Fishing Trip

บทความโดย Priewpan Saenlawan, Senior Writer, W. MINISTRY

ภาพถ่ายโดย Paphaon Amatyakul, Photographer, W. MINISTRY

Travel

ลองดูสักครั้ง.. นั่งเรือตกปลา ล่องทะเลไปหากิจกรรมที่เติมเต็มสุนทรียภาพในใจ

19 May 2021

เหวี่ยงคันเบ็ดทักทายสายลม แสงแดด และเกลียวคลื่น

*เหตุการณ์ในบทความนี้เกิดขึ้นในวันที่ 1 เมษายน 2021

ผมเฝ้ามองพระอาทิตย์ที่กำลังโบกมือลาท่ามกลางท้องฟ้าสีส้มอมชมพูด้วยห้วงความรู้สึกที่ไม่ค่อยคุ้นชินเท่าไรนัก เป็นความสุขอันเรียบสงบ ลมทะเลพัดตีหน้าในขณะที่เรือกำลังแล่นกลับเข้าฝั่ง ตรงกันข้ามกับชีวิตประจำวันแสนวุ่นวายในเมืองใหญ่อย่างสิ้นเชิง

ราวกับว่าห้วงความรู้สึกในตอนนี้คือรางวัลตอบแทนที่ผมกล้าก้าวออกจากคอมฟอร์ทโซนของตัวเอง เพราะจริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนประเภทที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมกลางแจ้ง ตากแดด ตากลมเท่าไรนัก เป็นแบบนั้นเรื่อยมา จนกระทั่ง “อาร์ม” เพื่อนคนหนึ่งในทีม W.Ministry ได้เอ่ยปากชวนว่า

“ไปตกปลากัน”

ผมนึกเหตุผลในการปฏิเสธไม่ออกนอกจากความขี้เกียจของตัวเอง สุดท้ายก็ตัดสินใจตบปากรับคำไป และเรื่องราวทั้งหมดก็เริ่มต้นขึ้นจากตรงนั้น


ถึงแม้บ้านเกิดผมจะอยู่ในจังหวัดหนึ่งทางภาคใต้ มีทะเลสีครามห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร แต่ทำที่จำความได้ประสบการณ์เกี่ยวกับการตกปลาของผมนั้นมีน้อยนิดเหลือเกิน ที่ชัดเจนที่สุดในความทรงจำก็คงจะเป็นตอนที่ผมเรียนอยู่ชั้นประถม มีคุณลุงเพื่อนบ้านหิ้วถังใส่เหยื่อและคันเบ็ดมานั่งลงใกล้ๆ ผม โดยทัศนียภาพเบื้องหน้าคือลำคลองที่มีขนาดกว้างประมาณ 20-30 เมตร 

“อยากลองตกดูไหม” คุณลุงเอ่ยถาม ปกติพวกเราเป็นคนคุ้นหน้ากันอยู่แล้ว ผมมักจะออกจากบ้านมานั่งเล่นริมคลองสายนี้ ส่วนคุณลุงก็ออกมานั่งตกปลาเป็นประจำ แต่นี่คือครั้งแรกที่เกิดการเอ่ยปากชวน

ผมตอบตกลงอย่างไม่คิดอะไรมาก ทว่าผมจำรายละเอียดไม่ได้แล้วว่าการตกปลาครั้งนั้นจบลงด้วยผลลัพธ์แบบไหน ผมได้ปลากลับบ้านกี่ตัว หรืออาจจะไม่ได้เลยสักตัว แต่ที่ผมจำได้ดีคือผมสนิทสนมกับคุณลุงเพื่อนบ้านมากขึ้น จากคนคุ้นหน้า กลายเป็นว่าหลังจากนั้นผมไปนั่งเล่นที่บ้านเขาบ่อยครั้งจนกระทั่งผมเรียนจบชั้นมัธยมต้น และต้องโบกมือลาบ้านเกิดเพื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ

ส่วน อาร์ม ถึงแม้จะไม่ใช่คนภาคใต้เหมือนผม บ้านไม่ได้ตั้งอยู่ริมทะเล ทว่ากลับมีความผูกพันกับกิจกรรมตกปลามากกว่าผมหลายเท่า

“ตั้งแต่เด็กกูชอบดูสารคดีเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในทะเล การแคมป์ปิ้ง ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกอยากไป เพราะบ้านกูไม่ได้อยู่ติดทะเล ทุกครั้งที่ได้ไปทะเลจึงรู้สึกตื่นเต้น มีชีวิตชีวา เหมือนกับว่าตัวเองได้ออกไปใช้ชีวิตจริงๆ”

“ครั้งหนึ่งตอนเด็กๆ เคยเข้าป่าไปกับญาติ ต่างคนต่างหิ้วคันเบ็ดไปคนละคัน ไปนั่งตกปลาอยูริมลำธาร ความตื่นเต้นคือวันนั้นเราตกได้คนเดียว ญาติที่ไปด้วยกันตกไม่ได้เลย ตกเสร็จก็เอาปลากลับบ้านให้แม่ทำอาหารให้กิน” อาร์ม เล่าเรื่อนย้อนความหลังให้ฟัง ในขณะที่พวกเรานั่งรถมุ่งสู่หาดบางเสร่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางในวันนี้

2 ชั่วโมงในการเดินทางผ่านไป ในที่สุดพวกเราก็มาถึงที่หมาย โชคดีที่วันนี้สภาพอากาศเป็นใจ ท้องฟ้าสดใสไร้เมฆหมอก สายลมทะเลพัดเข้าปะทะที่หน้าอย่างจัง เป็นกลิ่นแห่งความสดชื่นที่ผมไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว ทอดสายตามองหาดทรายเบื้องหน้า ยาวไปถึงผืนน้ำสีครามที่แสงแดดยามเที่ยงวันส่องลงมาจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับ

เสียงรถมอเตอร์ไซค์เข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะจอดสนิทตรงที่พวกเรายืนกันอยู่ คนขี่ไม่ใช่ใครที่ไหน “พี่บอม” คนเรือที่จะรับหน้าที่พาพวกเราล่องสู่ทะเลวันนี้นี่เอง 

หลังจากพูคุยสัพเพเหระกันครู่หนึ่ง ก็ถึงเวลาออกเดินทาง เรือที่เป็นยานพาหนะของพวกเราในวันนี้เป็นสปีดโบ๊ทขนาดกะทัดรัด บรรทุกลูกเรือรวมผู้โดยสารได้ประมาณ 7-8 คน ผมกับอาร์มเดินลุยน้ำไปจนถึงจุดที่เรือจอด ซึ่งอยู่ห่างจากหาดทรายไปประมาณ 50 เมตร

เมื่อมาถึงเรือพร้อมสภาพกางเกงที่เปียกไปครึ่งแข้ง เสียงเครื่องยนต์ก็ดังขึ้น ก่อนที่พวกเราจะค่อยๆ เคลื่อนที่สู่ผืนน้ำที่ครามที่ทอดยาวไปไกลสุดลูกหูลูกตา ถึงแม้อากาศจะร้อนเอาเรื่อง แต่ลมทะเลที่สัมผัสกับร่างกายก็ช่วยให้สามารถอยู่ร่วมกับแสงแดดได้อย่างเป็นมิตร

“บางครั้งจุดหมายปลายทางก็ไม่สำคัญ เท่ากับเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างทาง” 

จุดหมายปลายทางของการล่องเรือตกปลาอาจจะเป็นการตกได้ปลาเยอะๆ แต่ความสนุกของมันเริ่มต้นตั้งแต่การเตรียมอุปกรณ์ มันเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งที่ต้องใช้ความชำนาญและประสบการณ์ เพราะไม่ว่าจะเป็นทริปวันเดียวหรือทริปค้างคืน การเตรียมอุปกรณ์ก็แตกต่างกันออกไป ต้องศึกษามันอย่างจริงจัง 

ขนาดคันเบ็ด ขนาดสายเอ็น คลื่น ฤดูกาล และทิศทางลม ทุกอย่างต้องผ่านการคิดคำนวนมาเป็นอย่างดี เพราะตราบใดที่เรือแล่นออกจากฝั่งไปแล้วมันคือการช่วยเหลือตัวเองทั้งหมด

“ถ้าอุปกรณ์ไม่ครบหรือทริปนั้นอาจจะพังได้เลย หรือถ้าจะออกไปค้างคืนก็ต้องศึกษาเรื่องข้างขึ้นข้างแรมให้ดี มันอาจจะฟังดูยุ่งยากหน่อย แต่มันก็สนุก” อาร์ม เล่าให้ฟังหลังจากที่หูเริ่มคุ้นชินกับเสียงเครื่องยนต์แล้ว

หลังจากที่ฝ่าเกลียวคลื่นมาได้สักพัก เรือของพวกเราก็เดินทางมาถึงจุดตกปลาจุดแรก พี่บอม จัดการโยนสมอทิ้งลงไปในน้ำ แต่ด้วยกระแสน้ำที่ค่อนข้างเชี่ยวทำให้ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจะยึดเรือให้อยู่กับที่ได้ 

“วันนี้น้ำเชี่ยวใช้ได้เลย พวกน้องน่าจะเจองานยากแล้วแหละ” พี่บอม พูดยิ้มๆ ก่อนที่จะอธิบายขยายความเพิ่มเติมว่ายิ่งน้ำเชี่ยวเท่าไรปลาก็ยิ่งกินเบ็ดยากขึ้นเท่านั้น

เมื่อเรือจอดนิ่ง อาร์ม ก็ไม่รอช้าหยิบคันเบ็ดมาติดเหยื่อด้วยท่าทีคล่องแคล่ว จากนั้นก็เหวี่ยงคันเบ็ดแหวกอากาศ กระทบลงบนผิวน้ำ ก่อนที่เหยื่อล่อจะค่อยๆ จมลงสู่เบื้องล่าง ส่วนผมยังขอเป็นผู้สังเกตการณ์ไปก่อน 

“ต้องค่อยๆ ชักคันเบ็ดเรื่อยๆ ชักแล้วปล่อย ชักแล้วปล่อย ไม่ให้มันอยู่นิ่งๆ ปลามันจะได้เชื่อแล้วมางับเบ็ด” พี่บอมให้คำแนะนำ ก่อนที่ผมจะขอลองดูด้วยตัวเองบ้างสักตั้ง

ผ่านไปครู่ใหญ่ ทั้ง ผม อาร์ม และพี่บอมก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะมีปลามากินเบ็ด สงสัยวันนี้จะเป็นงานยากอย่างที่ว่าจริงๆ จนกระทั่ง…

“ติดแล้วๆ!” อาร์ม ตะโกนออกมาด้วยท่าทีลิงโลด

“น่าจะตัวใหญ่ใช้ได้เลยนะ” พี่บอม ออกความเห็น ส่วนผมในตอนนั้นก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงตามไปด้วย ถึงแม้จะไม่ใช่คันเบ็ดของตัวเอง แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจสุนทรียภาพอีกอย่างของการตกปลาแล้วว่ามันคือความท้าทายที่จะพลาดไม่ได้สักนิดเดียว ไม่อย่างนั้นสิ่งที่พยายามมาร่วมครึ่งชั่วโมงก็สูญเปล่า 

หลังจากต่อสู้กันได้สักพัก อาร์ม ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ ปลาเก๋าทะเลขนาดประมาณ 1 ฟุตถูกดึงขึ้นพ้นผิวน้ำ ก่อนจะถูกนำไปพักไว้ในลังแช่ปลา 

หลังจากที่ อาร์ม ทำคะแนนนำไป 1 แต้ม พี่บอม ก็เร่งเครื่องตามมาติดๆ ด้วยการตกปลาเห็ดโคนขึ้นมาได้ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจปล่อยมันกลับลงสู่ทะเลตามเดิม

“ตัวมันเล็กไป เอามาก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่อยากฆ่ามันเปล่าๆ” พี่บอม อธิบาย

พวกเราอยู่ที่จุดตกปลาจุดแรกประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะย้ายไปจุดอื่นๆ อีกประมาณ 3-4 จุด อาร์ม กับ พี่บอม ก็ยังคงตกปลาได้เรื่อยๆ  ส่วนผมตลอดทั้งวันเรียกว่าแทบจะคว้าน้ำเหลว อาจจะเพราะทักษะที่ยังไม่ถึงขั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเป็นที่แย่สำหรับผม

นานแค่ไหนแล้วไม่รู้ที่ผมไม่ได้มีเวลาอยู่กับตัวเอง จดจ่อ มีสมาธิกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากขนาดนี้ เพิ่งรู้สึกตัวเหมือนกันว่าเราโดนวิถีชีวิตประจำวันและข้อมูลข่าวสารกลืนกินไปมากแค่ไหน การได้มาอยู่นิ่งๆ มองสายน้ำที่ไหลไป ไม่มีอะไรรกสมอง ทำให้รู้สึกปลอดโปร่งอย่างบอกไม่ถูก 

อาร์ม บอกกับผมว่าบางครั้งมันก็ตกไม่ได้สักตัวเลยเหมือนกัน แต่ครั้งนั้นอาจจะเป็นทริปที่สนุกกว่าทริปที่ตกปลาได้มากเสียอีก เพราะประสบการณ์ที่ได้ออกมาใช้ชีวิต ได้พูดคุยกับผู้คน สร้างมิตรภาพใหม่ๆ สำคัญกว่าจำนวนปลาที่ตกได้เสียอีก 

อาร์ม อาจจะแค่ต้องการปลอบใจผม แต่ผมก็เห็นด้วยและทำให้นึกย้อนไปถึงการภาพยนตร์เรื่องโปรดอย่าง Into the Wild 

Into the Wild สร้างมาจากเรื่องราวจริงของ คริส แม็คแคนด์เลส เด็กหนุ่มลูกเศรษฐีที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับสังคมทุนนิยม กฎเกณฑ์ต่างๆ ในสังคมมนุษย์ เขาจึงตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลัง ออกเดินทางด้วยตัวคนเดียวเพื่อค้นหาว่าคุณค่าที่แท้จริงของชีวิตคืออะไรกันแน่

เป็นเวลาแรมปีที่ แม็คแคนด์เลส เดินทางไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ทว่าเขาก็ยังไม่เจอคำตอบที่ตัวเองต้องการเสียที จนกระทั่งเข้าสู่รัฐอลาสก้า 

ณ ที่แห่งนั้น แม็คแคนด์เลส ใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและยากลำบาก ท่ามกลางความหนาวเหน็บที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ทุ่งน้ำแข็งทอดยาวไกลสุดลูกหูลูกตา 

สุดท้าย แม็คแคนด์เลส เกิดประสบอุบัติเหตุครั้งใหญ่ และในขณะที่ชีวิตเขากำลังจะดับสิ้นลง ห้วงความคิดหนึ่งก็แล่นมาในหัวของเขา เป็นประโยคสั้นๆ ที่เรียบง่าย แต่มันคือคำตอบของทุกสิ่งที่เขาตามหามาโดยตลอด 

“Happiness Is Only Real When Shared” 

น่าเสียดายที่ แม็คแคนด์เลส ไม่มีโอกาสแบ่งปันความสุขร่วมกับใครอีกแล้ว เพราะเขาจบชีวิตลง ณ ที่แห่งนั้น 

การล่องเรือตกปลาครั้งนี้ถ้าผมมาคนเดียว ต่อให้ตกปลาได้เยอะแค่ไหนก็คงไม่มีความสุขเท่ากับการได้แบ่งปันช่วงเวลาร่วมกับมิตรสหาย ถึงแม้จะต้องกลับบ้านมือเปล่า แต่ก็ถือว่าภารกิจเสร็จสมบูรณ์แล้ว 

ในขณะที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าเป็นสัญญาณบอกว่าทริปครั้งนี้กำลังจะสิ้นสุดลง พี่บอม ก็จัดการแล่ปลาที่พวกเราตกมาได้ในวันนี้ให้กลายสภาพเป็นอาหารเย็นให้พวกเราได้รับประทานกัน เพราะไหนๆ ก็ฆ่าชีวิตพวกมันแล้ว อย่างน้อยก็ให้พวกมันทำให้พวกเราอิ่มท้องก็ยังดี

แน่นอนว่าปลาทุกชิ้นที่เข้าปากมีรสชาติอร่อย อาจด้วยความสด บวกกับความพยายามของพวกเราที่กว่าจะได้มาแต่ละตัว 

“มันเป็นความรู้สึกพิเศษที่เหมือนเราได้ใช้ชีวิตจริงๆ ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ” อาร์มพูดกับผมในระหว่างที่เรากำลังรับประทานอาหารร่วมกัน 

หลังจากนั้น พี่บอม ก็ลุกไปสตาร์ตเครื่องยนต์เรือเพื่อขับกลับเข้าฝั่งโดยมีฉากหลังเป็นท้องฟ้าสีส้มอมชมพู….

Related Stories

The Sukhothai Bangkok
Travel
สเตเคชั่นสุดสัปดาห์กับเอดิเตอร์ของเราที่ THE SUKHOTHAI BANGKOK
ความนิ่งสงบที่ซ่อนตัวอยู่ในใจกลางเมือง ‘Home Away From Home’ ในช่วงเวลาที่เราครวญหาการพักผ่อนหย่อนใจอย่างที่สุด
Read More
รูปภาพขาวดำ โดย นักบันทึกแสง
Photography
THE LIGHTSAVER: ผลงานภาพถ่ายขาวดำที่สะท้อนตัวตนของช่างภาพผู้มีนามว่า ‘นักบันทึกแสง’

พูดคุยกับมือเบสวง Retrospect เจ้าของเพจนักบันทึกแสง กับบทบาทช่างภาพอิสระที่เขารักไม่แพ้การเล่นดนตรี
Read More
feature - Everest Base Camp
Travel
EVEREST BASE CAMP: การค้นพบคำตอบชีวิตบนความสูง 5,380 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล
บันทึกการเดินทางไกล 13 วัน ก่อนที่จะค้นพบสัจธรรมของชีวิต
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.