Work From home

Books

WORK FROM HOME: โอกาสดีที่องค์กรขนาดเล็กจะได้ทำความรู้จักสมาชิกอีกครั้ง

27 March 2020

บทความโดย Apisorn Iamsriraksa, Staff Writer, W. MINISTRY
ภาพประกอบโดย Kasidit Taranabhaiboon, Illustrator, W. MINISTRY
กำกับศิลป์โดย Nopphasit Varittinanon, Art Director, W. MINISTRY

พูดคุยเรื่องการทำงานแบบไม่ต้องเข้าออฟฟิศผ่านมุมมอง Managing Director ของเรา

จากที่เคยเป็นแค่ ‘ทางเลือก’ หรือเรื่องของความยืดหยุ่นในการทำงาน เดี๋ยวนี้คำว่า ‘Work From Home’ ได้กลายมาเป็น ‘มาตรฐานใหม่ด้วยสถานการณ์ที่น่าอึดอัด’ ที่ไม่ว่าบริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ต้องยอมปรับตัวเข้าหากันอย่างจริงจังในสถานการณ์เช่นนี้ แน่นอน การทำงานนอกออฟฟิศไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับคนยุคเรา แต่การที่ ‘ทั้งองค์กร’ จะต้องมาติดต่อกันผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนที่จะได้เจอกันตัวเป็นๆ เป็นระยะเวลากว่าสัปดาห์หรืออีกนานแค่ไหนก็ยังไม่สามารถคาดเดาได้ ต้องยอมรับว่ามันยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ได้คุ้นเคยกันสักเท่าไร การปรับตัวขององค์กรจึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจของตัวองค์กรเองก่อน

Story advised by Vasawat Supa-Amornkul
Managing Director, W. MINISTRY

“ต้องมองก่อนว่า Firm เล็กกับ Firm ใหญ่ มันมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบที่ไม่เหมือนกัน และข้อได้เปรียบที่ดีที่สุดของ Firm เล็กก็คือการมีความเป็นครอบครัว มีสายสัมพันธ์ มีความรู้จักกันจริงๆ เพราะการปฏิสัมพันธ์กันของคนสัก 10 คน 20 คนที่อยู่ด้วยกันเนี่ย มันง่ายกว่าเยอะ เราสามารถที่จะรับรู้และเข้าใจชีวิตของแต่ละคนได้ว่าอะไรเป็นยังไง และที่สำคัญ ถ้ามองในเชิงของ W. MINISTRY เอง Value ที่เราสร้าง Vision ที่เรามี มันเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้คนในออฟฟิศเรามาทำงานด้วยกัน มันมากกว่าที่จะเป็นเรื่องของปัจจัยอื่นๆ และเพราะตรงนี้แหละ ส่วนตัวผมเลยมองว่า ‘Work From Home’ ไม่ใช่ปัญหา ไม่ว่าจะทำงานที่ไหน ทำงานกี่โมง มันไม่ใช่เรื่องน่ากังวลใจเลยในฐานะ Employer”


Turn your weaknesses into strengths

ข้อแตกต่างระหว่างบริษัทเล็กและบริษัทใหญ่ เปลี่ยนจุดด้อยอย่างไรให้เป็นข้อได้เปรียบ?

ใช่แล้วว่าเรื่องของ ‘จำนวนคน’ ที่เดิมทีเคยเป็นข้อจำกัดของบริษัทเล็กนี่แหละที่จะทำให้เราผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปได้ อย่างที่บอกไปว่าข้อได้เปรียบที่ดีที่สุดของจำนวนคนที่น้อยกว่า ก็คือการได้รู้จักกันจริงๆ รวมถึงความสัมพันธ์คล้าย ‘ครอบครัว’ ที่ให้ความรู้สึกใกล้ชิดเป็นกันเองมากกว่าแค่เพื่อนร่วมงาน เวลามาออฟฟิศ มันไม่ใช่ว่าเราจะต้องนั่งแต่โต๊ะของตัวเอง ทำงานของตัวเองให้เสร็จ และรอเข็มนาฬิกาชี้เวลาเลิก แต่มันเหมือนกับการมาพบปะเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เพื่อช่วยกันคิดช่วยกันพิชิตภารกิจสักอย่างให้สำเร็จต่างหาก

การทำงานแบบ One Task ไม่ใช่สิ่งที่จะเจอกันเท่าไรนักในบริษัทเล็กๆ แน่นอน งานชิ้นหนึ่งต้องช่วยกันทำหลายคน แต่คนคนหนึ่งก็ต้องทำงานหลายด้านเช่นกัน ตอนเช้าอาจต้องทำเชิงเทคนิค ตอนบ่ายอาจต้องมาช่วยกันแพ็คของ หรือตอนเย็นอาจะต้องแว้บมาสายครีเอทีฟอย่างไม่ทันตั้งตัว ทีนี้ แทนที่จะเป็นความสัมพันธ์ใน ‘แนวดิ่ง’ แบบแบ่งลำดับขั้นและบทบาทหน้าที่ตายตัว ความสัมพันธ์ในองค์กรเล็กๆ จึงจะออกเป็น ‘แนวกว้าง’ ที่ค่อนข้างยืดจะหยุ่นและให้บรรยากาศสบายๆ ในการทำงานเสียมากกว่า

แต่ความสัมพันธ์แบบนี้ก็ใช่ว่าจะมีแค่ระหว่างเพื่อนร่วมงาน Juniors กับ Seniors เท่านั้น แต่ยังขยายไกลไปถึง ‘นายจ้าง’ กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ลูกน้อง’ อีกด้วย  ความยืดหยุ่น การที่ไม่ได้มีกฏเกณฑ์หรือบทลงโทษร้ายแรงหากทำเรื่องผิดพลาด และความรู้สึกว่า ‘คุยกันได้’ นี้ ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกน้องนั้นมีความ ‘ใกล้ชิด’ มากกว่า ความก้าวหน้าทางอาชีพหรือค่าตอบแทนนั้นไม่ใช่แรงจูงใจหลักในการทำงาน (แน่นอนว่าต้องเป็นส่วนหนึ่ง) แต่มันคือ ‘ความหลงใหลในสิ่งที่ทำ’ และ ‘วิสัยทัศน์ขององค์กร’ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายมีร่วมกันต่างหากที่ทำให้ทุกๆ คนมารวมตัวกัน และเมื่อทุกคนในองค์กรรู้สึกมี Ownership ในงานหรือองค์กรของตัวเองแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะทำหน้าที่ตามความรับผิดชอบของตนในส่วนนั้นโดยไม่ต้องมีคำสั่งหรือการคุมบังคับจากใคร


But in the end, it’s about  ‘trust’ and ‘respect’

แต่ไม่ว่าอย่างไร สุดท้ายแล้ว Employer เองก็ต้องยอมรับและเข้าใจในตัวพนักงานแต่ละคนให้มากเหมือนกัน แน่นอนว่า Firm เล็กนั้นไม่ได้มีกฏระเบียบ หรือบทลงโทษที่หนักหนาสาหัส แต่ในความยืดหยุ่นนั้น ตัว Employer เองต้องเด็ดขาด และก็ต้อง ‘ไว้ใจ’ และ ‘เคารพ’ ในทีมของตัวเอง ไม่ว่าจะอยู่ในออฟฟิศหรือไม่อยู่ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการให้อิสระภาพที่เค้าจะได้รับผิดชอบในสิ่งที่ได้รับมอบหมาย แล้วก็มาเทียบผลกันตอนสุดท้ายว่าเป็นที่น่าพอใจไหม นั่นแหละคือ ‘ความเชื่อใจ’

“สายสัมพันธ์ระหว่างองค์กรกับพนักงานไม่ควรจะเป็นเรื่องของเงินหรือความก้าวหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ควรเป็นในเรื่องอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็นมุมมองในชีวิต การพัฒนาตัวเอง การเติมเต็มความฝัน หรือเป็นเรื่องของ Task ที่ทำให้เค้ารู้สึกว่าได้เรียนรู้ ได้ค้นพบตัวเอง ซึ่งคุณค่าพวกนี้มันก็ต้องใช้เวลาในการสร้างพอสมควร แต่ถึงจะไม่ง่าย มันก็สร้างกันได้ โดยเฉพาะเมื่อเป็นในช่วงของวิกฤติแบบนี้ มันก็อาจจะเป็นโอกาสดีที่จะทำความรู้จักกับคนในทีมของเราให้มากขึ้น และพิสูจน์อะไรได้หลายๆ อย่างเหมือนกัน”


Put the ideas into practice

เมื่อมีวิสัยทัศน์ร่วมกันและความสัมพันธ์ใกล้ชิดแบบที่ว่าเป็นรากฐาน การทำงานไม่ว่าจะที่บ้านหรือที่ไหนจึงไม่ใช่ปัญหา ยิ่งมีแพลตฟอร์มออนไลน์มาช่วยแบบในปัจจุบันยิ่งไม่ต้องห่วงเข้าไปใหญ่ แต่ถึงแบบนั้นแม้พูดแค่ในเชิงไอเดียมันจะดูสวยหรูสมบูรณ์แบบ แต่ในการทำงานจริงก็จำเป็นต้องมีการวัดผลด้วยเช่นกัน และนี่คือ 4 ข้อ ที่ Managing Director ของเรามักจะใช้เป็นหลัก เพื่อดูว่าการทำงานแต่ละครั้งนั้นมีประสิทธิภาพมากแค่ไหน

1. Objective – อย่างแรกคือ ‘จุดมุ่งหมาย’ เราต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องการจะ Achieve ในหน่วยงานหนึ่งๆ เป้าหมายคืออะไร อาจเป็น Brand Awareness เพิ่มยอดขาย ให้ความรู้ หรืออะไรก็ตามแต่

2. Task – ต่อมาคือต้องตอบคำถามที่ว่า ‘จะทำอย่างไรให้ไปถึงจุดมุ่งหมายที่เราตั้งไว้’ ในส่วนนี้คนที่เป็น Seniors ก็มีหน้าที่ที่จะแจกแจงว่า ‘งาน’ อะไรบ้างที่ต้องทำเพื่อที่จะไปให้ถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ และแต่ละคนในทีมน่าจะต้องทำอะไรประมาณไหนบ้าง

3. Lead Time – อีกสิ่งที่สำคัญคือการกำหนดในเรื่องของ ‘เวลา’ ให้ชัดเจน ว่าจะทำอย่างไรในเวลาเท่าไหร่ ต้องเริ่มเมื่อไหร่ และทำให้เสร็จด้วยเดดไลน์ตอนไหน

4. Result – สุดท้ายคือ ‘ผลลัพธ์’ ที่ออกมาจากทั้งหมดที่กำหนดมาว่ามันเป็นอย่างไร น่าพอใจแค่ไหน ตรงตามมาตรฐานและบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ในตอนแรกหรือไม่

ในช่วงเวลาแบบนี้ เมื่อมีความเคารพซึ่งกันและกันเป็นตัวเชื่อมบวกกับวิธีแบบ Standard ที่ว่ามา การ Work From Home ก็จะไม่ใช่ปัญหาที่รับมือได้ยากเลยสำหรับ Firm เล็กอย่างเราๆ แถมยังอาจเป็นโอกาสดีอีกด้วยซ้ำ “เพราะออฟฟิศเล็กมันมีความรู้สึกอยู่เยอะมาก บางครั้งการไม่ได้พบปะหรือเจอกันแต่ยังมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ไม่แน่ว่า อาจจะทำให้หลังจากวิกฤตินี้ บริษัทขนาดเล็กเติบโตเป็นครอบครัวขนาดกลางหรือใหญ่เลยก็เป็นได้”

Related Stories

The Buyer’s Guide
HOW TO BUY LIKE AN ECONOMIST
นักเศรษฐศาสตร์สไตล์เฉียบคนนี้จะมาแชร์วิธีคิด เมื่อมาถึงรายจ่ายรายการใหญ่อย่างรถยนต์และเสื้อผ้าดีๆ
Read More
©️ 2021 W Trading Co., Ltd.