True Vintage

บทความโดย กรกฎ อุ่นพาณิชย์, Contributing Editor, W. MINISTRY

The Buyer’s Guide

True Vintage: งดงามในความไม่สมบูรณ์ เสน่ห์บางประการในของวินเทจที่หากคุณรู้…ก็คือคุณรู้

9 June 2021

หัดซื้อ หัดใส่ หัดเปิดใจ กรกฎ อุ่นพาณิชย์ ชวนคิดใหม่เรื่องของเก่า พร้อมชี้เป้าไอเทมเริ่มต้นสำหรับคนที่เริ่มมีใจให้ของวินเทจ

หนึ่ง มันคือการรับไม้ผลัดจากเจ้าของเก่า

“ของเก่าตามหาเจ้าของใหม่เสมอ จำไว้” บุรุษวินเทจเจ้าของรถขาวคันงามท่านหนึ่งเคยกล่าวกับผมไว้ ตอนที่ผมสัมภาษณ์เขาเรื่องรถเก่าสุดที่รัก

ผ่านมา 5 ปีคำนี้จึงเริ่มตกตะกอนในใจผม จริงของเขา แทบไม่มีสิ่งใดในโลกนี้ที่จะมีคนจับจองเป็นเจ้าของถาวร

มันเข้ามา มันผ่านมือ มันจากไป

ท่ามกลางกลุ่มคนที่เห็นคุณค่าของมัน ของชิ้นนั้นทำให้เจ้าของ (ชั่วคราว) รู้สึกว่าเขาร่ำรวยที่สุดในโลก แต่ในวินาทีที่คนเบือนหน้าหนี ให้ฟรีก็ไม่เอา ชีวิตเขาเหมือนครอบครองเศษซากอนุสาวรีย์ที่เคยรุ่งเรือง

แต่บางครั้ง มันอาจช่วยต่อลมหายใจให้เจ้าของเก่าที่บังเอิญต้อง ‘หิว’ เพราะถูกชีวิตและเศษฐกิจบีบคอ เขาจำต้องส่งต่อไม้ผลัด ซึ่งเจ้าของใหม่ที่เห็นคุณค่าต้องแลกมาด้วยเงินตราหลายเท่าจากราคาป้าย (ยิ่งถ้าของชิ้นนั้นอยู่ในสภาพ เก่าเก็บ หรือ deadstock) พร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้และรักษาของชิ้นนั้นอย่างดี

“คิดเสียว่า ครั้งหนึ่ง เราเคยได้ใช้ชีวิตร่วมกัน” นักเลงวินเทจอีกท่านเคยกล่าวไว้ในบทสัมภาษณ์ที่ไหนสักแห่ง อ่านแล้วได้กลิ่นควันบุหรี่ปนเศร้า กลิ่นสุรารสสะเด่าในลมหายใจ และกลิ่นของความอาลัยที่แฝงอยู่ในรอยยิ้ม

สอง นี่คือของที่ไร้ข้อกังขา

มันเอาชนะกาลเวลา และไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองกับใครหน้าไหน สำหรับผม หากของชิ้นนั้นถูกใช้มานานกว่า 20 ปี นั่นจึงจะถูกติดยศอย่างสมศักดิ์ศรีว่า ‘วินเทจ’ ถ้าเก่ากว่านั้นเกือบศตวรรษ นั่นมันแอนทีค แต่ถ้าน้อยกว่า 20 ปี นั่นมัน ‘ของมือสอง’

นั่นคือเหตุผลว่าทำไม Levi’s 501 Redline ริมแดงจากปี 1982 ยังทำให้หัวใจของวัยรุ่นยุคสองพันเต้นรัวพอๆ กับตอนที่พ่อเขาเห็นมันครั้งแรกในปี 82 ทำไมบริติชดัฟเฟิลโค้ทสีขาวครีม มรดกจากสงครามโลกครั้งที่สอง ตัวที่ Jean Cocteau หยิบมาใส่คลุมเชิ้ตขาวผูกไท เดินควงแขน Coco Chanel และ Francine Weisweiller บนถนน Via Veneto ของกรุงโรมในปี 1958 นั้น ยังมีราคาสูงลิ่วในตลาดวินเทจแอนทีค พร้อมทำให้คน ‘รู้’ มือสั่น ขณะเดียวกันก็ทำให้คน ‘ไม่รู้’ ส่ายหัว

ความคมของเชิ้ตขาวและเนคไทสี บวกความสำอางของดัฟเฟิลโค้ทขาวครีม (เชื่อเถอะว่าเขาตั้งใจเลือกใส่สีนี้ และต้องสีนี้) เมื่ออยู่บนตัว Jean Cocteau คือที่สุดของ personal style

อย่าเข้าใจผมผิดนะครับ ใช่ว่าของมือสองจะด้อยกว่าของวินเทจ (ผมเองมีเยอะมาก) มันแค่ต้องพิสูจน์ตัวเองอีกนิดว่าจะยืนหยัดเกิน 20 ปีหรือไม่ โดยมีเรา – ผู้ใส่ของมือสอง – ร่วมเป็นสักขีพยานในการเดินทางครั้งนี้ด้วยกัน เหนือสิ่งอื่นใดคือ ไม่ว่าจะถึง 20 ปีหรือไม่ หรือจะผ่าน 20 ปีมาอย่างสะบักสะบอมเพียงใด ตราบใดที่คนใส่ยังให้ค่า กาลเวลาก็เป็นแค่เรื่องสมมุติ

สาม มันโรแมนติกเหลือเกิน

จะมีอะไรโรแมนติกไปกว่าเสน่หาแห่งอดีต ของวินเทจเหมือนเป็นเครื่องย้อนเวลาที่ทำให้ผู้ใส่เห็นตัวเองเกิดใหม่ในยุคเก่า ไม่ตื่นเต้นหรือครับเมื่อเห็นตัวเองใส่แจ็คเก็ต Wrangler รุ่น 12 หยดในตำนาน คล้ายกับที่ John Lennon ใส่สมัยเจ็ดศูนย์ หรือจะเป็นรุ่นปิดซิปแบบ Cliff Booth ใส่เคล้ากลิ่นอายฮิปปี้ใน Once Upon a Time in Hollywood เสมือนว่าคุณได้ร่วมยุคสมัยไปกับความหลัง แต่ยังอยู่ในเวลาปัจจุบัน

ซ้าย: John Lennon กับ Wrangler 12 หยดในตำนาน / ขวา: Cliff Booth (แสดงโดย Brad Pitt) กับเดนิมแจ็คเก็ต Wrangler สุดไอคอนิกที่เขาใส่จนติดตาคนดูใน Once Upon a Time in Hollywood (2019)

ไม่อยากรู้หรือครับว่า หากเกิดในยุคทองของ Saturday Night Fever สมัยที่ Halston ไปปาร์ตี้กับ Andy Warhol คุณตอนนั้นจะแต่งตัวอย่างไร จะใส่เชิ้ต button-down ของ Brooks Brothers (นั่นคือยุคที่เชิ้ตปกกลัดกระดุมของแบรนด์ขนแกะทองคำยังท็อปฟอร์ม น่าใจหายที่เชิ้ตผลิตใหม่กลับไม่เหลือมรดกปกม้วนหรือ collar roll แบบสมัยก่อนอีกเลย) ​แล้วผูก repp tie ใส่ลีวายส์ (รุ่นเก่าที่เป็นไปได้ว่ายังใช้ผ้าที่ทอโดย Cone Mills White Oak ที่ปิดทำการไปแล้วในปี 2017 นั่นหมายความว่า ผ้าที่ทอที่นั่นคงเหลือเพียงตำนาน) สวมเบลเซอร์ทับและตบท้ายด้วย Cartier Tank แบบ Andy หรือคุณจะใส่สปอร์ตโค้ททับเสื้อคอเต่าแบบ Halston?

จากซ้ายไปขวา: Liza Minnelli, Bianca Jagger, Andy Warhol และ Halston กับความหวือหวาและบ้าคลั่งของยุคเจ็ดศูนย์ สังเกต collar roll ของปกเชิ้ต Andy และวิธีปล่อยปมไท และที่ขาดไม่ได้ลีวายส์ 501

อ่อ ลืมไปครับ เรามันเกิดอีกฟากฝั่งของโลก บางกอกเมืองเทวดาช่วงปลายสงครามเวียดนาม คุณไม่ใคร่จะอยากรู้หรือครับว่า หากได้ใช้ชีวิตในยุคเซเว่นตี้ส์ที่ฮิปปี้ตบเท้าเข้ากรุงเทพฯ เหมือนใน The Serpent คุณจะมีสไตล์และไลฟ์สไตล์แบบไหน จะใส่เชิ้ตแขนสั้นผูกไทแบบ Knippenberg ที่เขาเลือกไทในสีและลวดลายกลิ่นอาย psychedelic ที่ตอนนี้เราอาจจะพอหาได้ในร้านขายของเก่า เหมือนพวก Gucci หรือ Hermes วินเทจ ซึ่งจัดจ้านทีเดียวหากนับว่านี่คือช้อยส์ของนักการทูตหนุ่ม หรือคุณจะเลือกใส่เชิ้ตขาวปกใหญ่ๆ แบบที่ Alain Gautier ใส่ในบ้านคณิต ยังไม่นับลุคสูทฟ้าซีด powder blue ที่ว่ากันว่าตัดจากผ้าและบล็อคของ DAKS ในยุคเจ็ดศูนย์ (พร้อมกางเกงในทรง boot cut หน่อยๆ) ที่ Alain ใส่กับเชิ้ตผ้าไหมสีดำพร้อมแว่นทรงโอเวอร์ไซส์ สูทนั้นเป็นทรงและสีโทนอ่อนที่ผมไม่ค่อยจะเห็นคนยุคนี้ใส่นัก ถ้าใครใส่ในเวลานี้ คงโดนทักทันทีว่าแต่งตัวย้อนยุค หรือในเวลาลำลอง จะแต่งด้วย Wrangler สีฟ้าซีดที่ฟอกอ่อนจนคล้ายครามตกใส่เสื้อขาว ลุคไอคอนิกของตัวละครหลักจาก The Serpent

เพราะเราย้อนเวลากลับไปจริงๆ ไม่ได้ครับ แต่การได้ใส่ของที่มาจากยุคนั้น หรือได้สวมของที่ผลิตใหม่ แต่มีดีไซน์แฝงกลิ่นอายของยุคนั้นเอาไว้ ทำให้เราได้สวมบทบาทเป็นตัวเองในแต่ละยุคสมัย เสมือนได้ย้อนเวลากลับไปจริงๆ จนอยากจุดบุหรี่สูบมวนต่อมวน… อย่างน้อยก็ในเชิงความรู้สึก

ตามเข็มนาฬิกา: Alain Gautier (แสดงโดย Tahar Rahim) ในสูทฟ้า powder blue / ตัวละครเดียวกันในแจ็คเก็ตสีฟ้าซีดกับกางเกงขาม้าอ่อนๆ / Herman Knippenberg (แสดงโดย Billy Howle) กับเชิ้ตแขนสั้นและเนคไทสไตล์ psychedelic / Knippenberg ในสูทเทาคอนกรีตที่ดูทื่อๆ แต่ตัดกับเนคไทลายตาได้ดี

และสี่ ของวินเทจคือหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สวมใส่ได้จริง

คือครูประวัติศาสตร์ที่ไม่ยอมเกษียณตัวเอง มันสอนให้เห็นรากเหง้า ทำให้ผมเข้าใจที่มาของเสื้อผ้าในยุคปัจจุบัน เพราะเสื้อผ้าที่มนุษย์เลือกใส่นั้นล้วนสะท้อนค่านิยมและวิถีชีวิตของคนในแต่ละยุค มันไม่เคยแยกขาดจากประวัติศาสตร์ คุณจะไม่มีวันเข้าใจตัวเองในปัจจุบันได้เลย หากไม่เคยศึกษารากเหง้า และการใช้รูปแบบของความงามในปัจจุบันไปตัดสินความงามจากอดีตนั้น ไม่แฟร์อย่างยิ่ง

จำได้เลยครับว่า เมื่อเริ่มศึกษาและทดลองสไตล์ไปสักพัก ผมจะเริ่มติดกับดัก ‘ความเคยชิน’ โดยเฉพาะในฟิตติ้ง ยิ่งตอนที่พบกับการใส่เสื้อผ้า bespoke  กลายเป็นว่า ผมเริ่มหมกมุ่นกับความ ‘พอดีตัว’ ที่มากเกินพอดี

พอใส่เสื้อเชิ้ตยัดในแล้วเหลือผ้าออกมามากเกินไปจนพองคล้ายบอลลูน พาลจะทำให้ผมหงุดหงิดทุกครั้งว่า เสื้อตัวนี้ไม่พอดีกับตัวผม ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ยังไม่เคยมีปัญหากับมัน ไม่ใช่แค่ผมครับ หลายคนที่เริ่มศึกษาสไตล์ และกำลังสนุกกับการแต่งตัว พวกเขามักติดกับดักนี้และพาลทำให้การแต่งตัวไม่สนุก

มันลามมากระทั่งการใส่ของวินเทจครับ

ผมเคยซื้อสแล็ควินเทจมา เอวพอดี ออกจะสูงไปหน่อย แต่ก็สูงอย่างสมเหตุสมผลกับบริบทของสไตล์ในยุคนั้น แต่ขากางเกงนี่สิครับที่กลับใหญ่และออกจะ ‘ม้า’ อยู่หน่อยๆ ผมเอากางเกงตัวนั้นไปแก้ โชคดีที่ช่างค้านหัวชนฝา บอกดื้อๆ ว่าไม่ยอมทำให้

“เชื่อฉันสิ มันสวยแล้ว มันดีของมันแบบนั้นอยู่แล้ว จะไปแก้ทำไม”

ผมแอบหัวเสียครับ ไม่คุยกับช่างอยู่เป็นสัปดาห์ แต่พอกลับมาคิด ผมต้องขอบคุณเขา เพราะเราเอาความงามในยุคนี้ ไปตัดสินความงามในยุคอื่นไม่ได้ครับ การเมืองต่างกัน ค่านิยมต่างกัน บริบทต่างกัน จิตวิญญาณแห่งยุคสมัยเจ็ดศูนย์จะจางไปทันทีหากผมไปแก้ปลายขากางเกงตัวนั้นจากขาม้าเป็นขาตรง

เช่นกันกับเสื้อเชิ้ต เมื่อซื้อและใส่เชิ้ตวินเทจมากเข้า ผมพบความงามในความไม่พอดีนั้น

เรามักเห็น David Lynch ผู้กำกับชาวอเมริกันชื่อดังในเสื้อเชิ้ตติดกระดุมครบเม็ดถึงคอ เขาทำให้เราศรัทธาในภาพยนตร์เหมือนกับที่ทำให้เราเชื่อว่าเชิ้ตทรงหลวมแค่ไหนแต่ขนาดรอบคอต้องได้ที่

ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรอกครับหากคุณจะใส่เสื้อที่ทรงดูใหญ่กว่าตัวคุณสักหน่อย

ตราบใดที่ขนาดคอเสื้อพอดี ใส่มัน พับแขนขึ้นสามทบแบบไม่ตั้งใจ เอามันยัดในยีนส์ มันอาจพองออกมาเป็นบอลลูนบ้าง แต่นั่นคือสไตล์ไม่ใช่เหรอครับ? งานทางการหน่อยก็ใส่มันยัดในสแล็ค ปิดความพองของเสื้อด้วยเบลเซอร์ตัวเก่ง แล้วผูกปมไทเลื่อนไปจรดคอเสื้อที่ติดกระดุมคอได้พอดีกับคอเป๊ะ

ย้ำนิดครับว่า ความไม่พอดีที่จะงามได้ (ในทรรศนะของผม) นั้น ต้องเป็นความไม่พอดีในส่วนที่สะท้อนสไตล์แห่งยุคสมัย ถ้าจุดไหนที่ต้องพอดี ก็ต้องพอดี หากคิดจะสวมเชิ้ตตัวนั้นกับไท ก็ต้องแน่ใจว่าขนาดคอพอดีกับคอคุณ คนที่มีรอบคอ 14.5 นิ้วอย่างผม แต่ใส่เชิ้ตรอบคอ 15.5 นิ้วแล้วผูกไท ยังไงก็ไม่มีวันออกมาสวย ยกเว้นว่าคาแรกเตอร์คุณจะ ‘เอาอยู่’ และคุณต้องมองมันในเชิงแฟชั่น และหวังว่าผู้พบเห็นจะมองมันในเชิงแฟชั่นแบบเดียวกับที่คุณต้องการจะสื่อด้วย

ของวินเทจนั้นมักมีแพทเทิร์นที่ไม่เหมือนกับของปัจจุบัน และทำให้คนใส่ไม่คุ้นเคย แต่นั่นไม่ใช่หนึ่งในเหตุผลที่คุณเลือกใส่ของวินเทจหรอกเหรอครับ?

สำหรับผม ใช่ และมันคือเหตุผลหลักด้วยในตอนนี้

ฉากหนึ่งจาก Seinfeld ซิทคอมยอดฮิตที่ออกอากาศช่วงปลายยุค 80s ถึงกลางยุค 90s ภาพด้านบน Jerry Seinfeld ในชุดที่คุ้นตา เชิ้ตปกกลัดกระดุมกับลีวายส์ 501 ว่ากันว่าเขาและ George Costanza ตัวละครหลักอีกรายในเรื่อง คือจุดเริ่มต้นของสไตล์ที่เรามาเรียกกันทีหลังว่า normcore

มีไอเทมวินเทจชิ้นหนึ่งที่ผมเห็นมันแล้วต้องซื้อทุกครั้ง คือเชิ้ต OCBD ของ Brooks Brothers และต้อง Made in USA เท่านั้น ผมเห็นด้วยครับว่า เมดอินอะไรนั้น ไม่ใช่การการันตีคุณภาพของเสื้อผ้า (เสมอไป)​ ผมไม่ได้ ‘บ้าชื่อ’ ครับ แต่คนรู้จะรู้ดีว่า เชิ้ต button-down ของ Brooks Brothers รุ่นเก่าๆ ที่ผลิตในอเมริกานั้นคือต้นตำรับ (ที่ทุกวันนี้แทบไม่มีแล้ว) ปกเสื้อ (ไม่อัดกาว) ที่ม้วนเป็นตัว s ยามกลัดกระดุม แม้จะนิ่มแต่ปกยังตั้ง ในองศาที่ไม่โค้งจนดูจงใจเหมือนที่แบรนด์ใหม่ๆ ชอบทำกันในทำนองว่า เอ้า! อยากได้ปกโค้ง งั้นโค้งให้สุด สุดท้าย โค้งจนเลี่ยน พูดง่ายๆ collar roll ในองศาที่พอดีคือความลับของ made in USA Brooks Brothers

Andy Spade, Button Down Shirt
Andy Spade เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าเฉพาะเจาะจงกับการเลือกเชิ้ต button-down และจัดการกับมันได้อยู่หมัดทุกลุค

เวลาผมซื้อเชิ้ต เพราะรู้ตัวว่าจะผูกไท ผมจะเช็ครอบคอเป็นหลัก (ตามด้วยอก ถ้าให้ดีคือ 20 นิ้ว แต่ถ้าน้อยหรือมากกว่านั้นก็ไม่เป็นไร ตราบใดที่มันสื่อถึงสไตล์แห่งยุคสมัยนั้นๆ ตามด้วยไหล่ที่ไม่ควรน้อยกว่า 17 นิ้ว และความยาวแขนที่ห้ามเต่อ)

ไซส์คอผมคือ 14.5 นิ้ว ผมมี Brooks Brothers ไซส์ 14.5 อยู่สองตัว ทั้งคู่คอเท่ากัน แต่ทรงไม่เหมือนกัน ตัวแรกไหล่ 17 นิ้ว อก 20 นิ้ว ตัวนี้พอดีและถูกจริตกับความเป็นปัจจุบัน อีกตัวไหล่ 17 นิ้ว แต่อก 23 นิ้ว เพิ่งมาเห็นตอนกดซื้อไปแล้ว ได้แต่ภาวนาว่าคนขายคงเขียนผิด

เขาเขียนไม่ผิด

ผมใจแป้วเลยครับตอนที่เห็น ยิ่งแป้วหนักเลยตอนใส่ เชิ้ตอะไรใหญ่ยังกับเชิ้ตสมัยพ่อหนุ่มๆ

อ่อ… ใช่ นั่นไงคือคำตอบของมัน

กลายเป็นว่า ผมหยิบตัวอก 23 นิ้วมาใส่บ่อยกว่าไซส์ที่อกพอดีอีกครับ

งานฟอร์มอล ผมผูกไทและซ่อนความพองของเชิ้ตที่ยัดในด้วยการสวมเบลเซอร์กระดุมทองสองแถวใน silhouette สุดสลิมเอวคอดทับเข้าไปอีกที ในวันแคชวล ผมใส่กับเดนิมยัดใน โรลแขนขึ้นในสไตล์ Friends

Friends, Chadler Bing, Matthew PerryRoss Geller, David Schwimmer, Joey Tribbiani, Matt LeBlanc
จากซ้ายไปขวา: Chandler Bing (รับบทโดย Matthew Perry), Ross Geller (รับบทโดย David Schwimmer) และ Joey Tribbiani (รับบทโดย Matt LeBlanc) ตัวละครหลักฝ่ายชายของ Friends ใน photoshoot หนึ่งสมัยที่โชว์เพิ่งออกอากาศในช่วงกลางยุคเก้าศูนย์

เพราะความไม่พอดีที่ยังงาม คือหนึ่งในความไม่เพอร์เฟ็ค

และความไม่เพอร์เฟ็คคือบันไดสู่การสร้างสรรค์ personal style ผมขอยกคำพูดจากบุรุษวินเทจไทยท่านหนึ่งที่ผมเคยสัมภาษณ์เขาราวๆ ปี 2016 ก่อนที่ไม่กี่ปีหลังจากนั้น เขาจะย้ายไปเผชิญชีวิตในดินแดนบิ๊กแอปเปิ้ล

“เราจะถามเด็กที่เพิ่งหัดแต่งตัวว่า ‘ถ้าจะนัดเดทกับสาวครั้งแรก นายจะแต่งตัวยังไง’ ก็อยากให้มีความรู้สึกอย่างนั้นกับการแต่งตัวทุกวัน มันเป็นการกระตุ้นตัวเองว่าชีวิตมีความหมายทุกวัน ไม่เกี่ยวกับอายุ ไม่ว่าคนแก่จะพยายามแต่งตัวเป็นเด็กอย่างไร แต่สิ่งที่เราสัมผัสได้คือพลังงานและความตื่นเต้นของชีวิตที่ออกมาจากตัวเขา วันนี้นาย 18 นายยังตื่นเต้น แต่เมื่อวันหนึ่งที่นาย 58 แล้ว จะยังตื่นเต้นกับชีวิตอยู่หรือเปล่า?

เราชอบรายละเอียด ไม่ต้องหวือหวา ยกตัวอย่างคนที่เราคิดว่าแต่งตัวได้คมคือ Mordechai Rubinstein (Mistermort) เมื่อ 10 ปีก่อน มันใส่ Nike Air สีม่วงลาเวนเดอร์ ใส่คาร์ดิแกนสีม่วง ผูกโบว์ไท คือหล่อ เท่ แต่มีอารมณ์เพี้ยน กวนส้นตีน ชวนตื่นเต้น ถ้ามันแต่งตัวเป๊ะทุกอย่างก็คงเหมือนของที่เพอร์เฟ็คซึ่งไม่น่าตื่นเต้น คนเราต้องมีสิ่งที่ปรับให้เข้ากับตัวเอง ความเป็นตัวเองต้องออกมาจากข้างใน เสื้อผ้าเป็นแค่ตัวเสริมบุคลิก ไม่ใช่นำบุคลิก”

ผ่านมาหลายปี ผมยังเห็นด้วยกับเขาเสมอ และคิดว่า ไม่มีอะไรจะตอบเรื่อง personal style และความไม่เพอร์เฟ็คได้ชัดเจนไปกว่านี้อีกแล้ว

คนที่แต่งตัวสมบูรณ์แบบ สไตล์ถูกต้องตามตำราเป๊ะๆ ตั้งแต่หัวจรดเท้า สวยดีครับ แต่ก็แค่สวย มันขาดเสน่ห์ เพราะเขาไม่เคยสื่อสารเศษเสี้ยวของความเป็นตัวเขาออกมาเลย

กลับกัน บางคนที่แต่งตัวแล้วมีบางอย่างสะกิดใจ มันอาจไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ไม่พอดีเสียทีเดียว แต่ไม่รู้ทำไม ผมกลับสัมผัสถึงเศษเสี้ยวของตัวเขาได้ทันที ทั้งที่ยังไม่เคยคุยกับเขาด้วยซ้ำ

เพราะความไม่พอดีของเขานั้น มันพูดกับผม

อย่าทำตัวเป็นคนที่หมกมุ่นกับฟิตติ้งหรือความสมบูรณ์แบบตามตำราเสียจนเกินความพอดีครับ มันขาดเสน่ห์อย่างยิ่ง

กลับมาที่เรื่องของเก่า ซื้ออะไรดี

สำหรับใครที่อยากเริ่มซื้อของวินเทจที่คุ้มราคาและใส่แล้วดูไม่หลงยุคจนเกินไป ผมแนะนำ Levi’s 501 สีขาว made in USA ครับ 100% cotton ขาวล้วน ยิ่งซัก ยิ่งฟู ยิ่งใส่ ยิ่งงาม ในราคาแบงค์พันมีทอน (ถ้าหาดีๆ)

รองเท้า German Army Trainers หรือที่รู้จักกันในชื่อ GATs ก็เข้าท่า นี่คือไอเทมวินเทจแรกที่ผมซื้อ สนีกเกอร์หนังสีขาว แซมหนังกลับสีเทา ดีไซน์เรียบแต่ล้ำจากยุคเจ็ดศูนย์ เป็นต้นแบบให้แบรนด์ใหญ่อย่าง Maison Martin Margiela, Reproduction of Found ไปจนถึง Adidas ต้องหยิบไปทำ reproduction แต่เดิม ทหารเยอรมันเคยใส่มันฝึกในร่ม ผมเคยซื้ออยู่ราวๆ 800 – 1,500 บาท สภาพใหม่เหมือนไม่เคยใส่ฝึก ถ้าไม่อยากไปคุ้ยที่สวนจตุจักร ลองส่อง Broadway & Sons หรือ Brut แต่ราคาก็ขยับตามความอินเตอร์

 German Army Trainers (GATs)
ซ้าย: German Army Trainers (GATs) สนีกเกอร์หนังขาวที่ไปได้ตั้งแต่ขาสั้น ยีนส์คราม ไปจนถึงสูท / ขวา: ผู้เขียนกับเทรนช์โค้ทที่โอซาก้า อุ่นพอใช้ สวยเอาการ และหนักเอาเรื่อง

พวก military surplus หรือของทหารทั้งหลาย Jungle Jacket เวียดนามกระเป๋าเฉียง ที่ถ้าหาดีๆ อาจได้ของแท้ถูกกว่า fast fashion หรือ reproduction อีกชิ้นที่เข้าท่าคือ trench coat ทหารสีเขียวมะกอก คอตต้อนเนื้อหนากันหนาวกันลม (ตัวที่อะไหล่ครบจริงๆ จะมี wool lining ที่ใส่และถอดได้เอาไว้ด้วย) ไม่แน่ใจว่ามาจากยุคสงครามโลก หรือสงครามเกาหลี แต่ที่แน่ๆ ผมลองแล้ว สู้ฤดูหนาวญี่ปุ่นได้สบาย แต่หนัก และสวย เอาเรื่อง

เสื้อ breton หรือเสื้อทหารเรือฝรั่งเศสแขนยาว สีขาวตัดสไตร์ปน้ำเงิน เป็นคอตต้อนถัก เนื้อหนาพร้อมประจันหน้าฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน นี่คือเครื่องแบบทหารไม่กี่ตัวที่ใส่แล้วไม่เหมือนทหารจนครูฝึกต้องเรียกไปซ่อม ตัวนี้ไปกับผมทุกที่ ริมทะเลกับขาสั้น (มาก) อย่างกางเกงเทนนิส หรือจะใส่กับแสล็คดำ คาดเข็มขัดดำหัวโลหะเหมือนที่ Coco Chanel ใส่ก็ดูคมและโก้สมชื่อ หาดีๆ ของวินเทจสภาพดีมีถมไป แต่ถ้าใครอยากได้ที่ผลิตใหม่ แนะนำ Saint James

Coco Chanel, Breton
Coco Chanel ในลุคเสื้อ Breton… จะมีอะไรฝรั่งเศสไปมากกว่านี้?

เชิ้ตวินเทจก็เข้าท่า แค่ต้องทำใจเรื่องฟิตติ้งสักนิด โดยเฉพาะขนาดอกที่มักใหญ่กว่าค่านิยมปัจจุบัน ผมชอบซื้อเชิ้ต French cuff วินเทจครับ และคัฟลิงค์วินเทจ made in France ก็เป็นตัวเลือกที่ห้ามพลาด ที่น่าสนใจคือ คนสมัยก่อน ‘กล้า’ ที่จะเล่นกับเนื้อผ้าและลายทอได้สนุกกว่าคนสมัยนี้มาก ผมเคยซื้อตัวนึง เป็น French cuff shirt ของ Oida Crown ผ้าสีฟ้าในโทนฟ้า chambray แต่เนื้อผ้านั้น dressy ทอลาย paisley ในสีฟ้าเดียวกัน มองใกล้ๆ มันแรด มองไกลๆ มันกระแดะ เอาคัฟลิงค์ดำเลี่ยมขอบทองตัววินเทจจากแดนน้ำหอมมากลัดปลายแขนไว้ ยัดในลีวายส์วินเทจเก่าๆ อย่าลืมปลดกระดุมเชิ้ตสัก 2 เม็ด นี่มันเสือเปิดอกแห่งศตวรรษที่ 21 อย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้การ Edouard Coleman (แสดงโดย Alain Delon) ในชุดสูทกับเสื้อเชิ้ตปลายแขนประดับคัฟลิงค์ ซึ่งเป็นที่นิยมในยุคเจ็ดศูนย์ ภาพจากเรื่อง Un flic (1972) ภาพยนตร์แนว crime ของผู้กำกับชาวฝรั่งเศส Jean-Pierre Melville

และยังมีอีกหลายชิ้นวินเทจให้พูดถึงครับ ไว้ในโอกาสต่อๆ ไป เราคงได้คุยกัน แต่ขอเตือนนิดนึงครับ เตือนจากหัวอกคนรักของวินเทจคือ ย้อนเวลาได้ ใส่ได้ครับ แต่อย่าลืมใส่มันให้เข้ากับบริบทปัจจุบันด้วย อย่างที่เคยบอกไว้ ผมเชื่อเสมอครับว่า การแต่งตัวโดยไม่ดูบริบท ไม่ใช่สไตล์ แต่คือคอสเพลย์ ทำได้ครับ ถ้าใจใคร่จะทำ

แม้การย้อนอดีตจะโรแมนติกเพียงใด แต่สำหรับผม อดีต มีไว้ให้คิดถึง ไม่ได้มีไว้ให้ยึดติด

อย่าละเลยวันนี้ และอย่าลืมมองไปข้างหน้า ใส่มัน สไตล์มัน เพื่อวันนี้ครับ

การอยู่กับอดีตตลอดเวลา นั่นไม่ต่างกับการที่คนแก่เจอกันทีไร ก็เล่าแต่เรื่องในอดีต เล่าเป็นครั้งคราว มันก็สุขดีอยู่ แต่เล่าบ่อยๆ เข้า มันเศร้าทุกที เศร้าที่เหมือนมันบอกเป็นนัย ว่าวันนี้ไม่มีเรื่องให้น่าชื่นใจ และอนาคตไม่มีเรื่องใหม่ให้น่าคาดหวัง

และจะยิ่งน่าเศร้า หากคนที่ติดอยู่กับอดีตนั้น เป็นคนหนุ่มสาวเสียเอง

ช้อปสินค้าวินเทจได้ที่นี่

Related Stories

The Style Guide
เห็นแค่สีอย่าเพิ่งด่วนสรุป ชม 4 ลุคสไตล์ ’70s กับ One-Piece Collar Shirt ทรงพลิ้วสัมผัสสบายจาก Wardrobe Ministry
ทำความคุ้นเคยกับเสื้อเชิ้ตที่เกิดมาเพื่อเฉิดฉาย เปิดพื้นที่ให้สองสีใหม่ ด้วยสไตล์ไกด์การใส่เชิ้ตผ้าซาตินฉบับนี้
Read More
News
ยีนส์ญี่ปุ่นหายไปไหน ทำไมลีวายส์วินเทจถึงกลับมา
เมื่อวัยรุ่นสมัยนี้อยากมีลุคที่เท่เซอร์เหมือนอย่าง Kurt Cobain และอยากมีความคิดที่แหลมคมเหมือน Steve Jobs
Read More
Fast Fashion
The Buyer’s Guide
วิธีลดละเลิกการเสพเสื้อผ้า Fast Fashion แบบไม่หักดิบและแบรนด์ Fast Fashion ที่ดีมีจริงไหม
เราจะอยู่อย่างไรกับโลกแฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วสูงใบนี้
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.