าย: 5513 Gilt Dial ขวา: 5513 Matte Dial / watchmywatch.fr

Matte dial ใน 5513 นั้นถือว่ามียอดการผลิตสูงกว่าหน้าปัดแบบอื่น เนื่องจากเริ่มต้นการผลิตตั้งแต่ปี 1966 จนถึงปี 1984 เกือบ 20 ปีที่มีการออกแบบหน้าปัดหลากหลายชนิดออกมาในแต่ละช่วงการผลิต ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 ชนิดย่อยตามปีผลิตดังนี้

1966-1970 Meters First

5513 Meters First / hqmilton.com

ในช่วงต้นหรือยุคปี 1967-1970 Rolex ใช้คำว่า “200 m = 660 ft” บนหน้าปัดของ 5513 จึงเป็นที่มาให้นักสะสมต่างเรียกหน้าปัดรุ่นนี้ว่า “Meters First” คือการนำหน่วยวัด meter ขึ้นก่อนหน่วย feet อีกจุดสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจคือความยาวของคำว่า “SWISS – T < 25” ที่ปรากฏอยู่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา จะมีความยาวตั้งแต่นาทีที่ 28 ถึงนาทีที่ 32

1969-1977 Feet First

5513 Feet First / hqmilton.com

ต่อมาในปี 1969 Rolex ได้ตัดสินใจทำการตลาดในสหรัฐอเมริกามากขึ้น จึงทำการเปลี่ยนคำเขียนบนหน้าปัดมาเป็น “660 ft = 200 m” อันเป็นที่มาของชื่อ “Feet First” ของหน้าปัดรุ่นดังกล่าว โดยจุดสังเกตใกล้เคียงกับหน้าปัดรุ่น Meters First ที่ความขนาดของคำว่า “SWISS – T < 25” ที่เขียนอยู่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา สั้นลงเล็กน้อย พูดอย่างแม่นยำคือ ตั้งแต่นาทีที่ 29 ถึงนาทีที่ 31

1977-1978 Pre-COMEX

5513 Pre-COMEX / hqmilton.com

ในปี 1977 Rolex ได้จับมือกับ COMEX บริษัทรับบริการดำน้ำชื่อดังของฝรั่งเศส เพื่อพัฒนานาฬิกาดำน้ำ ภายใต้รหัสรุ่น 5514 เนื่องจากหน้าปัดของ 5513 Pre-COMEX นั้นมีความคล้ายคลึงกับเจ้าสุดยอดนาฬิกาดำน้ำ 5514 มาก จึงได้รับฉายาว่า “Pre-COMEX”

ซ้าย: 5514 COMEX / watchmywatch.fr ขวา: 5513 Pre-COMEX / vintagehour.com

จุดสังเกตที่โดดเด่นของหน้าปัดรุ่นนี้อยู่ตรงที่ลักษณะมงกุฏที่มีความไม่สมมาตรเหมือนปกติ รวมถึงฟ้อนท์ที่ใช้เขียน “660 ft = 200 m” ที่จะแตกต่างไปจากรุ่นก่อน

1978-1984 Maxi Dial

ซ้าย: 5513 Maxi MK1 ขวาบน: Maxi MK1 ขวาล่าง: Maxi MK3 / hqmilton.com

หน้าปัดแบบ Maxi Dial นั้นมีจุดเด่นตรงขนาดของ Marker (จุดหลักชั่วโมง) ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การผลิตนาฬิกาของ Rolex สาเหตุในการขยาย Marker ของ Rolex ในครั้งนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงในวงการนักสะสมอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่สิ่งที่แน่ชัดคือกระแสของหน้าปัดรุ่นนี้ (ที่ราคาถีบตัวสูงขึ้นกว่า 1000% ภายในเวลาเพียง 5 ปี)

ขนาดของ Marker บน Maxi Dial (ซ้าย) เมื่อเทียบกับ Feet First (ขวา) / hqmilton.com

Maxi Dial เองนั้นมีถึง 5 รุ่นย่อย ซึ่งมีจุดแตกต่างกันตรงที่ขนาดของ Marker นี้เอง โดยรุ่น MK1 มีขนาดใหญ่ที่สุด และลักษณะฟ้อนท์และการจัดวางในการเขียน “660 ft = 200 m” ที่แตกต่างกันออกไป

ในตอนหน้า เราจะมาพูดกันต่อถึงโมเดลยอดนิยมจากรุ่นรหัส 1680 ซึ่งเป็นหน้าปัดแบบที่แสดงวันที่ (Date) ซึ่งมีอยู่ด้วยกันมากกว่า 10 แบบย่อย

Related Stories

Watches
THE VINTAGE ROLEX SUBMARINER COLLECTOR’S GUIDE PART 2
คู่มือการซื้อ Submariner ฉบับสมบูรณ์ตอนที่ 2
 โดยนักสะสม Rolex วินเทจผู้เป็น Aficionado ด้านนาฬิกาของเรา
Read More
Vintage rolex submariner
Watches
VINTAGE ROLEX ENTHUSIAST
จากความชื่นชอบสู่ความหลงใหลกลายเป็นความเชี่ยวชาญ ทั้งสั่งสมและสะสม บรูซได้ศึกษาโลกของนาฬิกา Rolex จนทะลุปรุโปร่ง และวันนี้เขาพร้อมจะแชร์มันกับเรา
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.