Loafers, Penny Loafers, Tassel Loafes, Fugashin

The Buyer’s Guide

ชี้ 4 จุดตาย รองเท้าโลฟเฟอร์คู่ไหนเหมาะแก่การลงทุน

27 August 2021

บทความโดย เพรียวพันธ์ แสนลาวัณย์, Senior Writer, W. MINISTRY

 

คู่มือฉบับกระชับเพื่อให้การเลือกซื้อรองเท้าโลฟเฟอร์คู่ต่อไปเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า

จากจุดกำเนิดในช่วงทศวรรษที่ 20  G.H. Bass & Co บริษัทผลิตรองเท้าในรัฐเมน ประเทศสหรัฐอเมริกาได้รับแรงบันดาลใจจากรองเท้า Aurland Moccasin ที่มีต้นแบบจากรองเท้าแบบไม่มีส้นของชนพื้นเมืองอิโรควัว ได้รับการปรับแต่ง และจัดจำหน่ายในชื่อ ‘Weejun’ นับแต่นั้นเป็นต้นมา Weejun ก็เริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง พัฒนามาเรื่อยๆ จนกลายมาเป็นรองเท้าโลฟเฟอร์ที่ทุกคนคุ้นเคยเป็นอย่างดีในปัจจุบัน 

ด้วยความที่เป็นประเภทรองเท้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้มีแบรนด์มากมายทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่นับไม่ถ้วนต่างแข่งขันผลิตรองเท้าโลฟเฟอร์เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งในตลาด 

การมีแบรนด์รองเท้าโลฟเฟอร์เกิดขึ้นมากมายด้านหนึ่งก็เป็นข้อดีที่ผู้ซื้อจะได้มีตัวเลือกให้พิจารณา แต่อีกด้านหนึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้บริโภคมีโอกาสที่จะจ่ายเงินซื้อโลฟเฟอร์คุณภาพไม่คุ้มราคาเช่นกัน 

บทความนี้เราจึงได้พูดคุยกับคุณกาย-ศิรพล ฤทธิประศาสน์ ผู้ก่อตั้ง The Decorum Bangkok ที่มีความเชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ และคร่ำหวอดในวงการคลาสสิคเมนส์แวร์มาอย่างยาวนาน นอกจากนั้น The Decorum Bangkok ยังเป็นผู้นำเข้า Fugashin แบรนด์รองเท้าโลฟเฟอร์ที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเรื่องคุณภาพ และมีวางจำหน่ายบน W.Mnistry ถึงประเด็นที่ว่า “ดูยังไงว่ารองเท้าโลฟเฟอร์คู่ เพื่อให้การควักกระเป๋าซื้อครั้งต่อไปเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า”


คุณภาพหนังคือสิ่งสำคัญอันดับแรก

ปฏิเสธไม่ได้ว่า Upper ของโลฟเฟอร์คือส่วนที่โดดเด่นที่สุด มันคือสิ่งแรกที่คนจะมองเห็น เปรียบเสมือนหน้าตาของรองเท้า ดังนั้นหากจะลงทุนซื้อโลฟเฟอร์สักคู่ Upper คือสิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องพิจารณา

“สาเหตุที่ The Decorum Bangkok เลือก Fugashin เข้ามาจำหน่ายเพราะเขาใส่ใจในเรื่องรายละเอียดมาก ถ้าสังเกตดูจะเห็นว่ารองเท้า Fugashin มีคุณภาพการตัดเย็บที่เนี้ยบมาก แทบจะหาข้อตำหนิไม่ได้เลย เราไม่ได้ดูแค่ Fugashin แต่ได้ดูแบรนด์อื่นๆ ด้วย และเมื่อมองภาพรวม นี่คือแบรนด์ที่เป็นผู้ชนะในระดับราคานี้ครับ”

“หนังที่ใช้ตัดเย็บในส่วน Upper เป็นหนังนำเข้าคุณภาพสูงเกรดพรีเมียม จากประเทศต่างๆ เช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี อังกฤษ ผ่านโรงฟอกหนังชั้นนำของโลกอย่าง Annonay, Dupuy, Weinheimer และ Ilcea” คุณกายอธิบายความสำคัญของคุณภาพหนัง

นอกจากคุณภาพหนังที่ดีแล้ว Fugashin ยังใช้หนัง Full Grain ในการผลิตรองเท้าโลฟเฟอร์ โดยหนัง Full Grain คือชั้นหนังที่ดีที่สุด โดยจะอยู่ชั้นบนสุดของหนังสัตว์ ทำให้มีน้ำมันมากหากใช้ไปเรื่อยๆก็จะขึ้นเงาได้เองตามธรรมชาติ และเป็นหนังที่จะไม่ผ่านการขัดผิวชั้นบนเพื่อตกแต่ง ทำให้สามารถห็นลวดลายของหนังได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นร่องรอยขีดข่วนหรือรอยย่นต่างๆ บนตัวหนัง

การใช้หนังคุณภาพสูงมาตัดเย็บส่วน Upper ของรองเท้าโลฟเฟอร์นั้นผลลัพธ์ที่ได้จะแตกต่างจากการใช้หนัง PU โดยสิ้นเชิง

ในปัจจุบันมีแบรนด์รองเท้าโลฟเฟอร์จำนวนมากนิยมใช้หนัง PU มาตัดเย็บ โดยหนัง PU หรือ Polyurethane Rubber คือคือหนังเทียมที่ทำจากเทอร์โมพลาสติก หรือบางคู่ก็อาจจะใช้หนังจริงบางส่วนในการผลิตแต่มีการเคลือบเงาโพลียูรีเทนอยู่ด้านบน จริงอยู่ที่หนัง PU ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย ในปัจจุบันนี่คือวัสดุที่นิยมนำมาใช้ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์อย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามการนำมาใช้เป็นวัสดุผลิตรองเท้าโลฟเฟอร์อาจจะไม่เหมาะเท่าไรนัก ถึงแม้หนัง PU จะมีราคาถูกกว่าหนังวัวแท้พอสมควร แต่ก็แลกมาด้วยความแข็งแรงทนทานที่น้อยกว่ามาก

จุดเด่นอีกอย่างคือ “ความมันวาว” ที่มากกว่าหนังแท้มาก ยิ่งสะท้อนกับแสงไฟในร้านค้ายิ่งดูโดดเด่น หรูหรา ยิ่งราคาที่คอนข้างถูกเมื่อเทียบกับหนังแท้ ก็ยั่วยวนให้อยากจ่ายเงินในกระเป๋าเพื่อเป็นเจ้าของ 

ดังนั้นครั้งต่อไปก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนซื้อรองเท้าโลฟเฟฟอร์ให้ดูก่อนว่าส่วน Upper ทำมาจากวัสดุไหน และเมื่อรู้แล้วก็ลองชั่งน้ำหนักดูว่าระหว่างราคาที่ถูกกับคุณภาพความทนทานที่มากกว่าจะเลือกฝั่งไหน

Goodyear Welted คุณสมบัติที่รองเท้าโลฟเฟอร์คุณภาพสูงจะขาดไม่ได้

“แทบจะเป็นกฎพื้นฐานเลยครับว่ารองเท้าโลฟเฟอร์ที่ดีต้องใช้โครงสร้างพื้นรองเท้าแบบ Goodyear Welted เท่านั้น”

“Goodyear Welted เป็นโครงสร้างพื้นรองเท้าเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่ถึงปัจจุบันก็ยังได้รับการยอมรับว่าเป็นโครงสร้างพื้นรองเท้าที่ดีที่สุด แข็งแรงที่สุด และสามารถถอดออกเพื่อซ่อมแซมติดเย็บใหม่ได้ ทำให้สามารถใช้รองเท้าคู่เดิมได้เป็นระยะเวลานานครับ”

Goodyear Welted ที่คุณกายกล่าวถึงคือโครงสร้างพื้นรองเท้าที่มีจุดเริ่มต้นมากจากช่วงหลังปฏิวัติอุตสาหกรรมได้ไม่นาน ถือกำเนิดโดยนักธุรกิจหนุ่ม Charles Goodyear, Jr. และช่างทำรองเท้า James Hanan

เทคนิค Goodyear Welted เริ่มต้นด้วยการใช้เครื่องจักรเย็บชื้นหนังติดเข้ากับตัวรองเท้าเป็นแนวนอนไปรอบๆ พื้นรองเท้า ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเทคนิคแบบนี้ที่เทคนิคแบบอื่นไม่สามารถลอกเลียนได้ จากนั้นผู้ผลิตจะเติมส่วนที่เป็นโครงสร้างเช่น เศษไม้คอร์ก ลงไปในช่องว่างตรงกลางพื้นรองเท้าเพื่อให้ได้ระดับเสมอกันกับระดับของชิ้นหนังที่เย็บติดไว้แล้ว และเป็นเหมือน Footbed (แผ่นรองเท้า) ที่จะปรับความเว้าโค้งให้เข้ากับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่อีกด้วย

ขั้นต่อมาคือนำพื้นรองเท้าอีกชิ้นที่เป็นส่วน Outsole มาทากาวติดลงไปอีกชั้นหนึ่ง โดยใช้ชิ้นหนังที่เย็บแนวนอนเอาไว้ก่อนเป็นฐานสำหรับการทากาวติดเข้าด้วยกัน และใช้เครื่องจักรเย็บทะลุระหว่างส่วนที่เป็นชิ้นหนังกับพื้น Outsole ที่ติดเพิ่มเข้ามาด้วย โดยจะเย็บขึ้นลงสลับไปมาตลอดรอบตัวรองเท้า เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความทนทานในการใช้งาน 

ปิดท้ายด้วยการตอกส้นด้วยตะปู และเจียเก็บส่วนของหนังที่เกินออกมาเพื่อความเรียบร้อย สิ้นสุดการติดเย็บพื้นรองเท้าแบบ Goodyear Welted

ด้วยขั้นตอนที่สลับซับซ้อน จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของช่างฝีมือเฉพาะทาง จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมรองเท้าที่ติดเย็บพื้นแบบ Goodyear Welted จึงมีราคาสูงกว่ารองเท้าที่ติดเย็บพื้นแบบอื่นพอสมควร แต่สิ่งตอบแทนคือคุณภาพและความทนทานที่มากกว่าด้วยเช่นกัน 

นอกจากนั้นยังมีประสิทธิภาพในการกันน้ำ เพราะมีการเพิ่มการเย็บพื้นเป็นสองขั้นตอน และเมื่อพื้นรองเท้าชิ้นนอกสึกไปแล้ว ผู้สวมใส่สามารถนำรองเท้าไปให้ช่างรองเท้าเลาะพื้นเก่าออกและเปลี่ยนพื้นหนังใหม่โดยใช้ฐานชิ้นหนังอันเก่าได้ เพราะฐานเป็นเพียงคิ้ว ไม่ได้สึกหรอตามพื้นรองเท้าไปด้วย จึงทำให้รองเท้าที่ติดเย็บพื้นด้วยวิธีนี้สามารถยืดอายุการใช้งานไปได้เรื่อยๆ ตราบใดที่ตัวรองเท้าด้านบนยังคงอยู่ในสภาพที่ดี

ดังนั้นหากเทียบกับโครงสร้างพื้นรองเท้าแบบอื่นไม่ว่าจะเป็นการติดพื้นรองเท้าด้วยกาว (Glued Sole / Cemented Sole) ซึ่งเป็นเทคนิคที่ง่ายและประหยัดที่สุด แต่ก็ด้อยเรื่องความทนทาน หรือ Blake Stitch ซึ่งเป็นการติดพื้นรองเท้าด้วยการเย็บพื้นรองเท้าด้านล่างทะลุขึ้นไปถึงตัวรองเท้าแล้วแทงกลับทะลุลงมาด้านล่างอีกครั้ง Goodyear Welted คือผู้ชนะอย่างเป็นเอกฉันท์ 

Leather Sole ถึงจะเป็นส่วนที่มองไม่เห็น แต่ก็มองข้ามไม่ได้

Leather Sole คือส่วนพื้นรองเท้า เรียกได้ว่าเป็นกุญแจสำคัญที่สุดที่เป็นตัวกำหนดว่ารองเท้าโลฟเฟอร์คู่ดังกล่าวจะสวมใส่สบายแค่ไหน ดังนั้นถึงแม้จะเป็นส่วนที่จะมองไม่เห็นในตอนสวมใส่ แต่ก็จะมองข้ามไม่ได้อย่างเด็ดขาด

“ความเนี้ยบอีกอย่างของ Fugashin ที่พูดถึงคือส่วน Leather Sole ครับ”

“Leather Sole ของ Fugashin ทำมาจากวัสดุหนังแท้ เพื่อให้ความรู้สึกในตอนสวมใส่สบายเท้ามากที่สุด”

มีรองเท้าโลฟเฟอร์จำนวนไม่น้อยในท้องตลาดที่ Leather Sole ทำมาจากโฟมยาง EVA (Ethylene Vinyl Acetate) ซึ่งเป็นโพลิเมอร์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการทำโพลิเมอร์ไรเซชั่น (Polymerization) สารเอทิลีนโมโนเมอร์ (Ethylene Monomer) กับสารไวนิลอะซีเตดโมโนเมอร์ (Vinyl Acetate Monomer) อีกหนึ่งวัสดุยอดนิยมคือหนัง PU (Polyurethane Rubber) ซึ่งถึงแม้วัสดุเหล่านี้จะมีน้ำหนักเบาและราคาถูก แต่ก็ไม่มีความแข็งแรงทนทานเท่ากับวัสดุหนังแท้ นอกจากนั้นวัสดุเหล่านี้มักถูกผลิตออกมาในแบบสำเร็จรูป ทำให้มันกลายเป็นตัวกำหนดรูปทรงของรองเท้า

อย่างไรก็ตามคุณสมบัติรองเท้าโลฟเฟอร์ที่คุ้มค่าแก่การลงทุนคือความแข็งแรงทนทาน ดังนั้นในส่วน Leather Sole จึงมักจะเริ่มจากการออกแบบรูปทรงให้สวยงามที่สุดก่อน จากนั้นจึงตัดพื้นไม้ให้เข้ากับทรง และปิดท้ายด้วยการใช้วัสดุหนังแท้ เพื่อให้ Leather Sole ที่ออกมามีคุณภาพดีที่สุด

Last ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีให้เข้ารูปเท้า

ก่อนที่รองเท้าโลฟเฟอร์จะออกมาเป็นหน้าตาอย่างที่เราเห็นในชั้นวางจำหน่าย แน่นอนว่าต้องผ่านขั้นตอนมากมายที่ผู้ซื้ออาจจะจินตนาการไม่ออก ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการออกแบบ Last

หากจะอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดว่า Last คืออะไร ก็น่าจะเป็น “โมเดลต้นแบบของรองเท้า” กล่าวคือก่อนที่จะมีการผลิตออกมา ทางผู้ผลิตจะต้องออกแบบ Last ขึ้นมาก่อน เพราะมันจะเป็นตัวกำหนดรูปทรงรองเท้า ซึ่งแน่นอนว่าการออกแบบ Last ไม่ใช่สิ่งที่ทำครั้งเดียวจบ ตรงกันข้าม Last จะมีการปรับแต่งนับครั้งไม่ถ้วน หาผลลัพธ์ที่ลงตัวที่สุดเพื่อให้รองเท้าที่ออกมาเข้ากับรูปเท้าผู้สวมใส่ที่สุด

“เราได้เดินทางไปที่ญี่ปุ่น ไปดูโรงงานของเขา ได้พูดคุยกับเจ้าของจึงมั่นใจว่านี่เป็นแบรนด์ที่มี Potential มากครับ พวกเขามีขั้นตอนการผลิตที่พิถีพิถันมาก น่าจะประมาณ 180 ขั้นตอนกว่าที่จะออกมาเป็นโลฟเฟอร์สักคู่ นอกจากนั้นยังมีการปรับแต่ง Last เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ออกมาเข้ากับรูปเท้าของผู้สวมใส่มากที่สุด”

“ล่าสุดก็มีการปรับแต่ง Last ใหม่กับบริษัทที่ทำ Last ในประเทศอังกฤษ เพื่อให้เข้ากับรูปเท้าของคนไทยโดยเฉพาะครับ”

สำหรับผู้ซื้อหากต้องการรู้ว่า Last ของรองเท้าโลฟเฟอร์ที่หมายตาอยู่นั้นเหมาะกับตัวเองหรือไม่ แน่นอนว่าคงไม่มีวิธีไหนจะดีไปกว่าการทดลองสวมใส่ด้วยตัวเอง เดินไปเดินมา ความรู้สึกในตอนนั้นจะบอกว่าเองว่านี่คือโลฟเฟอร์ที่ถูกออกแบบมาสำหรับรูปเท้าของคุณหรือเปล่า

นี่คือ 4 จุดตายที่สำคัญและควรพิจารณาก่อนลงทุนซื้อรองเท้าโลฟเฟอร์สักคู่

ค้นพบรองเท้าหนังหลากสไตล์จาก Fugashin ได้ที่นี่

Related Stories

Rich Cast of Characters, รองเท้าหนัง, Jimi Hendrix
The Buyer’s Guide
Rich Cast of Characters เปรี้ยว เฉี่ยว มีชั้นเชิง แบรนด์รองเท้าหนังที่สวมคาแรคเตอร์สุดจัดจ้าน
รองเท้าหนังแบรนด์ไทยเปี่ยมเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจำหน่ายแล้วที่ W. MINISTRY
Read More
Penny Loafers vs Tassel Loafers
The Buyer’s Guide
PENNY vs TASSEL: รองเท้า Loafers คู่แรก ซื้อแบบไหนดี?
การดีเบตเพื่อคว้าใจผู้สวมใส่ของ 2 Loafers ยอดนิยม
Read More
1970 Gucci Horsebit Loafers
The Style Guide
GUCCI HORSEBIT LOAFERS โลฟเฟอร์ ‘สำอางคลาสสิค’ ของคนรักสไตล์ แต่ไม่ทิ้งลายแฟชั่น
แม้ Gucci ทุกวันนี้จะขึ้นชื่อเรื่องสีสันและสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทว่า Horsebit ยังคงเป็นตัวแทนแห่งภูมิปัญญาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.